
กสม.จี้ทบทวนก.ม.คุมม็อบ
09 มี.ค. 2558
กสม. จี้ สนช.ทบทวนร่างกฎหมายชุมนุม ชี้ ละเมิดเสรีภาพ ขัดหลักสากล แนะ จนท.คุมม็อบห้ามพกปืน
9 มี.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาาติ (กสม.) ได้เผยแพร่เอกสารความเห็น กสม.ต่อร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ... ตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้รับหลักการ เพื่อสอดคล้องกับหลักการสากลในการคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ซึ่ง กสม.ในฐานะองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่มีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมการเคารพและการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน และเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายต่อรัฐสภา (สนช.) และคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ในการนี้ ในคราวประชุม กสม.เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2558 จึงมีความเห็น และมติต่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ดังนี้
1. ชื่อร่าง พ.ร.บ.ควรเปลี่ยนเป็น ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ... เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ และเหตุผลของกฎหมาย
2. คำนิยามต้องมีความชัดเจน และผู้จัดการชุมนุมไม่ควรครอบคลุมถึงผู้เชิญชวนหรือผู้นัดหมายให้ผู้อื่นมาร่วมชุมนุม
3. การกำหนดให้การชุมนุมสาธารณะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานไม่สอดคล้องกับหลักการตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ประเทศไทยเป็นภาคี
4. การกำหนดพื้นที่ห้ามชุมนุมและสถานที่ซึ่งการชุมนุมต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงาน โดยรัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดเพิ่มเติมในภายหลังได้ เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกินสมควรและให้ดุลพินิจแก่รัฐมนตรีมากเกินไป ผลของบทบัญญัติทำให้ไม่มีพื้นที่ในการชุมนุม
5. การกำหนดเวลาห้ามชุมนุมหรือเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมไม่เหมาะสม
6. การกำหนดให้ผู้ชุมนุมจะต้องมีหนังสือแจ้งการชุมนุมก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง กรณีที่แจ้งไม่ทันต้องมีหนังสือขอผ่อนผันโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งให้แก้ไขหรือห้ามการชุมนุม ไม่สอดคล้องกับหลักการส่งเสริมและคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะ
7. กรณีที่ผู้ชุมนุมไม่แจ้งการชุมนุมหรือไม่ได้รับการผ่อนผันหรือไม่เลิกการชุมนุมภายในระยะเวลาที่แจ้ง โดยไม่แจ้งขอขยายระยะเวลา เจ้าพนักงานออกคำสั่งให้เลิกการชุมนุมได้นั้น ไม่เหมาะสม เพราะคำสั่งให้ยกเลิกการชุมนุมต้องเป็นกรณีที่การชุมนุมนั้นกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัย การสาธารณสุข ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นอย่างร้ายแรงเท่านั้น มิใช่เพราะเหตุไม่ได้แจ้งการชุมนุม
8. การกำหนดให้เจ้าพนักงานมีอำนาจจับค้นยึดอายัดหรือรื้อถอนทรัพย์สินได้ ขัดกับหลักการตามรัฐธรรมนูญฯ การใช้กำลังหรือเครื่องมือควบคุมฝูงชนควรกำหนดกรอบและขั้นตอน โดยคำนึงถึงหลักการได้สัดส่วนและพอควรแก่เหตุ ไม่ให้ใช้อาวุธปืนโดยเด็ดขาด และต้องฝึกอบรมเรื่องนี้โดยเฉพาะ
9. กรณียกเว้นความรับผิดของเจ้าพนักงานทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย ไม่สมควรบัญญัติไว้
10. กรณีเขตอำนาจศาลไม่ควรบัญญัติให้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลยุติธรรม หรือศาลใดศาลหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ควรบัญญัติให้ข้อพิพาทขึ้นสู่ศาลตามลักษณะแห่งคดีนั้นๆ
11. กรณีบทกำหนดโทษควรใช้โทษทางปกครอง ไม่ใช่โทษอาญา ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องเขียนบทกำหนดโทษไว้
12. บทบัญญัติบางมาตราไม่อาจปฏิบัติได้ เช่น ผู้จัดการชุมนุมต้องอยู่ร่วมการชุมนุมสาธารณะตลอดระยะเวลาในการชุมนุม
อีกทั้ง กสม.ยังเห็นด้วยว่า รัฐควรมีกลไกรองรับการชุมนุม เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนก่อนที่การชุมนุมจะขยายตัว และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรมีหน้าที่อำนวยความสะดวกและจัดสถานที่ในการชุมนุมสาธารณะ ไม่ควรบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงควบคู่กับ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ทั้งนี้การบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.นี้ รัฐไม่ควรแปลความจนทำให้การชุมนุมสาธารณะไม่อาจทำได้จริง ไม่เช่นนั้นจะเป็นการขัดต่อหลักการของรัฐธรรมนูญฯ ตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 11/2549 และไม่สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ประเทศไทยเป็นภาคีที่ต้องปฏิบัติตาม
อย่างไรก็ตาม กสม.ได้ส่งความเห็นดังกล่าวไปยัง สนช.และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ... แล้ว
------------------------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)



