ข่าว

ออกหมายจับเพิ่ม4รายพันบึ้มศาลอาญา

ออกหมายจับเพิ่ม4รายพันบึ้มศาลอาญา

09 มี.ค. 2558

ออกหมายจับเพิ่ม4รายพันบึ้มศาลอาญา ขยายผลตามล่า‘ใหญ่ พัทยา’ ศาลให้ประกัน‘กี้’อริสมันต์’ลูก-เมียรอรับ

               เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 9 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการวางระเบิดหน้าศาลอาญา รัชดา เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า  ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น.เป็นประธานประชุมชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าว เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดจากศาลทหารเพิ่มเติมอีก 4 ราย ซึ่งได้จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พยานบุคคล และพยานเอกสาร

               พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า  ในชั้นนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามีใครอยู่เบื้องหลังเพราะพบหลักฐานเพียงหมายเลขโทรศัพท์และนามบัตร  นอกจากนี้ยังเป็นเพียงคำพาดพิงของนายมหาหิน ขุนทอง เท่านั้น และขณะนี้ผู้ที่ถูกออกหมายจับทั้ง 5 ราย ยังไม่ได้เป็นผู้ต้องหาแต่อย่างใด ต้องรอให้ทางกองทัพส่งตัวมาก่อน จึงจะมีการแจ้งข้อหาให้ทราบต่อไป ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเพียงการถูกควบคุมตัวภายใต้กฎอัยการศึก และตอนนี้ยังไม่ทราบว่าทางทหารจะส่งใครมาให้ตำรวจดำเนินการ

               เมื่อถามว่าความชัดเจนของระเบิดมีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ทางการเมืองอื่นๆ หรือไม่นั้น พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ระเบิดอาร์ดีจี 5 ล็อตนัมเบอร์ 57 มีความคล้ายคลึงกับเหตุระเบิดบริเวณปากซอยรามอินทรา 26 ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.ในพื้นที่ของ สน.โคกคราม เมื่อวันที่ 9 พ.ค.57 และเหตุระเบิดที่บริเวณอาคารสำเพ็งสแควร์ ถนนราชวงศ์ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ เขตพื้นที่ สน.จักรวรรดิ เมื่อปี 57 ซึ่งจะต้องตามสืบสวนและติดตามจับกุมมาให้ได้ทั้งหมด


ขยายผลตามล่า‘ใหญ่ พัทยา’

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการจับกุมนายมหาหิน ขุนทอง และนายยุทธนา เย็นภิญโญ สองผู้ต้องหาและมีการซัดทอดถึงผู้ที่เกี่ยวข้องและอยู่ในเครือข่ายหัวรุนแรงหลายคน ในจำนวนนั้นคือนายวิระศักดิ์ โตวังจร หรือบิ๊ก หรือใหญ่ พัทยา ซึ่งผู้ต้องหาซัดทอดว่าเป็นผู้นำระเบิดอาร์จีดี 5 มามอบให้กับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เพื่อใช้ในการก่อเหตุ ตำรวจได้ขออำนาจศาลทหารออกหมายจับนายวิระศักดิ์ เรียบร้อยแล้วและกำลังติดตามจับกุม

 

‘มหาหิน’ซัดทอดแก๊งบึ้มเป็นชายอีก4คน

 
           มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น.ใน ฐานะหัวคณะพนักงานสอบสวนกรณีคนร้ายปาระเบิดใส่ศาลอาญารัชดา ได้ร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวนภายหลัง พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.แต่งตั้งขึ้น โดยพนักงานสอบสวนได้สรุปพยานหลักฐานทั้งหมด กระทั้งได้ขออนุมัติออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมก่อเหตุเพิ่มอีก 4 ราย ตามคำให้การของนายมหาหินว่า ทั้ง 4 รายเป็นผู้ชายทั้งหมด มีส่วนเกี่ยวข้องในการวางแผนเตรียมการก่อเหตุความไม่สงบดังกล่าวที่ร้านนมสดแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ช่วงวันที่ 14-15 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้นายมหาหิน และน.ส.ณัฏฐพัชร์ อ่อนมิ่ง ไปรออยู่ที่บ้านญาติที่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เพื่อรอประชุมในวันดังกล่าวแล้วมาวางแผนต่อที่อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการติดตามตัวเพื่อทำการจับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี



