ข่าว

'บิ๊กตู่'ไฟเขียวทำคดีบึ้มเต็มที่

'บิ๊กตู่'ไฟเขียวทำคดีบึ้มเต็มที่

10 มี.ค. 2558

'นายกฯ' ไฟเขียวทำคดีบึ้มเต็มที่ ไม่ต้องกลัวอิทธิพล ครม.เห็นชอบแก้ ก.ม.ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ชี้ ร.ร.กวดวิชา ต้องเสียภาษี ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นอำนาจ กนง.

 
                         10 มี.ค. 58  เมื่อ 15.20 น.  พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปรารภในการประชุม ครม.ว่า กรณีก่อเหตุร้ายปาระเบิดที่หน้าศาลอาญารัชดา โดย นายกฯ ชมเชยฝ่ายความมั่นคง หลังจากเคยเกิดเหตุที่สยามพารากอน และได้กำชับให้ทุกหน่วยปรับวิธีปฏิบัติงานให้รัดกุมขึ้น ปรากฏว่า เมื่อเกิดเหตุก็สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุในที่เกิดเหตุ จึงขอบคุณที่บูรณาการการข่าวเข้าด้วยกัน และนำเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาช่วย
 
                         พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า พลเอกประยุทธ์ กล่าวให้ความมั่นใจเจ้าหน้าที่ว่า หากมีข้อมูลหลักฐานพาดพิงบุคคลใด กลุ่มใดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ตามกฎหมาย ตามหลักฐานอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดใด และขอความร่วมมือภาคประชาชนในการแจ้งข้อมูลเบาะแสในการระงับเหตุ รวมทั้งเรื่องเครือข่ายภาคประชาชน หรือมวลชน ที่ทุกหน่วยงานมีมวลชนของตัวเอง ขอให้พิจารณาใช้ประโยชน์ของมวลชน โดยการจัดลงทะเบียนทำระบบบัญชีและหารือกัน เพื่อใช้เครือข่ายภาคประชาชนในการแจ้งข่าวสารเพื่อป้องกันระงับเหตุ และขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะดูแลความสงบอย่างเต็มที่
 
 
ยันสอบต่อคนก่อเหตุบึ้มชี้มีโยงใย
 
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ระเบิดบริเวณลานจอดรถศาลอาญา ว่า มีความคืบหน้าแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังสืบต่อมันมีโยงใย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่มีแนวทางในการสืบสวนสอบอยู่แล้ว ตั้งแต่เหตุการณ์ปี 53 ปี 56 และปี 57 เนื่องจากเรามีงานข่าวของเราอยู่แล้วว่ามีใครเกี่ยวพันอยู่ที่ไหน อย่างไร แต่ทั้งหมดไม่สามารถบอกในรายละเอียดได้ เป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงทำงานและติดตามอยู่ ใครที่เกี่ยวข้องบ้างก็อยู่ไป ถ้ามีหลักฐานพอเพียงก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย หากกฎหมายไม่เพียงพอก็ต้องสอบต่อไป
 
                         "ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายไม่ต้องตกใจว่าเราจะไปเล่นงานใครถ้าใครทำก็ต้องถูกสอบสวนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ผมไม่มีฝ่ายกับใครต้องการทำให้บ้านเมืองสงบ แต่อยากจะขอเตือนอย่างหนึ่งว่าขณะนี้บ้านเมืองกำลังมีโอกาสอยู่ในขั้นตอนการปฏิรูป คือ การดำเนินการแบบเป็นกลางกับคนทั้งประเทศ คนรวยก็พอใจ คนมีรายได้น้อยก็มีความสุข คนตรงกลางก็พร้อมที่จะเผื่อแผ่แบ่งปัน เป็นสิ่งที่เราต้องบริหารประเทศแบบนี้ ถ้าไปข้างใดข้างหนึ่งก็จะเสียอีกข้างโดยไม่จำเป็น วันนี้ทุกคนต้องสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน หมายถึงการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีเท่ากันหมดเพราะโอกาสแต่ละคนไม่เท่ากันและต้องย้อนกลับไปดูด้วยว่าก่อนหน้าที่คนเขาจะรวยเป็นมาอย่างไร แล้วถ้าพูดถึงเรื่องการผูกขาดก็ต้องไปถามรัฐบาลชุดที่แล้ว ว่าทำไมถึงปล่อยให้คนเหล่านี้โตขึ้นมาได้ วันนี้รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาแต่ละจุด"
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้สิ่งสำคัญคือความมีเสถียรภาพ ความปลอดภัยของประเทศถือว่าสำคัญที่สุดเพราะเป็นบ่อเกิดของทุกๆ อย่าง ดังนั้นใครก็ตามที่ทำให้เกิดความไม่สงบแสดงว่าไม่มีเจตนาดีกับประเทศไทยและคนไทยก็ต้องไปสอบสวนหาผู้รับผิดชอบ
 
