ข่าว

คน'ชนะ'ต้องอดทนมากกว่าคนอื่น'บี'เพ็ญพัฒน์

คน'ชนะ'ต้องอดทนมากกว่าคนอื่น'บี'เพ็ญพัฒน์

10 มี.ค. 2558

คน'ชนะ'ต้องอดทนมากกว่าคนอื่น 'บี'เพ็ญพัฒน์ : คมคิดธุรกิจนิวเจน เรื่องวันวิสา โรจน์แสงรัตน์

                หากจะเลือกเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจที่ไหนสักแห่ง ในช่วงหน้าร้อนแดดแรงแบบนี้บรรดานักท่องเที่ยวคงเทใจไปที่การท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะท้องทะเลแถบภาคใต้ของบ้านเรา ซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์และสวยงามของชายหาดที่เต็มไปด้วยทรายขาวเนื้อเนียนละเอียด และน้ำทะเลสีเขียวมรกต โดยเฉพาะจังหวัดที่มีศักยภาพในด้านการรองรับนักท่องเที่ยวอย่าง "ภูเก็ต" ที่รอคอยการมาเยือนของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่ด้วยการแข่งขันที่มีสูงมาก ทำให้ปัจจุบันมีการลดราคาแพ็กเกจท่องเที่ยวลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ใช่ว่าเฉพาะราคาเท่านั้นที่ลดลงไป เพราะสิ่งที่ตามมาอย่างคุณภาพของการบริการ ซึ่งเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวก็ลดน้อยถอยลงไปด้วยเช่นกัน

               เมื่อตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้น สาวสวยซึ่งพื้นเพเป็นคนภูเก็ต อย่าง "บี" เพ็ญพัฒน์ มรกตวิศิษฏ์ จึงหันมาจับธุรกิจด้านการท่องเที่ยวทางเรือ โดยหวังจะพลิกมิติและยกระดับการท่องเที่ยวทางเรือของภูเก็ตให้เป็นธุรกิจที่มีคุณภาพ ด้วยการนำเรือคาตามารัน ซึ่งเป็นเรือความเร็วสูงมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล สั่งตรงจากประเทศออสเตรเลีย พร้อมจัดโปรแกรมท่องเที่ยวที่เป็นทางเลือกใหม่ มาเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ โดยเฉพาะในวันที่ได้พบปะบอสสาววัย 42 กะรัตแห่งบลูนาคราช ผู้ให้บริการธุรกิจท่องเที่ยวทางเรือระดับพรีเมียมของ จ.ภูเก็ต ภายใต้แบรนด์บลูอันดา ซึ่งวันนี้จะทำหน้าที่เจ้าถิ่นพาออกทะเลไปเที่ยวชมเกาะสวยๆ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกของทั้งภูเก็ต พังงา และกระบี่ การเดินทางเริ่มต้นขึ้นที่อ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า มุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่ถูกรังสรรค์ขึ้น เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่

               ระหว่างเดินทางไปยังจุดหมายแรกที่เขากาโรส เธอเริ่มต้นการสนทนาด้วยการย้อนเล่าถึงประวัติของตัวเอง ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งกรรมการบริหาร บริษัท บลูคาราช จำกัด ว่า พื้นเพเป็นคนภูเก็ตแท้ๆ เกิด โต และเรียนหนังสือที่นี่ตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งเรียนระดับอุดมศึกษา ทั้งที่เอนทรานซ์ติดมหาวิทยาลัยชื่อดังของภาคใต้ แต่ด้วยความที่อยากใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่จริงๆ จึงขอทางบ้านมาเรียนต่อในกรุงเทพฯ โดยเลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาโฆษณาและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และสัญญาว่าจะรีบเรียนจบให้เร็วที่สุด ซึ่งผ่านไปเพียง 2 ปี ก็สามารถคว้าใบปริญญากลับไปฝากพ่อแม่ได้สำเร็จ

               หลังจากเรียนจบเริ่มต้นการทำงานครั้งแรกในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งอยู่ราวปีกว่า ก่อนจะย้ายกลับมาใช้ชีวิตที่ภูเก็ตอีกครั้ง กับการทำงานในสถานีวิทยุในตำแหน่งครีเอทีฟ พ่วงด้วยตำแหน่งผู้ประกาศข่าวประมาณ 2 ปีครึ่ง ก็ก้าวเข้าสู่งานใหม่ในตำแหน่งพนักงานต้อนรับภาคพื้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จ.ภูเก็ต นานถึง 8 ปี จนกระทั่งสามีขอให้ออกมาช่วยทำธุรกิจ โดยเริ่มจากการดูแลตลาดสดบันซ้าน ซึ่งเป็นตลาดสดแนวใหม่ในย่านป่าตอง จากนั้นขยายธุรกิจมาสู่ร้านอาหาร 3 แห่ง ได้แก่ ลากูน คุ่ย, กะตะ คุ่ย และ pier 88 ซึ่งหลังจากทุกอย่างลงตัว ล่าสุดหันมาเอาดีกับธุรกิจท่องเที่ยวทางเรือที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ "WE CRAFT YOUR ANDAMAN MEMORIES" ความสุขและความทรงจำแห่งอันดามันกับบลูอันดา

