
วันเว้นวัน:'เมื่อ 10 ปีก่อน '
11 มี.ค. 2558
'เมื่อ 10 ปีก่อน ' : คอลัมน์ วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ โดย... ประภัสสร เสวิกุล
ในการไปประชุมกวีแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ที่กรุงฮานอยครั้งนี้ แม้จะอยู่ในพื้นที่ของเมืองเก่าซึ่งยังคงมีบรรยากาศของเมืองเก่า ทั้งอาคารสิ่งก่อสร้างแบบโคโรเนียล ถนนหนทาง ต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุนับ 100 ปี และวิถีชีวิตอันเรียบง่าย เช้าๆ เย็นๆ ผู้คนยังคงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกตัวเตี้ยๆ เพื่อดื่มน้ำชา-กาแฟ เบียร์ หรือกินเฝอกันข้างถนน เช่นเดียวกับเมื่อ 10 ปี ก่อน ที่ผมนำคณะนักเขียนไทยชุดแรก ซึ่งประกอบด้วย พี่คำสิงห์ ศรีนอก, ไพวรินทร์ ขาวงาม, จตุพล บุญพรัด, เอก อัคคี เดินทางไปเวียดนามตามโครงการ “วรรณกรรมสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม” โดยได้รับความสนับสนุนจากกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเปิดความสัมพันธ์ภาคประชาชนของไทย-เวียดนาม ในครั้งนั้น เวียดนามกับไทยยังไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก เป็น “เพื่อนบ้านที่ห่างไกล” อย่างที่พี่คำสิงห์เขียนไว้ แต่ก็ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นมิตรไมตรี ภาพการเข้าร่วมในการประชุมนักเขียนเวียดนาม และการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างสมาคมนักเขียนไทยกับสมาคมนักเขียนเวียดนามในครั้งนั้น ยังปรากฏที่พิพิธภัณฑ์นักเขียนของเวียดนาม
ฮานอยเป็นเมืองที่มีมรสุมพัดผ่านปีละประมาณ 14 ลูก ดังนั้น ฝนตกจึงเป็นเรื่องปกติของคนฮานอย แต่ก็ทำให้พื้นที่หลายแห่งเป็นที่ลุ่มน้ำขัง และเพียงออกจากตัวเมืองไม่เท่าไหร่ ก็จะเห็นพื้นที่เกษตรกรรมมีทุ่งนาและไร่ผักเขียวขจี และเกษตรกรที่ใช้ชีวิตอยู่กลางท้องทุ่งท้องนา ซึ่งภาพเช่นนี้หายไปจากกรุงเทพฯ หลายปีแล้ว ขณะที่คนเวียดนามส่วนหนึ่งยังอยู่ในสภาพของสังคมดั้งเดิม แต่คนหนุ่มสาวกลับเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ใครเรียนใครรู้ มีความคิดความอ่าน และมุ่งมั่นทั้งในการเรียนและการทำงานอย่างเห็นได้ชัด แทบทุกคนมีเป้าหมายในอนาคต ไม่ปล่อยให้ชีวิตล่องลอยไปเรื่อยเปื่อย และมีนิสัยประหยัดมัธยัสถ์ ไม่เป็นเหยื่อของวัตถุนิยมและการโฆษณา จึงมีความเป็นไปได้ว่าอีกสัก 10 ปี ข้างหน้าเมื่อคนหนุ่มสาวรุ่นนี้เติบโตขึ้น จะเป็นทั้งทรัพยากรและพลังที่สำคัญของประเทศ
ผมไม่อยากย้อนมองคนหนุ่มสาวของประเทศไทยเราหรอกครับ เพราะตราบใดที่ยังไม่มีคำตอบให้กับพวกเขาได้ว่า จะเรียนไปเพื่ออะไร เรียนจบแล้วจะทำอะไรต่อไป และตราบใดที่เรายังไม่มีการพัฒนาการศึกษาให้ทันโลก ทันชีวิต ทันความเปลี่ยนแปลง ก็คงสักแต่เรียนๆ กันไป เพื่อกระดาษซึ่งว่างเปล่าสักแผ่นสองแผ่น
ท้ายคอลัมน์วันนี้ ผมมีหนังสือดีมากฝากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย นั่นก็คือ “เลี้ยงลูกด้วยเพลง” ของชนะ-จินตนา เสวิกุล...ชนะเป็นหลายชายของผมที่คร่ำหวอดในวงการเพลงมานานหลายปี มีผลงานเพลงจำนวนมากซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง แต่ในเวลาเดียวกันก็ได้ให้ความสนใจในเรื่องของการเลี้ยงดูลูก จนตระหนักถึงคุณค่าของดนตรีที่มีต่อการพัฒนาอารมณ์ของเด็ก ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการพัฒนาสมองร่างกาย และนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังในหนังสือเล่มนี้ (สนพ.สุขภาพใจ/220 บาท)



