ข่าว

ถึงเวลา ไทย-กัมพูชาถกลดกำลังพล

ถึงเวลา ไทย-กัมพูชาถกลดกำลังพล

13 ก.ค. 2552

หลังจากที่ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สั่งเคลื่อนกำลังทหารและอาวุธหนักขนาดใหญ่ “จรวด-รถถัง-ปืนใหญ่” มาประชิดบริเวณตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะด้านปราสาทพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพียงเพราะไม่พอใจที่ยูเนสโกเลื่อนวาระการพิจารณา

การเลื่อนการพิจารณาครั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน เข้าใจว่าประเทศไทยอยู่เบื้องหลัง จึงได้ประกาศเคลื่อนกำลังทหารขนาดใหญ่เข้ามากดดันบริเวณดังกล่าว ทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 เคลื่อนกำลังทหาร และอาวุธหนักลงพื้นที่เช่นกัน เพื่อไปรักษาดินแดนอธิปไตย

 ทำให้ ณ เวลานี้กำลังทางทหารขนาดใหญ่ของทั้งสองกองทัพต่างเผชิญหน้ากันด้วยท่าทีที่ตึงเครียด

 สถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปกำลังทหารรอเพียงเสียง “นกหวีด” จากผู้นำของทั้งสองประเทศเท่านั้น ว่าจะให้ถอย หรือเดินหน้า แม้ว่าทั้งสองประเทศอยู่ในภาวะที่ไม่ต้องการสู้รบก็ตาม

 แต่ที่เป็นเช่นนี้ "การข่าว" ระบุว่า สาเหตุไม่แค่เรื่องที่ยูเนสโกเลื่อนพิจารณาปราสาทพระวิหารขึ้นเป็นมรดกโลกเท่านั้น แต่นัยสำคัญลึกๆ ที่สมเด็จฮุน เซน ไม่พอใจ คือเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าประเทศกัมพูชาเป็นแหล่งซุกซ่อนกบดานพักพิงให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย

 เพราะรู้ดีว่าทางการไทยต้องการตัว พ.ต.ท.ทักษิณ แต่การที่กัมพูชาเปิดให้พักพิงก็เท่ากับสะกิดให้เกิด "แผลในใจ" แก่ทั้งสองประเทศ จนน่าห่วงว่าเหตุการณ์จะบานปลายออกไปมากกว่านี้หรือไม่

 นั่นคือสาเหตุที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำ ผบ.เหล่าทัพ เดินทางเยือนประเทศเวียดนาม เพื่อขอให้เวียดนามช่วยเจรจา ฮุน เซน อีกแรง

 ขณะที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ก็เดินสายพบ สมเด็จฮุน เซน เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน ส่วน พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ก็ขึ้นไปเจรจากัน พล.ท.เจีย มอน ผู้บัญชาการภูมิภาคที่ 4 เพื่อลดอุณหภูมิลง

 ล่าสุดมีข่าวดี “ไทย-กัมพูชา” เตรียมหารือกันนอกรอบ ระหว่างฝ่ายกองอำนวยการของกองทัพภาคที่ 2 กับฝ่ายกองอำนวยการของกองบัญชาการภูมิภาคที่ 4 เพื่อหารือถึงการลาดตระเวนร่วมกัน การเก็บกู้วัตถุระเบิด และประเด็นสำคัญคือการพิจารณาการปรับลดกำลังทหาร โดยนัดหมายกันวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ที่โอสะเม็ด ประเทศกัมพูชา

 เป็นการเจรจาเพื่อกรุยทางไปสู่คำสั่งของผู้บังคับบัญชาในการลดกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย
 พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวว่า การเจรจาวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม จะคุยละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการปรับกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย และเรื่องการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ยังคงตกค้างอยู่ในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อได้ข้อสรุปร่วมกันแล้ว ก็จะนำไปหารือกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพื่อหาแนวทางปรับลดกำลังต่อไป

 “คงจะต้องหารือในเรื่องรายละเอียดว่าจะมีการปรับลดกำลังลงเหลือฝ่ายละเท่าใดเท่านั้น ขณะนี้สถานการณ์ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะทหารของทั้งสองฝ่ายเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี และไม่ได้มีอาการตึงเครียด แม้ว่าจะเผชิญหน้ากันอยู่ก็ตาม ผมยืนยันว่าสถานการณ์จะไม่มีการพัฒนาไปสู่การสู้รบกันอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้กำชับให้กำลังทหารที่ปฏิบัติงานอยู่เฝ้าระวังให้ดีเท่านั้น” พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ ระบุ

 สถานการณ์ความระหองระแหงระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” คงยังไม่จบง่ายๆ เพราะตราบใดพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหารประมาณ 4.6 ตารางกิโลเมตร ยังตกลงกันไม่ได้ ปัญหาก็พร้อมที่จะปะทุขึ้นมาทุกเมื่อ เพราะดินแดนใครก็ต้องรักษาไว้ไม่ให้รุกล้ำเข้ามา
 
ทีมข่าวความมั่นคง