               "ด้วยความที่เป็นคนภูเก็ตอยู่แล้ว เมื่อก่อนจะเห็นว่า นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่เป็นนักท่องเที่ยวที่มีคลาส มีกำลังจ่าย แต่เมื่อการท่องเที่ยวบูมขึ้นทุกคนแข่งกันลดราคาแพ็กเกจท่องเที่ยงลงมา จนคุณภาพย่ำแย่ไปด้วย จนมีข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับการท่องเที่ยวทางทะเลเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ในฐานะที่เราเป็นคนท้องถิ่น อะไรที่ทำได้ควรทำ จึงตัดสินใจที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งก็ลงตัวที่การทำเรือท่องเที่ยว เพราะอยากจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ธุรกิจท่องเที่ยวสามารถทำให้ดีได้ ลองคิดในทางกลับกันหากเราเป็นนักท่องเที่ยว ได้ยินหรือเห็นภาพว่าภูเก็ตสวยมากๆ และตั้งใจเก็บเงินมาเที่ยวที่นี่โดยเฉพาะ แล้วมาเจอเหตุการณ์แย่ๆ หรือการบริการที่ไม่ดี มันจะกลายเป็นประสบการณ์เลวร้าย ที่จะส่งผลให้ประเทศเสียชื่อเสียงไปด้วย" บอสสาวเล่าถึงที่มาของธุรกิจ(หลาย)ร้อยล้าน

               การตัดสินใจจะโดดเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างจริงจัง เธอเดินหน้าศึกษาข้อมูลเชิงลึก โดยค้นพบว่า ประเทศที่มีคลื่นลมใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดคือออสเตรเลีย จึงเดินทางไปดูงานถึง 3 ครั้ง ก่อนจะสั่งเรือคาตามารัน ที่มีการทรงตัวดีเยี่ยม สมูธมากขณะแล่น เข้ามาให้บริการในบ้านเรา ซึ่งเป็นเจ้าแรกที่มีการนำเรือประเภทนี้มาจัดเป็นทริปท่องเที่ยว ก่อนหน้านี้ที่มีแล่นกันอยู่แล้ว แต่จะเป็นการรับส่งจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งเท่านั้น

               ปัจจุบันบลูอันดามีเรือคาตามารันทั้งหมด 4 ลำ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุดวันละ 132 คน แบ่งเป็น 2 ขนาด คือ 12 เมตร รับลูกค้า 24 ที่นั่ง 2 ลำ และขนาด 17 เมตร รับลูกค้า 42 ที่นั่งอีก 2 ลำ สามารถให้บริการใน 2 รูปแบบ คือ แบบเช่าเหมาลำ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าองค์กรหรือกลุ่มลูกค้าครอบครัวใหญ่ ที่ต้องการท่องเที่ยวแบบสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแต่ยังคงความเป็นส่วนตัวตลอดการเดินทาง ด้วยโปรแกรมพิเศษในเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อย่างเขากาโรส ถ้ำพุช้าง และเกาะยาวน้อย เป็นต้น และอีกประเภทคือ แบบวัน เดย์ ทริป หรือเช้าไปเย็นกลับ โดยสามารถเที่ยวชมได้ทั้งปี ทั้งนี้อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ

               "ที่จริงเรือที่เราสั่งมาให้บริการสามารถบรรจุคนได้มากกว่านี้หนึ่งเท่าตัว อย่างลำขนาด 12 เมตร รับลูกค้าได้ถึง 40 คน ขณะที่ลำขนาด 17 เมตร จุได้ประมาณ 80 คน แต่เราเน้นเป็นกลุ่มแบบเอ็กซ์คลูซีฟ จึงต้องจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละทริป เพื่อให้ทุกคนได้นั่งชมวิวทิวทัศน์กันอย่างสบาย ไม่ต้องเบียดกัน แต่ละลำยังมีไกด์ 2 คนและลูกเรืออีก 3 คนช่วยดูแลอำนวยความสะดวกในทุกๆ ด้าน พร้อมสร้างความประทับใจตั้งแต่เริ่มต้นเดินทางจนกระทั่งจบทริป" นักธุรกิจสาวเจ้าของเรือคาตามารันทั้ง 4 ลำ ให้รายละเอียด

               คุยกันเพลินจนเรือเริ่มเบาเครื่องยนต์พร้อมเสียงออดดังเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง บอสสาวคว้ากล้องคู่ใจเดินไปยังหัวเรือ เพื่อเก็บภาพธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์โดยรอบทันที พร้อมเล่าให้ฟังต่อว่า ธรรมชาติที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์และคงความเป็นธรรมชาติที่สวยงามมากๆ ทั้งยังสามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูกาลด้วย