                         ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ฟังการชี้แจงของ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.สส.หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ผมก็ให้เกียรติท่านและคงไม่ตอบโต้อะไรกับท่านก็เป็นเรื่องของท่าน ท่านมีสิทธิ์ชี้แจง ส่วนที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ให้กำลังใจผมนั้นก็ต้องขอขอบคุณ ขอบคุณครับและต้องขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ"
 
 
 
ขอบคุณผู้ค้าคลองถมให้ความมือ
 
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการจัดระเบียบผู้ค้าคลองถมว่า ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกลุ่มผู้ค้าที่ยอมปฏิบัติตามกฎระเบียบ เรื่องนี้มันไม่ใช่ประวัติศาสตร์เพราะประวัติศาสตร์เก่า เราสามารถสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ได้ ส่วนประวัติศาสตร์เก่าที่เป็นของดีก็ต้องเก็บไว้ 
 
 
ครม.ไฟเขียวแก้ ก.ม.ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล
 
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ ​ให้สัมภาษณ์ถึงผลการพิจารณาแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอเพื่อปรับปรุงร่างกฎหมายให้มีความทันสมัยรัดกุม และครอบคลุมพื้นที่ และแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคา ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยจะส่งให้กฤษฎีกาพิจารณาข้อกฎหมายภายใน 3 เดือน ทั้งนี้ ครม.ได้หารือกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะทำอย่างไรจะให้ราคาลอตเตอรี่อยู่ในราคา 80 บาท ซึ่งคงต้องใช้เวลาแก้กฎหมายเกี่ยวกับการส่งเงินเข้ารัฐ เข้ากองทุน เรื่องนี้เป็น พ.ร.บ.จึงต้องมีการแก้กฎหมายก่อน จึงจะสามารถทำได้ ว่าจะขายลอตเตอรี่วิธีไหนได้บ้าง จะขายทางตู้ ได้หรือไม่ ซึ่งต้องดูคดีความเดิมด้วย หรือต้องมีกฎหมายใหม่ เพื่อให้ขายทางตู้ได้ ส่วนหนึ่งคือการกระจายสัดส่วนของโควต้าสลากการกุศลที่จะหมดอายุเรื่อยๆ ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ตรงนี้ต้องนำสัดส่วนที่หมดอายุมาจัดระเบียบไปเรื่อยๆ เพื่อกระจายลอตเตอรี่ไปสู่คนอื่น
 
                         "เวลานี้กำลังจะปรับทั้งหมด ทั้งระบบ คิดว่าภายใน 3 เดือน คงรู้เรื่องในส่วนของกฎหมาย และจะต้องแก้ให้เสร็จภายใน 6 เดือน โดยจะพยายามทำให้ได้ในทุกวิถีทาง อาจจะขายตู้ก็ได้ ส่งโควต้าไปที่จังหวัด เพื่อให้ทางจังหวัดเป็นผู้รวบรวมตัวแทนขายจะได้ไม่เดือดร้อน และถูกต้องเสีย หรือจะขายในร้านสะดวกซื้อจะได้หรือไม่ แต่ไม่ใช่เป็นการส่งเสริมการพนัน เดี่ยวจะหาว่ารัฐบาลส่งเสริมการพนันอีก เขียนให้ดีๆ แต่เราต้องการลดราคาขายลงให้ได้เหลือ 80 บาท ซึ่งช่วงแรกจะต้องเลือกวิธีกันหน่อย ถ้าการขายผ่านตู้ออนไลน์ไม่ผิดกฎหมาย ก็ว่ากันไป หรือจะต้องจัดหาซื้อใหม่ เพราะของเก่ายังมีปัญหา และทางจังหวัดต้องขึ้นทะเบียนคนขาย เวลาคิดต้องคิดใหญ่ขนาดนั้น ถ้าคิดแล้วสั่งปุ๊บๆ มันไม่ได้ และไม่ได้ไปเกรงใจใครทั้งสิ้น จะมีกี่เสือไม่รู้ ไม่มีเสือทั้งนั้น มีเสือตัวเดียวคือรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาให้ได้ แต่ต้องแก้ด้วยกฎหมาย เพราะผูกพันด้วยคนส่วนใหญ่ ถ้าใช้อำนาจพิเศษมันเดือดร้อนจะใช้เท่าที่จำเป็น สลากกินแบ่งเป็นความหวังคนจน แต่ซื้อทุกงวดไม่ไหวมั้ง วันหลังจะลองเปลี่ยนรถนั่งทุกวัน และตั้งแต่ผมเปลี่ยนรถมา ยังไม่เห็นใครถูกหวยเลย แสดงว่าหวยไม่ได้ล็อก"
 
