ข่าว

'บิ๊กตู่'ซัดคนจ้างโง่กว่ามือบึ้มศาล

'บิ๊กตู่'ซัดคนจ้างโง่กว่ามือบึ้มศาล

09 มี.ค. 2558

'นายกฯ' เดินเครื่องเจาะอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา เผย 'เอกชนไทย' สนใจร่วมลงทุนรถไฟความเร็วสูง ซัด 'คนจ้าง' โง่กว่ามือบึ้มศาล ไม่ยอมคนเลว ปชช.ฝากความหวังได้

 
                            9 มี.ค. 58  เมื่อเวลา 09.30 น.  ที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างอุโมงค์ขุดเปิดท่าพระ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ความคืบหน้าการพัฒนารถไฟร่วมกับจีน ว่า ตอนนี้เรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาอะไร อย่าไปเขียนจนมันมีปัญหา อะไรที่ไม่มีปัญหา อย่าให้มันมีปัญหา ทั้งนี้เป็นเพียงการพูดคุยต่อรองกันในเรื่องการสำรวจ ออกแบบ และร่วมทุน ว่าเป็นแบบไหน เอาเงินที่ไหน เขาคุยกันแบบนั้น เขาต้องวางโรดแม็พ แล้วไปตกลงกันให้ได้ มันมีเรื่องตกลงเป็นสิบเรื่อง ซึ่งมันไม่มีอะไรง่าย เราเข้ามาดูทุกอย่าง ซึ่งแต่ก่อนไม่มีแบบนี้ ตกลงกันเสร็จแล้วโยนให้บริษัทไปทำ มันไม่ได้ เราจะต้องตกลงกับเขาก่อน
 
                            เมื่อถามถึงข่าวที่ว่ามีเอกชนไทยสนใจร่วมลงทุนรถไฟความเร็วสูง นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้กำลังคุยกันอยู่ ซึ่งเป็นการที่เขาไปรวมกลุ่มกันมา
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า จะลงทุนร่วมกันได้หรือไม่ เพราะบริษัทที่เป็นข่าว ทำธุรกิจคนละประเภท นายกฯ กล่าวว่า แล้วยังไง เขาก็ไปกู้เงินมาสิ ไม่ได้เอาเงินเขามาสร้าง โดยการร่วมทุนนั้นเขาก็ทำธุรกิจของเขาเองแล้วไปหาเงินก้อนมา จะไปรวมกันกี่เจ้าไม่ทราบ โดยจะไปเอาเงินจากแหล่งเงินกู้จากในประเทศบ้างต่างประเทศบ้างแล้วไปรวมกลุ่มกันขึ้นมา ลงทุนร่วมกับรัฐบาล และเจรจาว่าจะลงทุนกันอย่างไร 70-30 50-50 หรือแบ่งปันผลประโยชน์สัมปทาน ทั้งนี้มันต้องใช้เงินเป็นแสนล้าน เขาก็ต้องตัดสินใจหาข้อเสนอที่เหมาะสม เมื่อไม่ได้เขาก็ไม่ทำ ก็จบ ซึ่งต้องได้ข้อสรุปในการเริ่มทำในปีนี้
 
 
 
เปิดเดินเครื่องหัวเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา
 
 
                            เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างอุโมงค์ขุดเปิดท่าพระ (Cut and Cover Tunnel) พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดเดินเครื่องหัวเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาอุโมงค์ที่สอง (Eastbound TBM Launching Ceremony) โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายฯ สัญญา 2 ช่วงสถานีสนามไชย - สถานีท่าพระ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ บริษัท ช.การช่าง จำกัด มหาชน โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. พร้อมด้วยรักษาการผู้ว่าการ รฟม.คณะผู้บริหาร เข้าร่วมงาน
 
                            จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการและหัวเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมร่วมเป็นเกียรติถ่ายภาพที่ระลึกกับหัวเจาะและทีมงาน สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ มีระยะทาง 27 กิโลเมตรแบ่งเป็นยกระดับระยะทาง 22 กิโลเมตร และแบบใต้ดินระยะทาง 5 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าในการดำเนินการไปแล้ว กว่าร้อยละ 60 และมีกำหนดการเปิดรถไฟฟ้าได้ทั้งระบบได้ในปี 2562
 