               "บ้านเรามีสถานที่สวยงามอย่างนี้มากมาย แต่มีคนอีกมากที่ยังไม่เคยมาสัมผัส หลายคนคิดว่า มาเที่ยวได้เฉพาะช่วงไฮซีซั่นเท่านั้น แต่ที่จริงหน้าฝนก็มาได้เช่นกัน ท้องฟ้าอาจจะไม่สวยสดใสเหมือนในหน้าร้อน คืออาจจะหม่นลงไปนิดหน่อย แต่ช่วงหน้าฝนนั่งเรือมาสบายๆ อากาศเย็นๆ ที่สำคัญคือ ไม่ดำด้วย ถ้ามาช่วงนั้นบริเวณที่เราอยู่ตอนนี้จะกลายเป็นทะเลหมอกไปหมด เป็นสิ่งที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นได้อย่างสวยงามจริงๆ ถ้าไม่เชื่อต้องลองมาพิสูจน์เอง" เจ้าของกิจการเชิญชวน ก่อนที่เรือจะมุ่งหน้าสู่จุดหมายถัดไปที่เกาะห้อง

               นอกจากนี้บอสสาวยังเล่าให้ฟังต่ออีกว่า การทำธุรกิจของบลูอันดาเน้นการสร้างความแตกต่างอย่างมีคุณภาพ โปรแกรมที่จัดให้ทุกอย่างล้วนผ่านกระบวนการคิดมาอย่างดีและเหมาะสมที่สุดแล้ว โดยใส่ใจทุกรายละเอียด รวมถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้การเดินทางสมบูรณ์แบบที่สุด นั่นคงเพราะก่อนหน้านี้ตัวเราเองก็เคยเป็นนักท่องเที่ยวมาก่อน เลยรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร อย่างอุปกรณ์ดำน้ำก่อนใช้อาจจะตะขิดตะขวงใจว่า ผ่านปากใครมาบ้าง ทุกครั้งหลังใช้งานจึงต้องทำความะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและแพ็กอย่างดี เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในความสะอาด หรือรองเท้าก็จัดเตรียมให้เหมาะสำหรับเดินบนทรายโดยเฉพาะ ส่วนเรื่องอาหารที่ขาดไม่ได้เลยเมื่อมาเที่ยวทะเลคือ ซีฟู้ด ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ทางเราจะเลือกคัดสรรมาปรุงร้อนๆ ลูกค้าจะได้กินแล้วท้องไส้ไม่ปั่นป่วนทำกิจกรรมต่างๆ อย่างมีความสุข ส่วนผลไม้จะเลือกสดๆ กินแล้วจะได้ชื่นใจมีพลังที่จะท่องเที่ยวต่อ

               เพ็ญพัฒน์ มรกตวิศิษฏ์ กรรมการบริหาร บริษัท บลูนาคราช จำกัด "ต้องยอมรับว่า กว่าจะก้าวมายืน ณ จุดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องฝ่าฟันปัญหาและวิกฤติต่างๆ มามากมาย ที่หนักหนาที่สุดคงเป็นช่วงที่เกิดปัญหาทางการเมือง และมีการประกาศกฎอัยการศึก ทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทาง หรือบางกลุ่มเลื่อนการเดินทางออกไป และเมื่อมีการยกเลิกกลับไม่เสียงดังเท่าที่ควร จึงมีคนที่ยังไม่รู้อีกจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยเสียโอกาสอย่างมาก ตอนนั้นบอกเลยว่า ภูเก็ตเงียบมาก เศรษฐกิจแย่มาก สิ่งที่ทำได้ตอนนั้นคือ "อดทน" บีเชื่อว่า ผู้ชนะคือผู้ที่มีความอดทนมากกว่าคนอื่น 1 นาที ไม่ใช่แต่บลูอันดาเท่านั้นที่แย่ แต่ผู้ประกอบการทุกคนก็เป็นเหมือนกันหมด เราต้องตั้งสติ กัดฟันที่จะอยู่ให้ได้ บริษัทของเราไม่มีการจ้างพนักงานออก ยังคงจ่ายเงินเดือนเป็นปกติทุกเดือน แต่อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องช่วยกันประหยัด หรืออะไรที่ต้องลงทุนช่วงนั้นก็ต้องหยุดไว้ก่อนรอให้เศรษฐกิจดีขึ้นแล้วค่อยเดินหน้าต่อ อย่างตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะดีมากมาย เรียกว่าดีขึ้น น่าจะเหมาะกว่า เราเองก็พออยู่ได้ ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่ทุกครั้งที่ได้รับคำชมจากลูกค้า หรือเพียงแค่รอยยิ้มที่ได้รับกลับก็ทำให้หายเหนื่อย และมีแรงที่จะทำเพื่อลูกค้าต่อไป ซึ่งเราเชื่อว่า หากผู้ประกอบการทุกท่านมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกับเรา จะสามารถยกระดับการท่องเที่ยวของภูเก็ตให้มีคุณภาพดีขึ้นได้อย่างแน่นอน"