 
 
ชี้ ร.ร.กวดวิชา ต้องเสียภาษี 
 
 
                         เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่ประชุมเห็นชอบการเสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคลของโรงเรียนกวดวิชา ว่า ต้องไปดูด้วยว่าโรงเรียนกวดวิชานั้นอยู่นอกระบบ หรือในระบบ ซึ่งเราต้องให้ความเป็นธรรม และต้องดูว่าอะไรที่ก่อให้เกิดรายได้ ก็ต้องเสียภาษี นี่คือประเด็น ถ้าเสียขึ้นมา ถามว่าโรงเรียนกวดวิชาเขาเดือดร้อนหรือไม่ ต้องไปบอกโรงเรียนกวดวิชาเหล่านั้นให้เสียภาษีบ้าง อย่าไปเพิ่มภาระให้แต่ผู้ปกครอง แต่ถ้าเราช่วยกันทำความเข้าใจ คิดว่าก็ไม่เสียหาย ไม่ใช่ว่ารัฐบาลถังแตก โดยวันนี้เราพยายามหาเงินทุกบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ใช้งบประมาณจำนวนมากอย่างเสียหาย เราใช้เพื่อให้เกิดการสร้ารายได้เท่านั้น
 
 
 
เรื่องภาษียังไม่จบ
 
 
                         เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์เรื่องของการออกกฎหมายเกี่ยวกับภาษี ว่า ได้เรียนกับที่ประชุมว่าทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนการหารือ บางครั้งเป็นเรื่องเดิมที่ทำไว้หลายรัฐบาลแล้ว บางทีก็เอาเข้ามาเพื่อพิจารณากันว่าเห็นชอบว่าควรจะมีการเก็บหรือไม่ในแต่ละประเภท และเข้าไปศึกษาในขั้นตอนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีกหลายขั้น ยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้จะต้องมีมาตรการที่จะยกเว้นให้คนจนไม่เดือดร้อน คนรวยก็เสียมากหน่อยในทรัพย์สินที่มีอยู่ แต่ก็จะมีกำหนดว่าไม่เกินเท่าไร สมมติว่าเป็นบ้าน ถ้าราคาสูง ก็ต้องกำหนดว่าไม่เกินเท่าไร ซึ่งทั้งหมดยังหารือกันอยู่ อย่าเพิ่งไปวิตกกับมันเลย เราต้องเตรียมเรื่องการสร้างความเข้มแข็งให้กัประเทศชาติในวันหน้า เพราะเมื่อเศรษฐกิจลง ก็จะมีปัญหาหมด ฉะนั้นขอร้องว่าพอได้แล้วเรื่องภาษี ยังไม่จบทั้งสิ้น และยังไม่เกิดในวันนี้พรุ่งนี้
 
                         นายกฯ กล่าวต่อว่า เดี๋ยวจะต้องมีการอธิบายต่อประชาชนเรื่องระบบภาษีของประเทศไทยเป็นอย่างไร วันนี้มีอะไรที่มีผลกระทบบ้าง อะไรที่ทำให้การลงทุนลดลง ทำให้การลงทุนนั้นทำไม่ได้ ฉะนั้นความเข้มแข็งมันจึงไม่เกิด จึงต้องมีเม็ดเงินกลับมา ขณะเดียวกันเมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้เป็นอย่างนี้ แล้วจะทำอย่างไร ตัวไหนจะชะลอ หรือจะออก ใครมีรายได้มากก็ต้องเสีย คนที่มีรายได้น้อยก็เสียนิดหน่อย ให้เป็นสัญลักษณ์ไว้ก่อน เอาอย่างนั้นได้ไหม ไม่เดือดร้อนน่า ถ้าเดือดร้อนตัวเองก็เดือดร้อนด้วย เพราะต้องเสียเหมือนกัน อย่างเรื่องภาษีบ้านและที่ดิน ต้องคิดกันอีกเยอะ ได้ให้มาตรการไปว่าจะดูแลอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด บ้านราคาแพงก็เสียมาก บ้านราคาน้อยก็เสียน้อย ถ้ามันลดลงได้อีกก็ลดลงไปแค่นั้น ให้คิดเสียว่าเราช่วยกันดูแลประชาชนคนอื่น ถ้าเราไม่ช่วยกันแล้วใครจะช่วย จะเอาเงินที่ไหน ทั้งนี้ความหมาย คือ เรามีโครงสร้างภาษีหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งไม่ได้แก้มาเลยกี่สิบปีมาแล้ว บางอย่างยังใช้ พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน 2457 ที่ดินก็ยังทำผังเมืองไม่เรียบร้อยกี่รัฐบาลมาแล้วทำไม่สำเร็จ เรากำลังเร่งทำให้สำเร็จภายใน 3 - 4 ปี เราก็ไม่ได้อยู่แล้วตามโรดแม็พ
 