                            จากนั้นเวลา 09.30น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า โครงการเปิดแผนเดินรถไฟฟ้าทั้งระบบ นั้นเป็นไปตามโรดแม็พที่เขียนไว้แล้ว แต่ที่ผ่านมามันช้าเพราะมีปัญหาในเรื่องของสัญญาและการดำเนินการต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในช่วงปลายปี 2561 หรือ ในปี 2562 ที่จะเปิดให้ประชาชนได้ใช้ ก็อยากเร่งรัดให้เร็วขึ้น และวันนี้ก็แก้ปัญหาไปได้เปราะหนึ่งแล้ว สำหรับปัญหาสัญญาที่ติดขัดทำให้ล่าช้าไปปีกว่านั้น ได้บอกไปว่าต้องทำให้ถูกต้อง และเดินหน้าให้เร็วขึ้น ส่วนสายสีส้มและสีชมพูนั้นก็ยังคงดำเนินการอยู่ นอกจากนี้ยังมีอีก 3 สายที่รอเข้าที่ประชุมครม.
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่าความล่าช้าในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ จะทำอย่างไรให้เร็วขึ้น นายกฯ กล่าวว่าปัญหาอย่างเดียวคือเรื่องการทำสัญญา ถ้าเราทำสัญญาให้โปร่งใสเป็นธรรม มันก็คงเร็ว ซึ่งรัฐบาลเข้ามาต้องการเร่งรัดทุกอย่างให้มันเร็วขึ้น ขับเคลื่อนประเทศให้เร็วขึ้น โดยในช่วงเวลาปกติมันก็มีปัญหามาโดยตลอด ไม่ว่าจะด้วยคน หรือกระบวนการ วันนี้เราเร่งทุกอย่างฉะนั้นขอให้เข้าใจด้วย ไม่ได้ทำเพื่ออย่างอื่น ส่วนโครงการที่ดำเนินการไปแล้วนั้นตนไม่เป็นห่วง เพราะมีการใช้วัสดุ และแรงงานในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ฉะนั้นจึงเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ด้วย ซึ่งทุกอย่างต้องประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านเศรษฐกิจ ทั้งการส่งออก นำเข้า ผลิตค้าขายในประเทศ แรงงานต่างๆ ทั้งหมด อย่างที่บอกแล้วว่าประเทศเราตัวเลขคนว่างงานนั้นน้อย เพราะประเทศไทยอะไรก็เป็นอาชีพไปหมด ทำอะไรก็มีรายได้ แรงงานได้วันละ 300 ยังบอกเลยว่ารอบบ้านยังได้ไม่ถึงเลย ฉะนั้นวันนี้ประเทศไทยต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ มันไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงได้โดยเร็ว
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจสอบความโปร่งใสของสัญญาจะเป็นปัญหาหรือไม่ เมื่อมีการเร่งรัดโครงการ นายกฯ กล่าวว่า ก็ตรวจคู่ขนานไป ถ้าผิดก็ลงโทษ หยุดแล้วเดินหน้าต่อเท่านั้นเอง นโยบายตนเป็นแบบนั้น ทั้งนี้การปรับขั้นตอนให้รวดเร็วขึ้นคงได้แค่นี้ เพราะขั้นตอนเป็นแบบนี้ ถ้าเร็วก็มาบอกว่าไม่ไว้วางใจ โดยวันนี้เรามีหน่วยงานตรวจสอบจากภายนอกเยอะแยะที่ทำคู่ขนานกัน ก็ยังไม่พบอะไร โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งอยู่ในข้อตกงสัญญาคุณธรรมนั้น เพื่อให้ช่วยกันตรวจสอบพร้อมกับเดินหน้า ถ้าผิดก็จำเป็นต้องหยุดแล้วหาคนอื่นมาทำ แค่นั้นเอง
 
                            ส่วนหลังจากสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเสร็จจะแก้ปัญหารถติดในย่านเยาวราชได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องไปถามกันตั้งแต่คนที่เขาให้ซื้อรถคันแรก ไปถามเขา รถมันเยอะเหลือเกิน เท่าไหร่ก็ไม่พอ ไม่ได้ไปห้ามใคร แต่เมื่อรถเยอะก็ต้องใช้อย่างประหยัด ไม่ใช่น้ำมันลงแล้วใช้อย่างไม่ประหยัด ต้องระมัดระวังการใช้พลังงาน รถหนึ่งคันควรขึ้นหลายคน ไม่ใช่ขับคนเดียว แล้วไปขึ้นรถไฟฟ้าก็บอกแพงอีก จะให้ทำอย่างไร
 
                            นายกฯ กล่าวถึง การเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ) ว่า เรากำลังเจรจรากับภาคเอกชนอยู่ โดยเจรจากับเจ้าเดิมก่อน ถ้าเจรจาได้ก็จบ ซึ่งเรื่องนี้ครม.อนุมัติไปแล้ว และไม่มีการติดขัดข้อกฎหมาย โดยยึดผลประโยชน์ของคนไทยมากที่สุด และควรจะต้องเจรจาให้เร็วที่สุดภายในปีนี้ มันต้องเกิดแล้ว แต่ถ้าไม่ได้ก็ไปประมูล ก็เท่านั้นเอง โดยเรากำลังแก้ปัญหาทั้งระบบไปสู่เศรฐกิจดิจิตอล
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วงจะสามารถตัดริบบิ้นได้ทันรัฐบาลนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้ให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ตอบคำถาม โดย พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเสร็จเรียบร้อยในเดือน ธ.ค.ปี 2558 และสามารถเปิดบริการประชาชนในเดือน มี.ค. 2559 แล้วทันรัฐบาลนี้หรือไม่
 
