
ประจำวันที่13ก.ค.
** งานเข้าจังเบ้อเริ่มเมื่อ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" เลขาธิการ ป.ป.ท.โชว์ผลงานชิ้นโบแดงเข้าตารัฐมนตรีตาชั่งถี่ยิบ ส่งผลให้เจ้ากระทรวงมองไม่เห็นใครจะโดดเด่นกว่า จึงแต่งตั้งให้ถ่างขาควบ 2 ตำแหน่ง ภารกิจหลักคุมงาน ป.ป.ท.
ส่วนงานเสริมแบบไม่มีโอที แต่อาจมีคดีหมิ่นประมาทเป็นโบนัส คือเป็นโฆษกยุติธรรม ประเดิมงานครั้งแรกก็เจอประเด็นหินสุดๆ คือการจัดทำข้อมูลชี้แจงแถลงไขให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความเหมาะสมในการล่าชื่อ 1 ล้านชื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี หากเป็นงานในหน้าที่ตัวเองก็เป็นอับดุลถามได้-ตอบได้ แต่พอเป็นหน้างานกรมอื่นโฆษกตาชั่งจึงต้องถอยทัพกลับไปตั้งหลักใหม่
** ส่วนเรื่องปราบปรามแหล่งอบายมุข ตู้ม้า บ่อนพนัน เลขาฯ ธาริตก็ขอสานต่อให้จบ โดย ป.ป.ท.นัดเข้าพบ "พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา" ผบช.น.วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ เพื่อมอบภาพถ่ายที่ตั้งบ่อนการพนัน ตู้ม้า พร้อมแนบแผนที่บรรยายทางไปให้เสร็จสรรพ เผื่อเจ้าของท้องที่จะนึกภาพไม่ออก
** "นัทธี จิตสว่าง" อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านทัณฑวิทยาจากสหรัฐอเมริกา เข้ามาจัดอบรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้บริหารคุกไทย โดยโฟกัสไปที่เทคนิคการลักลอบนำสิ่งของต้องห้าม ยาเสพติด และมือถือ เข้าไปหลังกำแพงคุก ทั้งแบบดำดินและเหินฟ้า เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐที่จัดว่าจำนวนผู้ต้องขังและเรือนจำมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ได้แฉให้เห็นถึงเทคนิคสุดแสบของนักโทษอเมริกันพร้อมๆ กับมาตรการป้องกันของพัศดี ให้ผู้คุมไทยนำไปประยุกต์รับมือกับขาใหญ่เก๋าคุก
** เมื่อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 มีแนวโน้มแพร่ระบาดแบบฉุดไม่อยู่ "ธวัชชัย ไทยเขียว" อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก ตื่นตัววางมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกทั่วประเทศ ได้เรียนรู้หลักปลอดภัยจากไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ นอกจากกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือแล้ว ยังต้องตั้งหลักรับมือไม่ให้สถานพินิจฯ เป็นแหล่งแพร่ระบาด คาดว่าคงไม่ต่างจากมาตรการคุมเข้มที่กรมราชทัณฑ์ใช้คัดกรองผู้ป่วยในเรือนจำทั่วประเทศ
** เวลา 11.00 น. วันที่ 13 กรกฎาคมนี้ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับกรมสุขภาพจิต จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ที่กระทำผิดและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยหวังว่าการประเมินสภาพทางจิตจะทำให้การบำบัดสอดคล้องกับสภาพปัญหามากขึ้น ณ รร.ทาวน์ อิน ทาวน์ **