                         "ภาษีอย่างนี้มันเกิดได้หรอก ถ้าเป็นการเมืองเข้ามาก็เดือดร้อน วันนี้จะเห็นว่าพวกนักการเมืองออกมาเชียร์ให้ออก รวมถึงก็มีตีกลับ นี่ละมันมีทั้งสองด้าน ซึ่งผมไม่ต้องการคะแนนนิยม ผมต้องการความร่วมมือ แต่ถ้าคะแนนนิยม ผมก็ขอบคุณความร่วมมือต่างๆ แต่ถ้าจะเชียร์ผมขึ้นเป็น 8 เป็น 9 หรือลงมา 7 ผมขอบคุณ แต่ไม่เอามาเป็นบรรทัดฐานในการทำงาน โดยบรรทัดฐานของผม คือ เห็นรอยยิ้มจากประชาชน และสนับสนุนผมในการแก้ปัญหา ผมยังคิดว่าเขาฝากความหวังไว้เยอะเหลือเกิน แล้วจะทำอย่างไรแต่เวลาก็มี และอย่าหาว่าผมจะปลื้มคำเยินยอ มาอยู่ตรงนี้มันทำตามกระแสไม่ได้ เพราะผมไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ถ้ามาหาคะแนนเสียงผมคงไม่มานั่งคิดเรื่องภาษี ลอตเตอรี่ก็ไม่ต้องแก้ ที่ดินไม่ต้องไปยึดคืน คลองถมก็ปล่อยให้เละไป นี่คือความแตกต่างไง คือความเป็นระเบียบของบ้านเมือง"
 
                         นายกฯ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการลงทุนสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าแล้ว อยากให้มีการสร้างตึกขึ้นมาด้วยแล้วเอาคนขึ้นไปอยู่ ถ้าเป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งนั้นก็คงจะปล่อยให้เป็นชุมชนไปเรื่อยๆ มีบ้านเลขที่เลือกตั้งได้อีก คือสิ่งที่มีความแตกต่างว่าคะแนนเสียงส่วนใหญ่ ส่วนน้อยเป็นอย่างไร คนเหล่านี้อะไรที่ได้ประโยชน์เขาก็ต้องเลือก ต้องสอนคนแบบนี้ ถ้าจนแล้วทำได้ทุกอย่าง ถ้ารวยแล้วยึดคืนทั้งหมดมันก็ไม่ใช่ ต้องหามาตรการที่เหมาะสม
 
 
สั่งคลังแจง ปชช. หลังเกิดกระแสวิจารณ์ว่ารัฐรีดภาษี
 
 
                         พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุม ครม.ถึงภาษีว่ามีการวิจารณ์ตัวเลขภาษีและมีการตำหนิจากฝ่ายที่รับข้อมูลไม่ถูกต้อง จึงให้แนวทางกระทรวงการคลังว่าต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้เป็นระบบ ขอให้กระทรวงการคลังและฝ่ายที่ดูแลงานประชาสัมพันธ์ไปทำความเข้าใจกับประชาชนว่า รัฐบาลมีรายได้จากภาษีเท่าไร ซึ่งตรวจสอบแล้วว่ารัฐมีรายได้ 18% ของรายได้ประชาชาติ ส่วนรายจ่ายที่จะต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชน เช่น เรื่องสวัสดิการ โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาประเทศต้องชี้แจงให้ทราบเช่นกัน หากรายจ่ายมีมากกว่ารายได้จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งต่างจากต่างประเทศที่พัฒนาแล้วมีการจัดเก็บภาษีร้อยละ 40 ของรายได้ประชาชาติ ดังนั้นการเก็บภาษีไม่ได้เป็นการรีดภาษีจากประชาชน
 
                         "นายกฯ อยากให้อธิบายว่า ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเขาจะไม่ทำสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ เพราะทำแล้วเสียคะแนน เสียการยอมรับ แต่เราไม่ได้ต้องการคะแนนเสียง แต่เราทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ"
 
                         รองโฆษกฯ กล่าวถึงการสั่งการของนายกฯ อีกว่า การในการคิดสูตรภาษี หรือสูตรอะไรก็แล้วแต่ ต้องยึดหลักการที่ให้ประชาชนได้ตระหนักว่าทุกคนมีภาระ มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการพัฒนาประเทศ มีรายได้มากจ่ายมาก มีรายได้น้อยจ่ายน้อย การจัดตั้งเพดานภาษี การกำหนดอัตราภาษีบ้านหรือที่ดินต้องคำนึงถึงความเป็นจริงเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชน
 
 
ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นอำนาจ กนง.
 