ศาลให้ประกันตัว‘กี้’อริสมันต์’ลูก-เมียรอรับ
 
               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนกรณีคดีกลุ่ม นปช.นำโดยนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง พร้อมมวลชนคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีช เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเดือนเมษายนปี 2552 ซึ่งเบื้องต้นผู้พิพากษาศาลจังหวัดพัทยา ได้ตัดสินจำคุกนายอริสมันต์ พร้อมแกนนำรวม 13 คน รวม 4 ปี เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา และไม่ให้ประกันตัว จนต้องไปนอนอยู่เรือนจำพิเศษพัทยา ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

               เมื่อเวลา 12.00 น. นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง อดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ภรรยานายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง พร้อมด้วยลูกสาว และญาติๆ ของบรรดา 13 แกนนำ นปช.ที่ถูกคุมขังในคดีพามวลชนบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีช เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อปี 2552 เดินทางมาที่เรือนจำพิเศษพัทยา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกับยื่นเรื่องขอเข้าเยี่ยมนายอริสมันต์ และแกนนำทั้งหมด

               จากนั้นนางระพิพรรณ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้สามีและผู้ที่ถูกคุมขังทั้งหมดสบายดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่ได้มีความกังวลใจอะไร พร้อมทั้งฝากขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง อีกไม่นานคงได้รับอิสรภาพ ในขณะนี้ได้ให้ทนายความยื่นเรื่องขอประกันตัวไปที่ศาลอุทรณ์ ซึ่งในส่วนของสามีศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวในหลักทรัพย์วงเงิน 2 ล้านบาท ส่วนคนอื่นๆ วงเงิน 8 แสนบาท และคาดว่าทั้งหมดน่าจะรับการปล่อยตัวในช่วงค่ำวันเดียวกันนี้

 

ผบ.ตร.กำชับทุกพื้นที่คุมเข้มสถานที่สำคัญ

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้สั่งการทางวิทยุสื่อสารภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ 0001(ศปก.ตร.)/40 ลง 9 มี.ค.2558 โดยอ้างถึงหนังสือที่ ตร. ได้กำชับการปฏิบัติเพื่อป้องกันเหตุร้ายสืบเนื่องจากเหตุระเบิดที่บริเวณสยามพารากอนเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2558 ซึ่งต่อมาวันที่ 7 มี.ค.2558 เวลาประมาณ 19.45 น. ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณลานจอดรถศาลอาญา กรุงเทพฯ ดังนั้น เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญ และการรักษาความสงบเรียบร้อยในภาพรวมของ ตร. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงกำชับการปฏิบัติ ดังนี้

               1. ปฏิบัติตามวิทยุที่เคยสั่งการไว้อย่างเคร่งครัด โดยต้องมีคำสั่งมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ และพื้นที่รับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับ บช./ภ./ศชต. ระดับ บก./ ภ.จว. และ สน./สภ.ให้ชัดเจน โดยให้ผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบจะต้องลงพืนที่ตรวจสอบความพร้อมของแผนป้องกันเหตุ แผนเผชิญเหตุ กล้องวงจรปิดทั้งของราชการและเอกชน รวมทั้งต้องตรวจติดตามผลการปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

               2. เพิ่มมาตรการเชิงรุกและความเข้มในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ บ้านพักบุคคลสำคัญ และสถานที่สำคัญในพื้นที่รับผิดชอบ ที่อาจตกเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุ หรือสร้างสถานการณ์ โดยประสานกับหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการรักษาความปลอดภับุคคลและสถานที่นั้น ๆ อย่างใกล้ชิด

               3. ให้ ศปก.ตร. เป็นหน่วยขับเครื่องและติดตามผลการปฏิบัติแล้วรายงาน ตร. ทราบ โดยกำชับให้ตำรวจทุกหน่วยถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด