ข่าว

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งฮอนดูรัส

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งฮอนดูรัส

13 ก.ค. 2552

ก่อนนั้นชอบพูดกันติดปากนักว่า "สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ" แต่โลกในยุคมิลเลนเนียมอย่างนี้ "สถานการณ์มีแต่เพาะสร้างวีรสตรี" คนแล้วคนเล่ามากกว่า

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ โลกได้มีวีรสตรีเกิดใหม่อย่างน้อย 2 คน คนแรกก็คือ เรบิยา คะเดียร์  วีรสตรีวัย 62 ปี ของชาวอุยกูร์ ซึ่งถูกทางการปักกิ่งกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังจลาจลเลือดที่เมืองอุรุมชี ในเขตปกครองตนเองซินเกียง

 อีกคนหนึ่งก็คือ ซิโอมารา คาสโตร สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฮอนดูรัส ผู้ซึ่งไม่กลัวตายกล้าเป็นหัวหอกนำฝูงชนชุมนุมเรียกร้องให้คืนอำนาจให้แก่ประธานาธิบดี มานูเอล เซลายา ซึ่งถูกทหารอุ้มขึ้นเครื่องบินของกองทัพอากาศ ทั้งๆ ที่ยังสวมชุดนอนอยู่ จากนั้นก็จัดแจงส่งตัวไปลี้ภัยที่คอสตาริกา โทษฐานเป็นตัวอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยเพราะเตรียมหาทางยืดอายุตำแหน่งตัวเองออกไปทั้งๆ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 ซิโอมารา เล่าว่า ในเช้าตรู่วันเกิดเหตุ ช่วงที่ทหารและรถถังเคลื่อนกำลังบุกยึดทำเนียบประธานาธิบดีนั้น เธอกลัวมากว่าจะถูกยิงตายขณะที่ทหารลากตัวสามีไปขึ้นเครื่องบิน เธอจึงรีบพาเฮคเตอร์ ลูกชายวัยรุ่นหนีไปพึ่งการคุ้มครองจากสถานทูตสหรัฐ และเก็บตัวเงียบอยู่ที่บ้านพักของเอกอัครราชทูตสหรัฐนาน 9 วัน ก่อนจะยอมเผยโฉมอีกครั้ง

 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอก็ร่วมเดินขบวนพร้อมกับกลุ่มผู้สนับสนุนนายเซลายา โดยสวมหมวกคาวบอยสีขาวคาดริบบิ้นสีแดงมีข้อความว่า"ชัยชนะของประชาชน-- เซลายา" แม้ว่านายเซลายาซึ่งขณะนี้เร่ร่อนอยู่ในประเทศละตินอเมริกาหลายประเทศ จะไม่เห็นด้วยเพราะเกรงว่าจะยิ่งทำให้ปัญหาเลวร้ายลงไปอีก ที่สำคัญก็คือจะยิ่งทำให้ครอบครัวถูกเล่นงานมากขึ้น แต่เธอก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ

 "ฉันอยู่ที่นี่กับผู้ประท้วง ทุกคนก็อุ่นใจเหมือนกับมีประธานาธิบดีมาร่วมชุมนุมด้วย" เธอประกาศก่อนจะย้ำว่า ไม่กลัวตายเพราะถ้ามีใครคิดจะทำร้าย ก็คงจะทำตั้งแต่วันที่มีการยึดอำนาจแล้ว

 "ทุกวันนี้ครอบครัวของเราต้องพลัดพรากจากกัน เซลายาต้องอยู่ที่หนึ่ง ลูกๆ ก็แยกย้ายกันอยู่คนละที่ ส่วนฉันก็อยู่ที่นี่คนเดียว...แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พวกเราเข้มแข็งขึ้น" ขณะที่นายเซลายา กล่าวว่า "ในช่วงเวลาที่แสนตึงเครียดนี้ สิ่งเดียวที่เราตระหนักก็คือเรายิ่งผูกพันเป็นหนึ่งเดียวกันมากกว่าแต่ก่อน" ก่อนจะปฏิเสธข่าวลือก่อนหน้านี้ว่าทั้งคู่เตรียมแยกทางกันเดินก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุยึดอำนาจ

 พอถูกยึดอำนาจก็เลยหูตาสว่างว่าไม่มีใครรักจริงเท่ากับภรรยาคู่ยากผู้ไม่กลัวตายและยอมทำทุกอย่างเพื่อทวงอำนาจคืนให้สามี

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์