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการนโยบายการเงินแห่งชาติ (กนง.) จะมีการประชุมในวันที่ 11 มี.ค. ซึ่งต้องจับตาเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ว่า เรื่องนี้มีการหารือกันใน ครม. ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้ง กนง. ได้มีการหารือกัน เขาดูอยู่แล้ว และพร้อมที่จะปรับให้ แต่ขอดูเม็ดเงินที่เข้าออกตอนนี้ก่อน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเงินระยะสั้น ต้องดูระยะยาวว่ามีผลกระทบแค่ไหน เพราะถ้าเราผลีผลามตอนนี้เรามีโจทย์แค่ 2 เปอร์เซ็นต์ ถ้าลดเร็วเกินไปก็จะไม่มีเครื่องมือแก้ปัญหา
 
                         ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะส่งสัญญาณให้ลดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราส่งสัญญาณไม่ได้ เพราะ กนง.เป็นองค์กร ที่มีอำนาจในการรักษามาตรการทางการเงิน ซึ่งเราสั่งไม่ได้ เพราะผิดพลาดไปแล้วเดี๋ยวเดือดร้อน มันมีหลายส่วนอยู่ตรงนั้น ทั้งภาครัฐและเอกชน เขาหารืออยู่แล้ว อย่าไปกังวล คิดว่าเศรษฐกิจเรายังไปได้อยู่
 
                         เมื่อถามว่า การจะปรับขึ้นหรือลงต้องดูอะไร นายกฯ กล่าวว่า ต้องดูสถานการณ์โลกว่าเป็นอย่างไร ตอนนี้ถ้าดูสถานการณ์รอบด้านเขาก็ลงกันหมด บางประเทศเขาลงไปแล้วแต่สถานการณ์ยังไม่ได้ขึ้น เราต้องดูตรงนั้นด้วย ถ้าลงไปแล้วเราไม่ได้ขึ้นเลยจะทำให้เราถอยหลังลำบากในวันหน้า เพราะมันมีเงินสำรอง เราก็ไม่อยากให้เอามาใช้ตรงนี้มากนัก
 
 
ขอหารือต่ออายุ ป.ป.ช.
 
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ ​กล่าวถึงเรื่องการต่ออายุคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า กำลังหารือกันอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร ต้องฟังความคิดเห็นจากหลายส่วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งต้องมีการคัดสรรใช่หรือไม่ แต่ในช่วงนี้ต้องดูว่าอำนาจในการคัดสรรมีหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญหายไป เรื่องนี้อย่าให้เป็นประเด็นเลย ใครเป็นก็ต้องทำหน้าที่เหมือนกัน
 
 
เตรียมเสนอแนวคิดจัดการ 'สึนามิ-น้ำท่วมใหญ่'
 
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการเดินทางร่วมประชุมสหประชาชาติระดับโลก ว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติครั้งที่ 1 ที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 13 - 14 มีนาคมนี้ ว่า หัวข้อในการประชุมคือมาตรการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติซึ่งได้มีการหารือกันมาหลายครั้งแล้ว และครั้งนี้จะเป็นการกำหนดวิสัยทัศน์ตั้งแต่ปี 2015 - 2035 รวม 20 ปี ว่าเราจะมีมาตรการในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติต่างๆ อย่างไร ซึ่งรัฐบาลเองได้มีการประชุมเรื่องดังกล่าวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุมและมีข้อสรุปแนวทางออกมา ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะนำเสนอในการประชุมที่เซนไดด้วย ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะต่อเนื่องกับการพูดคุยหัวข้อปฏิญญาเฮียวโกะที่จะประชุมร่วมกันทุกๆ 10 ปี ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 โดยวันที่ 13 มีนาคมจะประชุมหลักการ และในวันที่ 14 มีนาคมจะคุยลงรายละเอียดในหลักการต่างๆ ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีหลายคณะที่จะหารือกัน โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมประชุมคณะย่อยด้วย และคงใช้เวลาในการพูดคุยหลายๆ เรื่องเช่นเดียวกัน
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะเสนอว่าไทยมีการรณรงค์ในการส่งเสริมความร่วมมือในการบรรเทาภัยพิบัติอย่างชัดเจน และมีความแน่วแน่ที่จะลดความเสี่ยงภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติในไทยทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา คือ เหตุการณ์สึนามิและน้ำท่วมครั้งใหญ่โดยเราจะแสดงให้เขาเห็นว่าเรามีความร่วมมือทั้งภาครัฐและประชาชน ซึ่งจะเป็นแนวทางให้เขานำไปใช้ต่อไป ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญในการพูดคุยอีกประเด็นคือความร่วมมือในภาคเอกชนในสภาวะปกติที่จะมีการลงทุนร่วมกันในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติต่างๆ อาจมีการสร้างกองทุนความร่วมมือเกิดขึ้นด้วย
 
                         "การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติต่างๆ ที่แต่ละประเทศก็แก้ไขปัญหาต่างกันเพราะมีความเสี่ยง วิถีชีวิตต่างกัน อย่างในไทยตอนน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่าน ผมทราบว่าเราต้องดูแลชุมชนหลายที่เพราะคนไทยห่วงสมบัติไม่ยอมทิ้งบ้าน แตกต่างจากประเทศอื่นที่หากรัฐให้อพยพไปไหนเขาไปหมด แต่คนไทยรักข้าวของตัวเอง เพราะกว่าจะหามาได้มายากลำบากขนาดไหน"
 
 
 
ผุดไอเดียรวบรวมของเหลือใช้สภาพดีบริจาคปชช.
 
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนักเรียนอาชีวะที่ให้บริการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ว่า ได้สั่งการไปว่าตั้งแต่สัปดาห์หน้าให้แต่ละกระทรวงรวบรวมของที่ไม่ได้ใช้ อาทิ กระติกน้ำไฟฟ้า วิทยุ โทรทัศน์เก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว แต่ต้องมีสภาพดี ให้ประชาชนมาแลกไป เพื่อที่เราจะได้ดูแลคนจน เขาเรียกว่าการเผื่อแผ่แบ่งปัน โดยการนำของที่ใช้ได้ ส่วนของที่ใช้ไม่ได้ก็อย่าเอามา ได้ไหม นำมาบริจาคกัน
 
 
 
ชี้เหตุชกต่อยหารือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
 
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทของสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และประธานกรรมการสหกรณ์ฯ ระหว่างการประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ว่า ที่ชกกันน่าเกลียดจริงๆ คนที่มาแถลงเป็นระดับลูกน้องไปชกทำไม จะทำอย่างไร แล้วเงินจะได้คืนอย่างไร ผลกระทบตามมาหมด เพราะทุกคนบอกว่าตรงนี้คือภาษี ก็สั่งสหกรณ์ไปทบทวนว่า ผลประโยชน์ตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์ ต่างธนาคารหรือเปล่า มีเป็นกฎหมายมาแล้ว มันคือจุดอ่อนที่ทำให้เกิดการทุจริต บางคนก็เอาเงินมาฝากสหกรณ์ดีกว่าฝากธนาคาร หลายคนไปฝากที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเยอะ ถ้าล้มไปทั้งหมดจะทำอย่างไร รัฐบาลก็ต้องเตรียมมาตรการอย่าไปตกใจ หาเงิน ต้องดูแลประชาชนอยู่แล้ว อย่ากลัวมาก ว่าจะไม่ได้เงินคืนกัน ถ้าทุกคนไปถอนกันหมดก็ล้มละลายกันเป็นพังพาบ ให้มีการสอบสวนกันไปทีละอัน มีการดำเนินคดีเพื่อหาคนรับผิดชอบ ซึ่งระหว่างนี้รัฐบาลก็ดูแลและเคยแก้ปัญหามาแล้ว
 
                         ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีอดีตพระวัดพระธรรมกาย มีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทหนึ่ง ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งอายัดหุ้นบริษัท ภายหลังตรวจสอบพบว่า หุ้นจำนวนนี้เคยปรากฏชื่อนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ ว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ ปปง.ก็สอบสวนต่อไป ว่ามีบัญชีใครบ้าง ไม่ต้องกลัว ใครไม่ผิด ก็ไม่ต้องกลัว
 
 
 
มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบ จะมีปัญหาขึ้นค่าตอบแทน
 
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ ว่า การออกนอกระบบต้องดูกันอีกทีถึงการตัดสินใจแบบนั้น เขาขอมารัฐบาลก็จำเป็นต้องให้ถ้าดูแลได้ โดยปัญหาที่จะตามมาคือการขึ้นค่าตอบแทนอาจจะมีปัญหา เพราะว่าไม่ได้อยู่กับรัฐ ทุกคนก็จะเดือดร้อน เพราะบางมหาวิทยาลัยที่แยกไปแล้ว ก็ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ก็จะเป็นปัญหา
 
 
 
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ไม่จำเป็นต้องเปิดเผย 100 เปอร์เซ็นต์
 
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการจัดซื้อจัดจ้างรถ เรือดับเพลิง รวมถึงเครื่องออกกำลังกาย ของกระทรวงมหาดไทย ที่ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ต้องมีการเผยแพร่ข้อมูล แต่ข้อมูลบางส่วนถูกปกปิด ว่า ขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ และการเข้าถึงข้อมูลเป็นไปตาม พ.ร.บ.ข่าวสาร ซึ่งได้สั่งการให้มีการลงข้อมูลในเว็บไซต์ต่างๆ ลองดูว่ามีการเปิดเผยหรือไม่ ส่วนเรื่องรายละเอียดของโครงการรับจำนำข้าวนั้น ก็มีการเปิดเผยความคืบหน้าออกมาแล้ว บางอย่างไม่ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องให้ข้าราชการทำงานบ้าง ซึ่งมีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ดูแลอยู่ โดยหลักการมีอยู่ว่า เปิดเผยคือโปร่งใส ปกปิดคือข้อยกเว้น ซึ่งที่ยกเว้นนั้น ยกเว้นด้วยกรอบอะไร การบริหารหรือไม่ ต้องดูด้วย ถ้าเปิดเผยทุกอย่างจะทำงานลำบาก ซึ่งต้องเข้าใจ
 
                         ส่วนที่เครือข่ายเอกชนมีการผูกขาดการจัดซื้อจัดจ้างของหลายกระทรวง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เบื้องต้นต้องดูว่า เครื่องมือที่ขายในประเทศไทยมีขายอยู่กี่บริษัท ส่วนความเชื่อมโยงของบริษัทเหล่านั้น ไม่ทราบ ต้องดูว่าอยู่ในกติกาหรือไม่ เพราะก่อนการจัดซื้อจัดจ้างต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ถ้าผ่านกรรมการอาจจะเป็นบริษัทเดียวกัน ก็ไม่รู้ แต่มันเข้ามาตรฐาน แต่ถ้าคำว่าเครือข่ายหมายถึงเครือญาติ พี่น้อง และประกอบการอย่างถูกต้องก็ไม่เป็นไร ต้องว่ากันด้วยกฎหมาย ซึ่งหากมีปัญหาก็ฟ้องร้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่เข้าข้างใครอยู่แล้ว
 
                         "กลไกข่าวสารเขาให้ได้เท่าที่ให้ได้ ที่เขาไม่ให้แสดงว่ายังมีข้อยกเว้นอยู่ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรู้ด้วย ถ้ามีการทุจริตก็ต้องไปฟ้องเอา ไม่ใช่ว่าต้องเปิดเผยทั้งหมด ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว"
 
 
 
ประชุมแม่น้ำ 5 สาย 11 มี.ค.
 
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงจดหมายข่าวรัฐบาล “เพื่อประชาชน” ที่มีการเผยแพร่ในวันนี้ ว่า เรื่องการสร้างความเข้าใจกับประชาชนรัฐบาลจะออกเอกสารจดหมายข่าวรัฐบาล “เพื่อประชาชน” ออกมาเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง รวมทั้งจะมีการแพร่หลายไปยังสาธารณะ อย่างไรก็ตาม ฉบับแรกยังไม่ครบยังต้องมีการแก้ไขอีกพอสมควร เพราะมีทั้ง 19 กระทรวงที่จะต้องรายงานผลงานต่างๆ ด้วย และการทำเอกสารดังกล่าวไม่ได้ต้องการโชว์ผลงาน แต่ต้องการให้รู้ว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้าง โดยเฉพาะในสิ่งใหม่ จะได้มีหลักฐานมากกว่าการตอบคำถามกับสื่อ บางครั้งประชาชนทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจ นอกจากนี้รัฐบาลจะเร่งสร้างการรับรู้ ทุกอย่างต้องเดินภายใต้กฎหมายและการรับรู้ รวมทั้งการจัดเตรียมคณะทำงานบริหารราชการ ตอนนี้ในวอทแอพ เริ่มมีการแจ้งข้อมูลในโทรศัพท์มากขึ้น โดยรัฐบาลจะใส่ข้อมูลต่างๆ เข้าไปในทุกกระทรวง ทบวง กรม ใครอยากดูในเรื่องงบประมาณก็เข้าไปดูได้ ใครอยากรับทราบข้อมูลข่าวสารก็สามารถไปไล่ดูว่ามีการเปิดโครงการดังกล่าวที่ไหนอย่างไร
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการประชุม 5 องค์กรตามโรดแม็พของ คสช.หรือแม่น้ำ 5 สาย ว่า จะมีการประชุมกันในวันที่ 11 มี.ค.นี้ ซึ่งจะมีการหารือในเรื่องการปฏิรูปและการออกกฎหมายของ คสช.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ครม.วันเดียวกันนี้ ได้มีการหารือถึงงานด้านความมั่นคง ซึ่งได้เน้นย้ำให้ระมัดระวังเรื่องการก่อเหตุรุนแรงอย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า ถ้าบ้านเมืองยังมีความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันก็คงลำบาก ทำอะไรก็ลำบาก ตัวเองไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ทุกฝ่ายก็ต้องช่วยกัน ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พลเรือนที่ช่วยกัน รวมทั้งประชาชนที่ช่วยกันแจ้งเหตุและสิ่งผิดปกติต่างๆ
 
                         "วันนี้ผมพยายามดูและพิจารณาทุกอย่าง อย่างเรื่องของโพลล์หรือข่าวในหนังสือพิมพ์ ผมก็ตัดเก็บมาทั้งหมด จากนั้นก็มาหารือในที่ประชุม ครม. ซึ่งมีจำนวนมาก ผมทำทุกอย่าง และหลังจากนี้ไปก็จะพูดในประเด็นต่างๆ โดยจดรายละเอียดเพื่อที่จะได้ไม่ลืม อาจจะช้าไปบ้าง แต่พูดเร็วไปก็ไม่ดี พูดเร็วเดี๋ยวก็กลายเป็นเหยื่อ จากนี้ไปจะพูดให้ดี อารมณ์เย็นๆ"
 
                          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามามีปัญหาให้แก้จำนวนมาก โดยเฉพาะคดีต่างๆ ที่ยังคาราคาซัังทั้งคดีก่อนวันที่ 22 พ.ค. 57 หรือหลังวันที่ 22 พ.ค. 57 วุ่นไปกันหมดเรื่องเงินเรื่องทอง ถ้าไม่มีรัฐบาล คสช. เข้ามาแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น หลายอย่างคงไม่ได้ผ่านออกมา วันนี้รัฐบาลจึงพยายามจะออกกฎหมายหรือบางอย่างออกมาก็ขอว่าอย่าตื่นตระหนก เพราะรัฐบาลมีมาตรการที่พร้อมดูแลทั้งด้านการเงินและผู้ได้รับผลกระทบต่างๆ ขอร้องว่าอย่าไปตีกันเลย
 
                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องขอชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้จัดพบปะประชาชน ซึ่งมีประชาชน นิสิต นักศึกษาได้สอบถามทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎอัยการศึก สิทธิเสรีภาพต่างๆ ซึ่งผู้ว่าฯ เชียงใหม่ก็ตอบได้ดี และไม่ได้เข้าข้าง โดยได้ชี้แจงว่าสถานการณ์ช่วงนี้เป็นอย่างไร เหมือนเป็นการซื้อรถคันใหม่ เคยมีรถคันเก่าที่วิ่งอันตราย ขับช้าบ้างเร็วบ้าง วันนี้ถือเป็นการซื้อรถใหม่ เบรกดี คนขับก็ดี ก็ต้องลองดูว่ารถคันนี้จะดีหรือไม่
 
                         "และบังเอิญว่ารถคันนี้ผมเป็นคนขับ ซึ่งผมพยายามลดการขับแบบหวาดเสียวลง ยอมรับว่า ที่ผ่านมาผมอาจจะเร็วไปนิดหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความเข้าใจ จะต้องสร้างความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศทำไปในหลายๆ มิติว่าเราทำอะไรไปบ้าง ส่วนการประชุม แม่น้ำ 5 สายในวันที่ 11 มี.ค.ก็จะสรุปให้ฟังว่าการทุจริตมีอะไรบ้างและเราได้ทำอะไรไปบ้าง ขอร้องว่าอย่างเร่งรัดกันเลย ให้โอกาสแก้ไขและต่อสู้คดีกันไป แต่อะไรที่เป็นกติกาก็ต้องเป็ากติกา ถ้ายอมรับในความผิดที่ชัดเจนก็ต้องทำให้ได้ การสร้างความเข้มแข็งขององค์กรทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นต้องปรับใหม่ทั้งหมด ในเรื่องระเบียบการบริหารจัดการที่ผ่านมา ถ้าการเมืองไปแทรกแซงมากเกินไป ซึ่งมันไม่ใช่ ความจริงแล้วมีหน้าที่แค่การกำกับดูแลไม่ให้มีการทุจริต และขับเคลื่อนคนตอบแทนความดีความชอบ มีธรรมาภิบาล ทั้งหมดนี้จะทำให้ประเทศเดินต่อไปได้ แต่การเมืองด้วยการเป็นประช
คมชัดลึก
สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
Copyright Ⓒ 2026 Komchadluek.net - All Rights Reserved.