
อิศราที่รัก(จบ)
อิศราที่รัก(จบ) : 'จอกอ'จักรกฤษ เพิ่มพูล
ความเดิม : คุณสุพัณณา (สเริงรมย์) อมันตกุล หรือคุณป้าแหม่ม ซึ่งเป็นภริยาของคุณอิศรา อมันตกุล ได้เขียนเล่าบางช่วงตอนชีวิตคุณอิศรา ไว้ในชื่อ “อิศราที่รัก” เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่จะตีพิมพ์ในหนังสือที่ระลึกงานศพคุณอิศรา แต่ยังไม่ได้ถูกตีพิมพ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่ก่อเกิดมาจากสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย อันมี คุณอิศรา อมันตกุล เป็นนายกสมาคมคนแรก จึงได้จัดพิมพ์ขึ้น เพื่อจ่ายแจกในงานศพคุณป้าแหม่ม เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2557
เนื้อหาของอิศราที่รัก มีทั้งเรื่องราวชีวิตส่วนตัว ชีวิตรักระหว่างเธอกับคุณอิศรา และโดยเฉพาะเรื่องชีวิตการงาน ที่เป็นคล้ายประวัติศาสตร์บอกเล่า ถึงการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของคนรุ่นก่อน ซึ่งตอนนี้จะพูดถึงห้วงเวลาที่คุณอิศราเดินทางกลับจากประเทศจีน และถูกจับกุม คุมขังร่วมกับเพื่อนนักหนังสือพิมพ์คนอื่นๆ ยาวนานถึง 5 ปี 10 เดือน
ราวตุลาคม 2500 ได้เดินทางไปจีนแดงเป็นคณะ ตามคำเชิญของประเทศนั้น ผ่านสมาคมหนังสือพิมพ์ คุณอิศราไปด้วยความบริสุทธิ์ใจแท้ๆ มิได้มีความโน้มเอียงที่จะนำลัทธิการเมืองนั้นเข้ามาแต่อย่างใด อีกอย่างที่เป็นนิสัยประจำตัวคุณอิศราคือ ชอบท่องเที่ยว เผชิญภัย ด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นพื้นฐาน การทำอะไรอย่างจริงใจและบริสุทธิ์ใจนี้เด็ดเดี่ยวมาก จนดูเหมือนคนดื้อรั้น แม้เป็นการเสี่ยงภัยอะไรก็ไม่แคร์ นี่เป็นนิสัยที่โยงเอาเหตุการณ์มาสู่ตัวทั้งดี ไม่ดี
น้ำใจและจิตใจที่มุ่งต่อประโยชน์ส่วนรวม ต่อเพื่อนฝูงมิตรสหาย ต่องานก่อนนึกถึงตัวเอง ทำให้คุณอิศราดูเหมือนเป็นคนของสังคม ยิ่งกว่าจะเป็นของบ้านและครอบครัว ในระยะทุ่มเททุกอย่างให้งานนี้ ความรื่นรมย์ส่วนตัวเราระยะนี้จึงขาดไป เพราะชีวิตงานได้เข้ามามีบทบาทขโมยเวลาทางบ้านอย่างขาดสมดุลทีเดียว การขาด “สมดุลเวลา” ทำให้คุณอิศราเหมือนคนขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ที่ขี่ตะบึงไปข้างหน้าตามความเห็นดีเห็นชอบของตน จนบางครั้งเผลอลืมคนที่นั่งพ่วงข้างอยู่
21 ตุลาคม 2501 คุณอิศราต้องถูกจับกุมคุมขังในคดีการเมือง ด้วยข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ร่วมกับผู้เคราะห์ร้ายอื่นๆ อีกมาก ดิฉันได้บอกแล้ว คุณอิศรามีความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ก่อผิดคิดร้ายใคร เราอ่านกันออก เหมือนอ่านตัวเอง เมื่อมาต้องเคราะห์กรรมอย่างน่าสงสารเช่นนี้ เราก็พร้อมที่จะลงหุบเหวที่เขาผลักไสไล่คุณอิศราลงด้วยกัน และมั่นใจเสมอมาว่า ความยุติธรรมต้องมี
ตลอดเวลา 5 ปี 10 เดือนในที่คุมขัง เราพบกันทุกวันพฤหัสซึ่งเป็นวันเยี่ยม ท่ามกลางความยากแค้นนี้เราแทบจะหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แม้อยู่ในที่คุมขัง คุณอิศราไม่เคยท้อถอย ได้พยายามช่วยทางบ้านโดยเขียนเรื่องอ่านเล่น เป็นรายได้ออกมาในรูปเรื่องยาว เช่น ตะวันออก - ตะวันตก ลูกผู้ชายชื่อไอ้แผน ไซ่ง่อนพิศวาส รวมทั้งสะแลงไม่ใช่ของแสลง กับมีงานแปลอีกเรื่องหนึ่งคือ “วัยรุ่นและพรหมจรรย์” ซึ่งอาจารย์ประคิณ ชุมสาย ได้กรุณาช่วยเหลือส่งให้แปลเพื่อเป็นรายได้ ทั้งยังมีอื่นๆ เล็กๆ น้อยๆ เท่าที่เวลาและโอกาสจะอำนวยให้เขียนได้
คุณอิศรามีพลังใจเข้มแข็งมาก พลอยจูงให้ดิฉันเข้มแข็งไปด้วย ทุกวันพฤหัสที่เราพบกัน เรามีจดหมายถึงกันด้วย ซึ่งคุณอิศรามีอารมณ์ขันแทรกมาไม่เว้น ทำให้ยิ้มออกได้ยามยาก จดหมายเหล่านี้คือความสุขที่หล่อเลี้ยงหัวใจเราทั้งสองตลอดมา วิบากชีวิตครั้งนี้ ก็มีเพลงยาวร่ายออกมาอีกในชื่อ “ดำขำ” ถึง “ผิวผ่อง” อันเป็นสมญาตลกๆ ที่เราเรียกกันให้สมสภาพ “ผัวเมียคนขี้คุก” ชุดนี้ เจ้าของให้ชื่อว่า Heng - Suey - Verse มีอยู่ 7 ชิ้นด้วยกัน เขียนแบบฟรีสไตล์ ตามชื่อเฮงซวยเวิร์ส นักภาษาศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญโครงกลอนภาษาต่างประเทศ อ่านแล้วก็คงให้อภัย…
อิศรา อมันตกุล ถูกเผด็จการทหารจับกุมคุมขังที่คุกลาดยาว ร่วมกับเพื่อนนักหนังสือพิมพ์หลายคน เช่น สนิท เอกชัย สวัสดิ์ ตัณฑสุทธิ์ อุทธรณ์ พลกุล สุวัฒน์ วรดิลก อ.ไชยวรศิลป์
แม้ยุคสมัยของอิศรา อมันตกุล จะผ่านพ้นมาเนิ่นนาน แต่การยืนหยัดในเสรีภาพ ซึ่งส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น และการยืนยันหลักการความเป็นอิสระจากนายทุน คือหลักไมล์สำคัญในจิตวิญญาณของอิศรา อมันตกุล และคนหนังสือพิมพ์ทั้งปวง
“ตราบใดที่คุณไม่มีอิสระต่อการดำรงอยู่ และตราบใดข้อเขียนของคุณถูกครอบงำจากนายทุน เจ้าของกิจการ หรือทิศทางใด ตราบนั้นคุณไม่อาจจะเรียกตัวเองได้ว่าเป็นนักหนังสือพิมพ์เต็มตัว...”
คำของอิศรา อมันตกุล เป็นอมตะเสมอ



