
จนท.ปะทะเดือดแก๊งค้ากัญชายึด200กก.
11 มี.ค. 2558
จนท.ลุยสกัดยึดกัญชานำเข้าจากลาวปะทะเดือดขณะลำเลียงข้ามโขงทางเรือส่งฝั่งไทย ยึด 200 กก. มูลค่า 5 ล้าน พร้อมแรงงานขน 1ราย
วันที่ 11 มี.ค.58 เมื่อเวลา 01.00 น. นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม สั่งการให้ นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล นายอำเภอท่าอุเทน พร้อมด้วย นายเชิดพันธ์ ผลวิเชียร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.ท่าอุเทน ประสานงานร่วมกับ ร.อ.ธีระ เส็งตากแดด ผบ.ร้องทหารพราน2108 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี นำกำลังชุดเฉพาะกิจฝ่ายปกครอง ร่วมทหารพราน เข้าวางแผนสกัดจับกุมขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ หลังสืบทราบจะมีการลักลอบลำเลียงขนส่งกัญชามาจากประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จนกระทั่งพบเรือหางยาวขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ มีชาย 5 คน นั่งมาในลำเรือ จอดเทียบท่าริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณท่าทรายร้าง บ้านตาลปากน้ำ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ก่อนมีการลำเลียงกระสอบปุ๋ยสิ่งของต้องสงสัย แบกลงเรือวิ่งขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มผู้ต้องสงสัย ใช้อาวุธยิงต่อสู้เปิดทางหนี จึงเกิดการปะทะเป็นเวลา ประมาณ 10 นาที จนกระทั่งเสียงปืนสงบ จึงเข้าเคลียพื้นที่ พบกระสอบปุ๋ยบรรจุกัญชาอัดแท่ง จำนวน 5 กระสอบ วางเรียงรายตามเส้นทางขึ้นมาจากริมแม่น้ำโขง ตรวจนับได้ทั้งหมด จำนวนรวม 200 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ แท่งละ 1 กิโลกรัม รวม 200 กิโลกรัม และสามารถจับกุมแรงงานรับจ้างแบกกระสอบกัญชา ในที่เกิดเหตุที่หลบหนีไม่ทัน ได้ 1ราย ทราบชื่อภายหลัง คือ ท้าวเหลือง อายุ16 ปี ชาวบ้านหาดใหญ่ เมืองหินบูน สปป.ลาว จึงควบคุมตัวมาสอบสวนซึ่งจากสถิติการจับกุมตรวจยึดในพื้นที่ ในรอบเดือนที่ผ่านมา มีการตรวจยึดกัญชาเกือบ1,000 กิโลกรัม
โดย ร่วมกับ ร.อ.ธีระ เส็งตากแดด เปิดเผยว่า สำหรับการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก มีการสืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำเข้ากัญชามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวช่วงสุดท้าย ก่อนเข้าฤดูฝนจึงมีการสั่งนำเข้าไปสต็อกรอขายพื้นที่ตอนในของไทย โดยจะมีการลำเลียงขนส่งมาทางเรือหางยาว จึงเข้าตรวจสอบจับกุมผู้ต้องหาชาวลาว ทำหน้าที่แบกกระสอบกัญชามาพัก เพื่อรอลำเลียงขนส่งต่อไปขาย ซึ่งสารภาพว่ามาด้วยกัน5คน ได้รับค่าจ้างคนละ5,000บาท แต่ช่วงเกิดเหตุปะทะได้หลบหนีไปได้ ซึ่งจะได้เร่งสืบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี ส่วนมูลค่าของกลางคิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า2ล้านบาท จากข้อมูลพบว่า มีราคาซื้อขายชายแดน ราคาประมาณ กิโลกรัมละ5,000บาท เมื่อส่งถึงปลายทางจังหวัดตอนใน จะมีราคาสูงประมาณกิโลกรัมละประมาณ20,000บาท
โดยการจับกุมแต่ละครั้งต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยง เนื่องจากขบวนการค้ายาเสพติดมีการพัฒนาติดอาวุธ เสี่ยงเกิดปะทะ ยากในการจับกุมผู้กระทำผิด จึงต้องใช้ความระมัดระวัง ป้องกันการสูญเสียของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามจะได้ประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการเข้มสกัดกั้นปราบปรามจับกุมต่อเนื่อง



