
ผบ.ตร.ชี้บึ้มศาลโยงพารากอน
09 มี.ค. 2558
ผบ.ตร. ชี้เหตุระเบิดศาลอาญากับพารากอนเชื่อมโยงกัน ไม่ประมาทสั่งเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ขณะที่ แรมโบ้อีสาน โผล่แจง สตช. ยันไม่รู้จักมือปาป่วน
9 มี.ค.58 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีปาระเบิดศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ว่าเป็นขบวนการเดียวกันกับเหตุระเบิดบริเวณทางเดินเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน แต่มีวิธีการและรูปแบบการก่อเหตุที่แตกต่างกันไปตามความชำนาญของแต่ละกลุ่ม โดยจุดที่คนร้ายลงมือทั้งสยามพารากอน และศาลอาญารัชดานั้น เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ เพราะเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังมาตลอด เปรียบเสมือนการเก็งข้อสอบถูก
ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า จะมีการก่อเหตุระเบิดอีกหลายจุดทั่วประเทศในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ประมาท ได้สั่งการให้มีการปรับแผนจัดกำลังเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องจัดกำลังตำรวจทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลสถานที่สำคัญ สถานที่ราชการ และสถานที่เชิงสัญลักษณ์ รวมทั้งจุดที่มีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติอยู่เป็นจำนวนมาก แต่จะเน้นการใช้กำลังนอกเครื่องแบบให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและภาวะทางเศรษฐกิจ
“การตรวจสอบบุคคลที่มีรายชื่อตามที่ผู้ต้องหากล่าวถึงนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและหาพยานหลักฐาน ถ้าพบความเชื่อมโยงไปถึงบุคคลที่ถูกอ้างถึง ก็จะเรียกมาสอบทุกคน ทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้น แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคนด้วย” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
นอกจากนี้ พล.ต.อ.สมยศ ยังกล่าวถึงการทำงานของสื่อมวลชนว่า หากมีบางเรื่องที่นำเสนอไปแล้วทำให้การทำงานเจ้าหน้าที่ติดขัด หรือกระทบรูปคดี ต้องใช้วิจารณญาณด้วย เนื่องจากเรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ให้ตรวจสอบข้อความสนทนาในไลน์มือถือ หลังจากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามีบุคคลชื่อ “เดียร์” ซึ่งอาศัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นผู้ว่าจ้างให้มาก่อเหตุครั้งนี้ว่า บุคคลดังกล่าวเป็นใคร เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
‘แรมโบ้อีสาน’ โผล่แจง ‘สตช.’ ยันไม่รู้จักมือปาบึ้มศาลอาญา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มีนาคม 2558 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ได้เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ภายหลังมีเหตุการณ์คนร้ายปาระเบิดหน้าศาลอาญา ถ.รัชดา เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยนายสุภรณ์ กล่าวว่า ตนได้ติดตามข่าว และเห็นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ได้มีสัญลักษณ์ผ้าพันคอสีขาวซึ่งเขียน อพปช. (อาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ) ปรากฎในภาพข่าวด้วยนั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและรู้จักบุคคลทั้งสองแต่ประการใด เพราะได้ประกาศยุติองค์กร อพปช. และยุติบทบาททางการเมืองแล้วตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
“เพื่อเป็นการการป้องกันการเอาชื่อองค์กร อพปช. ที่ได้ประกาศยุบและยุติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไปแอบอ้างในการก่อความไม่สงบ หรือสร้างสถานการณ์ที่รุนแรงในบ้านเมือง ผมได้เข้าแจ้งความที่กองปราบปรามไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่ใช้ชื่อ อพปช. มาแอบอ้าง ผมไม่ยินยอมให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเอาชื่อ อพปช. ที่ได้ประกาศยุบและยุติบทบาทโดยสิ้นเชิงแล้ว ไปสร้างสถานการณ์ก่อความวุ่นวายต่อประเทศชาติ และประชาชน ผมพร้อมให้ความร่วมมือกับทางราชการเพื่อให้ประเทศชาติเกิดความสงบสุข เกิดความสามัคคีปรองดองของคนในชาติอย่างสุดความสามารถ” นายสุภรณ์ กล่าว



