ข่าว

ไฟไหม้อาคารเรียนอายุกว่า60ปีวอดทั้งหลัง

ไฟไหม้อาคารเรียนอายุกว่า60ปีวอดทั้งหลัง

11 มี.ค. 2558

ไฟไหม้อาคารเรียนอายุกว่า 60 ปี วอดทั้งหลัง อีกรายเพลิงไหม้ห้องคอมพิวเตอร์ร.ร.อุปกรณ์วอดทั้งห้องคาดไฟฟ้าลัดวงจร

 
 
          วันที่ 11 มี.ค.58 เมื่อเวลา 02.30 น. ร.ต.ท.มนตรี ธัญธรัตน์ ร้อยเวรสภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้อาคารเรียนที่โรงเรียนวัดดอนตลุง หมู่ 2 เขตเทศบาลตำบลเขางู อ.เมือง จ.ราชบุรี จึงรายงานให้ พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมือง และ พ.ต.ท.นพชัย เสมอจิตต์ สวป.สภ.เมืองราชบุรี ได้รับทราบ ก่อนจะประสานรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลตำบลเขางู เข้าไปทำการฉีดน้ำดับไฟ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ในที่เกิดเหตุไฟกำลังลุกไหม้ชั้นสองของอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ ชื่ออาคารพจนาถาวรกิจรัฐวิทยา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องช่วยกันระดมรถดับเพลิงจากพื้นที่ใกล้เคียงรวม 5 คัน มาช่วยฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกไหม้ไปยังอาคารข้างเคียง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้
 
          จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า อาคารหลังดังกล่าวนั้นมีอายุมากกว่า 60 ปี ชั้นสองนั้นเป็นไม้ทั้งหมด ส่วนชั้นล่างเป็นปูน มีทั้งหมด 8 ห้องเรียน เพิ่งมีการปรับปรุงทาสี และเปลี่ยนสายไฟใหม่ทั้งหลังเมื่อปีที่ผ่านมา และใช้เป็นอาคารเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ซึ่งก่อนเกิดเหตุชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนได้ยินเสียงคล้ายกับระเบิดดังขึ้นในอาคารเรียนดังกล่าว และเกิดประกายไฟขึ้นที่ชั้นสองของอาคาร จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอรถน้ำดับเพลิง แต่เนื่องจากชั้นสองของอาคารนั้นเป็นไม้ ประกอบกับภายในห้องเรียนก็มีหนังสือเรียน และ โต๊ะ เก้าอี้ ที่เป็นไม้ทั้งหมดซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จนได้รับความเสียหายทั้งหลังดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป




ไฟไหม้ห้องคอมพิวเตอร์วอดทั้งห้อง
 
          เมื่อเวลา 19.30 น.วันนี้ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา  ศูนย์วิทยุ 199 หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมหาสารคามได้รับแจ้งจากภารโรง โรงเรียนเทศบาลบ้านค้อ ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ชั้น 2 อาคารภูมินทร์2 ซึ่งเป็นห้องคอมพิวเตอร์ โดยกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งรถดับเพลิงจำนวน 5 คันรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ เพื่อสกัดเปลวเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังห้องอื่นๆ และแจ้ง ร.ต.อ.หญิงวันทนา ด่านแก้ว ร้อยเวรฯ สภ.เมืองมหาสารคาม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบเป็นอาคารเรียนแบบปูนจำนวน 3 ชั้น ที่บริเวณชั้น 2 เพลิงกำลังลุกไหม้ภายในห้องคอมพิวเตอร์อย่างหนัก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือทุบแม่กุญแจเข้าไป เพราะห้องล็อกกุญแจอยู่ ก่อนเข้าทำการดับเพลิง ใช้เวลา 30 นาที เพลิงจึงสงบ
 
          จากการสอบถามนายอำพล สีขวา นักการภารโรงประจำโรงเรียนเทศบาลบ้านค้อ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนและภรรยากำลังตรวจความเรียบร้อยภายในโรงเรียนอยู่ เมื่อมาถึงอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ เห็นกลุ่มควันไฟพวยพุ่งออกมาจากห้องคอมพิวเตอร์ และมีเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ภายในห้อง จึงได้ให้ภรรยาโทรไปแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเพื่อมาสกัดเพลิงดังกล่าว
 
          ด้านนางบงกช ไชยวงษ์จันทร์ ครูประจำห้องคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ห้องที่เกิดเพลิงไหม้ ใช้เป็นห้องคอมพิวเตอร์ เริ่มใช้มาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2557 โดยก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุขึ้นไม่นาน ได้เกิดประกายไฟขึ้นที่บริเวณรางปลั๊กไฟในห้อง ทางคณะครูเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงได้ตกลงกันว่าจะยุติการใช้ห้องคอมพิวเตอร์ห้องนี้ไว้ก่อน โดยถอดปลั๊กคอมฯแล้วเอาคอมพิวเตอร์มากองรวมกันไว้ และจะให้ช่างมาซ่อมรางปลั๊กไฟให้เรียบร้อยก่อน ค่อยกลับมาใช้ใหม่ แต่ก็มาเกิดเพลิงไหม้ขึ้นเสียก่อน ซึ่งเพลิงได้สร้างความเสียหายแก่คอมพิวเตอร์จำนวน 20 เครื่อง โต๊ะคอมพิวเตอร์ 10 ชุด วัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เสียหายทั้งหมด เหลือเพียงพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงและภาพพระกรณียกิจของพระองค์ที่ติดไว้อยู่ที่บอร์ดหน้าห้องมิได้เสียหาย ซึ่งสาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร





 

 ไฟไหม้โรงงานแปรรูปไม้ วอด 10 ล้าน
 
          พ.ต.ท.อลงกรณ์ ศิริโสภา พงส.ผนค.สน.บึ่งกุ่ม เปิดเผยว่า ช่วงคืนวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้โรงงานแปรรูปไม้ เลขที่ 38/7-10 ซอยเสรีไทย 18 ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่มเขตบึงกุ่ม กทม. จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สนบึงกุ่ม เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู และกำลังรถน้ำจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย 10 เข้าควบคุมสถานการณ์
 
          ในที่เกิดเหตุอยู่ลึกเข้าไปในซอยประมาณ 30 เมตร พบไม้สักแปรรูปจำนวนมากในโกดังของโรงงานดังกล่าวกำลังถูกเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง บริเวณโดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยควันไฟ ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงพากันแตกตื่นออกมามุงดูเหตุการณ์อยู่หน้าปากซอยเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามสถานที่ดังกล่าวมีถนนค่อนข้างเล็ก เจ้าหน้าปฏิบัติงานด้วยความยากลำบาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยเพลิงลุกไหม้กว่า 200 ตารางเมตร วอดไม้เสียหายทั้งหมด เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต
 
          จากการสอบสวน นางสุวรรณา เอกอิตตินันท์ อายุ 56 ปี เจ้าของโรงงานให้การว่า โรงงานของตนรับทำเฟอร์นิเจอร์ประเภทไม้แปรรูปประตูหน้าต่าง ภายในมีเครื่องจักร ไม้แดง ไม่สัก และไม้มักค่า ที่เพิ่งรับงานจากลูกค้า โดยล่าสุดได้นำไม้สักแปรรูปมาลงไว้จำนวนมาก ก่อนเกิดเหตุ ปิดโรงงานไปตั้งแต่เวลา 16.30 น. มีการปิดระบบไฟเรียบร้อยแล้ว กระทั่งเวลาประมาณ 21.30 น. ขณะกำลังไหว้พระ เกิดก็ได้กลิ่นควันจนฉุนจมูก จึงออกไปตรวจสอบเห็นกลุ่มควันและแสงเพลิงจำนวนหนึ่งในโกดังเก็บไม้สักและลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เป็นการด่วน
 
          พ.ต.ท.อลงกรณ์ กล่าวว่าอีกว่า โรงงานเก็บไม้ไว้จำนวนมาก ซึ่งไม้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามไปอย่างรวดเร็ว และด้วยซอยที่มีขนาดเล็ก ทำให้การควบคุมเพลิงทำได้ช้า ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้นั้นคาดว่า น่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจรเพราะทราบว่ามีสายไฟเก่ามาก อย่างไรก็ตามต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ส่วนค่าเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท