ข่าว

‘มนัส บุญจำนงค์’จากนักชกเสเพลสู่พ่อค้าขายขนม

‘มนัส บุญจำนงค์’จากนักชกเสเพลสู่พ่อค้าขายขนม

11 มี.ค. 2558

คมคิด ชีวิตต้องสู้ : ‘มนัส บุญจำนงค์’ จากนักชกเสเพล สู่พ่อค้าขายขนมและรักครั้งใหม่ : เรื่อง อภิชาติ ระวีวัฒน์ / ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต

 
              "สูงสุดคืนสู่สามัญ" นิยามคำนี้ยังคงใช้ได้ดีกับผู้คนทุกเพศทุกวัย เหมือนเป็นการเตือนสติให้คนที่กำลัง "หลงระเริง-หลงผิด" กับตำแหน่งหน้าที่หรือหัวโขนต่างๆ ที่ตัวเองได้รับมานั้นว่า จงระวังให้ดีว่า สักวันหนึ่งมันก็ต้องจางหาย...และจบลงไป! ไม่เร็วก็ช้า
 
              โดยเฉพาะในแวดวงการกีฬา ในแต่ละยุคมี "ฮีโร่" เกิดขึ้นมาแล้วมากมาย เพียงแต่ว่า เหล่าบรรดาฮีโร่ หรือ "ซุปตาร์" เหล่านั้น จะมีการประพฤติปฏิบัติตัวเองอย่างไรบ้าง
 
              หากประพฤติปฏิบัติตัวเองดีเสมอต้นเสมอปลาย มีหน้าที่ความรับผิดชอบให้สมกับคำว่า นักกีฬาทีมชาติ หลายคนก็จะเป็น "ดาวค้างฟ้า" อยู่คู่คนไทยไปตลอด
 
              ในทางตรงกันข้ามหากนักกีฬาคนนั้นๆ ประพฤติตัวเองในทางที่ไม่ดี ชอบสร้างปัญหาอยู่เป็นประจำ แถมยังมีข่าวในแง่ลบออกมาตลอดก็อาจเป็น "ดาวดับแสง" ในเวลาอันรวดเร็ว
 
              เช่นเดียวกับชีวิตของ "เจ้าเติ้ล" มนัส บุญจำนงค์ อดีตฮีโร่ขุนพลนักชกทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองกีฬาโอลิมปิกเกมส์ปี 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และเหรียญเงินปักกิ่งเกมส์ปี 2008 ที่จีน ถือว่า เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นคนแรกของไทยในประวัติศาสตร์ที่สร้างความสำเร็จได้เหรียญรางวัลถึง 2 โอลิมปิกติดต่อกัน
 
              ขนาด "โม้อมตะ" สมรักษ์ คำสิงห์ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกคนแรกของไทย ยังยอมรับชั้นเชิงมันสมองบวกเหลี่ยมมวยบนผืนสังเวียนผ้าใบของนักชกจากเมืองราชบุรีรายนี้ ถึงขนาดยอมออกนอกหน้ารับเป็นคนกลางในการดึงตัว "เจ้าเติ้ล" มนัส มารับใช้ชาติอีกครั้งเมื่อครั้งมีปัญหากับสตาฟฟ์โค้ชยุค "เสธ.อ้าย" พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ อดีตนายกสมาคมฯ เพื่อก้าวไปสู่รอบสุดท้ายโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
 
              แต่ครั้งนั้น มนัสไม่ยอมมาเข้าแคมป์เก็บตัวทีมชาติตามสัญญาที่ให้ไว้กับรุ่นพี่สมรักษ์ เล่นเอาสมรักษ์โมโหสุดๆ ที่ทำให้เขาเสียหน้าจนตกเป็นข่าวใหญ่โต และกว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมได้ต้องใช้เวลานานนับปี หลังมนัสนำดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมาถึงบ้าน
 
              สาเหตุเกิดจากปัญหาภายในสมาคมมวยสากลสมัครเล่นที่กำลังร้อนระอุในห้วงเวลานั้น โดยเฉพาะตำแหน่ง "นายกสมาคม" รวมไปถึงผู้ใหญ่ (บางคน) ไม่ปลื้ม-ชอบขี้หน้ามนัส ที่เปรียบเสมือน "หัวหน้าแก๊ง" นักชกเสเพลที่ไม่มีใครต้องการ จึงทำให้เขาอึดอัดหากมาเก็บตัวกับสมาคม ที่ กกท.หัวหมาก
 
              ที่สำคัญไปกว่านั้นเมื่อ "เจ้านาย" ที่รู้ใจอย่าง "เสธ.วีป" พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ อดีตนายกสมาคมฯ โบกมือลาจากเก้าอี้ตัวนี้ไปแล้วด้วย ส่งผลให้มนัสยอมหันหลังให้แก่กีฬาชนิดนี้ทันที แม้ว่าจะมีหลายคนขอร้องแล้วก็ตาม เนื่องจากฝีมือและความสามารถของ "เจ้าเติ้ล" ไม่เป็นสองรองใคร
 
              ล่าสุด แทบไม่น่าเชื่อว่า "มนัส บุญจำนงค์" วัย 35 ปี ในวันนี้จะมีแนวความคิดและการใช้ชีวิตต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปมาก จากคนเสเพลชอบเที่ยวดื่มกินแถมยังมีเรื่องการพนัน และผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งที่ตกเป็นข่าว และไม่เป็นข่าวให้สังคมได้รับรู้
 
              แต่ ณ วินาทีนี้ "เจ้าเติ้ล" เป็นเหมือน เสือกลับใจ ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่าง หลังได้มาคบหาและรู้จักแฟนคนใหม่ "น้องปัด" พิชยาภา พูนิสสัน สาวเอวบางร่างน้อยวัย 26 ปี จาก อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ก่อนทั้งคู่จะมาทำธุรกิจร่วมกันด้วยการขาย "ขนมคอนเฟลกฮีโร่" หรือ “มิกซ์ซีเรียล ตราแชมเปี้ยน By มนัส บุญจำนงค์” มี 3 รส คือ รสดั้งเดิม, รสสตรอเบอร์รี่ และ รสช็อกโกแล็ต ราคามีตั้งแต่ 30-40-50 บาท ส่งขายทางโลกออนไลน์ คือ เฟซบุ๊ก จนมีลูกค้าเข้าไปอุดหนุนมากมาย
 
              มนัส เปิดเผยความเป็นมาให้ฟังว่า เมื่อปีที่แล้วได้มีโอกาสไปงานเลี้ยงรุ่นของรุ่นพี่คนหนึ่งที่นับถือกันที่ จ.ลพบุรี เผอิญไปพบกับแฟนสาว ซึ่งเป็นรุ่นน้องของพรรคพวกที่รู้จักกัน ก็เลยเกิดปิ๊งและชื่นชอบเป็นการส่วนตัว เพราะเป็นคนอัธยาศัยดียิ้มเก่งและดูน่ารัก จากนั้นก็ติดต่อพูดคุยกันเรื่อยมาก่อนจะมาสารภาพว่า อยากคบเป็นแฟนด้วย เพราะตัวเองก็เลิกกับภรรยาเก่าและอยู่ตัวคนเดียว แต่มีข้อแม้ว่า ตัวเองจะต้องเลิกนิสัยที่ไม่ดีในอดีต โดยเฉพาะการเที่ยวเสเพลดื่มกินไปวันๆ กับเพื่อนฝูง และการเล่นพนัน เพราะทางบ้านของแฟนเขาไม่ชอบ หากทำได้ก็ค่อยมาคบหาคุยกัน
 
              ส่วนตัวใช้เวลานอนคิดอยู่หลายวัน ก่อนตัดสินใจว่า จะปรับปรุงตัวเองเสียใหม่เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เรื่อยมาจนถึงวันนี้ไม่เคยดื่มเหล้า และเล่นการพนันอีกเลย เพราะได้กลับมานั่งทบทวนตัวเองแล้วว่า กว่า 10 ปีที่ผ่านมาใช้ชีวิตไร้สาระดื่มกินเที่ยวเตร่ไม่มีจุดหมายอะไร มีแต่เพื่อนกิน, เพื่อนเที่ยว มากกว่าคนจริงใจ แถมอายุก็มากขึ้นอยากหาคนรักที่รู้ใจสักคนคอยดูแลกันไปตลอด ที่สำคัญพอมาพบกับ "น้องปัด" แล้วมันมีความสุขจริงๆ ว่าคนสุดท้ายที่เราจะฝากชีวิตเอาไว้ด้วย
 
              "เขาเป็นคนจริงใจไม่เสแสร้ง ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยผ่านมา มักเอาแต่เรื่องผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่แฟนสาวคนนี้มีแต่จะช่วยกันสร้างสรรค์ทำมาหากินร่วมกัน โดยเฉพาะ "ขนมคอนเฟลก" ที่ขายทุกวันนี้เขาเป็นคนต้นคิดขึ้นมา เพราะเห็นว่า อยู่ว่างๆ น่าจะหาอะไรทำ ส่วนตัวเองก็มีหน้าที่ช่วยแพ็กของใส่กล่อง เพื่อส่งให้แก่ลูกค้าที่สั่งมาทางเฟซบุ๊ก หรือ โทรศัพท์เข้ามา ซึ่งเวลานี้การตอบรับดีมากๆ เพราะมันเป็นขนมกินเล่นได้ทุกเพศทุกวัย หรือจะเอาไปใส่นมรับประทานแทนอาหารตอนเช้าก็ได้ มีประโยชน์แก่ร่างกาย ซึ่งทุกวันนี้ผู้คนหันมาให้ความสนใจสุขภาพกันมากขึ้น จึงเริ่มต้นทำอย่างจริงจัง"
 
              อดีตฮีโร่เหรียญโอลิมปิก 2 สมัย เล่าว่า เท่าที่ผ่านมามีแต่ข่าวตัวเองในเรื่องเสียหายทั้งเรื่องการพนัน, เป็นหนี้ และความไม่รับผิดชอบต่างๆ ส่วนตัวขอบอกเลยว่า เป็นคนชอบเที่ยวชอบดื่มเหล้าจริง เริ่มตั้งแต่คว้าความสำเร็จเหรียญทองโอลิมปิก 2014 ที่กรีซ เพราะเราเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง เมื่อทุกอย่างมันเข้ามามากมาย ทั้งชื่อเสียง, เงินทอง, เกียรติยศ และการยอมรับของสังคม ทำให้ตัวเองหลงละเลิงกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น เคยเที่ยวใช้จ่ายเงินดูแลเพื่อนฝูงหนักถึงคืนละ 2-3 หมื่นบาทก็มีมาแล้ว รวมทั้งหากเพื่อนฝูงที่รักชอบพอกันแล้วถึงไหนถึงกัน
 
              "แต่เมื่อมองย้อนกลับมาแล้วไม่เห็นมันจะมีอะไรดีขึ้นเลย สุขภาพร่างกายก็ย่ำแย่ เงินทองก็ขาดมือ งานการที่รับไว้ก็เสียไปหมด ยิ่งตอนที่ตัวเองลำบากสุดๆ เพื่อนฝูงที่เคยล้อมหน้าล้อมหลังไม่ได้มาให้เห็นหน้า มันต้องถึงเวลาหยุดได้แล้ว และจะขออยู่แบบเงียบๆ กับครอบครัว พร้อมคนที่เรารักจะดีกว่า เนื่องจากความสุขที่แท้จริง มันไม่ต้องไปหานอกบ้าน แต่มาจากคนที่เรารักและรู้ใจเราเท่านั้นเอง และมันก็ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับแฟนสาวคนนี้ ซึ่งเวลานี้ธุรกิจที่เราทำร่วมกันนั้นมันเป็นแค่เพียงการเริ่มต้น อนาคตอยากจะมีหน้าร้านขายของเพื่อโชว์สินค้าให้ทุกคนเห็น เพราะนี่คือ ธุรกิจอันแรกที่เป็นเจ้าของเอง ทุกวันนี้ไม่ว่า จะเดินทางไปโชว์ตัว หรือ เตะฟุตบอลการกุศลที่ไหนก็จะเอาขนมดังกล่าวไปขายให้กับเพื่อนฝูงและคนรู้จักด้วย"
 
              มนัส เล่าให้ฟังอีกว่า เรื่องของการมีคนเป็นห่วงว่า ตัวเองล้มละลายไม่มีเงินเหลือแล้ว ขอบอกเลยว่า ไม่ใช่เรื่องจริง ทุกวันนี้เงินเก็บยังอยู่เหมือนเดิม เพราะ พล.อ.ทวีป คอยสั่งสอนดูแลให้ตลอดว่า ต้องบริหารจัดการอย่างไร แถมยังมีธุรกิจรถบัส 2 คันวิ่ง ราชบุรี-กรุงเทพฯ และ กิจการโต๊ะสนุกเกอร์ ที่บ้านเกิดเมืองราชบุรี ให้น้องชายและคุณพ่อคอยดูแลกันแบบไม่ลำบาก
 
              "นอกจากนี้ยังได้รับเงินเดือนยาวไปตลอดจนอายุครบ 60 ปีจาก โอลิมปิกไทย, บริษัทโอสถสภา และ กกท. รวมกันแล้วเดือนละประมาณกว่า 1 แสนบาท ชีวิตก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ทุกวันนี้ตัวเองมองโลกไกลมากขึ้น รู้เลยว่า ใครจริงใจ หรือ เข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์จากเรา นับว่าประสบการณ์ที่ผ่านมามันคือ บทเรียนอันล้ำค่า ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายมาได้ จากนี้ไปจะตั้งใจทำมาหากินกับธุรกิจตัวนี้ให้ดีที่สุด"
 
              ณ วินาทีนี้พร้อมจะกลับมาเป็น "นิวเติ้ล" มนัส บุญจำนงค์ คนใหม่ ที่พร้อมจะให้การช่วยเหลือสังคมและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่คนรุ่นใหม่ต่อไป ขอเพียงแค่ให้ทุกคนเปิดโอกาส รับรองว่า ฝันร้ายเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วจะไม่ตามมาหลอกหลอนอีกอย่างแน่นอน!!
 
              สนใจสินค้าสั่งจองได้ที่เบอร์โทร 08-4823-7444, 09-9005-8762 หรือทางเฟซบุ๊ก มนัส บุญจำนงค์ รับรองไม่ผิดหวัง!!