                            เมื่อถามย้ำว่า นายกฯ วางไว้ให้มีการเลือกตั้งเดือน ก.พ. 2559 จะทันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ผมไม่รู้ ก็แล้วแต่สิ ท่านจะเลือกไหมเล่า ไปถามประชาชนสิจะเลือกตั้งไหม ผมถามกลับไปอย่างนี้”

 

'คนจ้าง' โง่กว่ามือบึ้มศาล

 
                            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงเหตุระเบิดที่ศาลอาญา ซึ่งดูเหมือนว่าผู้ก่อเหตุไม่กลัวกฎอัยการศึก ว่า เขากลัวไหม ถ้าเขาไม่กลัวก็รอดูต่อไป กฎหมายคือกฎหมาย
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการระบุว่าเป็นกลุ่มที่นำโดยอดีตหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง และทราบหรือไม่ ขณะนี้อดีตหัวหน้าพรรคอยู่ที่ไหน นายกฯ กล่าวว่า ให้ตำรวจชี้แจง เพราะเขามีการสอบอยู่แล้ว รู้อยู่แล้วอยู่ประเทศไหน อยู่ประเทศรอบบ้านนี่แหละ
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินว่า คนร้ายมุ่งหวังจะก่อความปั่นป่วน นายกฯ กล่าวว่า ใช่แน่นอน ส่วนเป้าหมายของการสร้างสถานการณ์ในช่วงนี้ นายกฯ กล่าวว่า เขาสร้างความตื่นตระหนกให้เห็นว่าเขามีบทบาทอยู่แค่เท่านั้น คนที่ไปเสียเงินจ้างมา ก็โง่กว่าเขา คนทำก็โง่
 
                            ส่วนที่มีการแจ้งมาว่า มีการไปฝึกอาวุธที่ประเทศเพื่อนบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า บอกเขาไปแล้ว มีการประสานตลอดอยู่แล้ว
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำอย่างไรไม่ให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อมวลชนก็อย่าไปเขียนให้คนตื่นตระหนกสิ วันนี้เจ้าหน้าที่รัฐทำได้แค่นี้ คุณจะให้ทำอย่างไร ทำได้มากกว่านี้ไหม รัฐบาลที่แล้วทำได้ไหมเรื่องระเบิด จับใครได้ไหม รัฐบาลนี้จับไปแล้ว 4 คน  ส่วนจะมีการเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดในพื้นที่สำคัญอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อมวลชนก็ต้องไปอธิบายว่าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เจ้าหน้าถึงต้องเข้มงวด แต่ถ้าคุณไปบอกว่าเร่งบังคับใช้กฎหมาย จะใช้กฎอัยการศึก สื่อมวลชนเขียนอย่างนี้ตลอดแล้วจะทำอะไรถูก ถามสิจะเอาอะไร ถามสิคนทั้งประเทศจะเอาอะไร ต้องการอะไร ความสงบเรียบร้อย ความก้าวหน้าของประเทศ ขจัดทุจริตคอร์รัปชั่น เดินหน้าประเทศ เศรษฐกิจตก อะไรต่างๆ ถามว่ามันเกิดจากอะไร 1. ความขัดแย้งทางการเมือง 2. การไม่สร้างความเข้มแข็ง 3. การไม่ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งรัฐบาลพยายามทำอยู่ทุกอย่าง ถามว่าท่านจะเอาอะไรอีก ก็จะทำแบบนี้แหละ
 
                            ต่อข้อถามที่ว่า จะมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นมากกว่านี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กฎอัยการศึกมีกี่ข้อ มีกี่มาตรา มีเกือบ 20 มาตรา ใช้อยู่อันเดียว คือ การเข้าไปตรวจค้นบุคคลผู้ต้องสงสัยหรือสถานที่ต้องสงสัยโดยไม่ต้องขอหมายศาล ใช้แค่อันเดียว ไม่อย่างนั้นระเบิดวันนั้นต้องไปขอหมายศาลแล้วเมื่อไหร่จะไปจับมันได้ นั่นแหละคือกฎอยการศึก รวมถึงสามารถควบคุมตัวไว้ได้ 7 วันในพื้นที่ และก็ต้องส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ใช้ 2 ข้อ เดือดร้อนใคร แล้วมาว่ารัฐบาลใช้อำนาจปิดกั้นประชาชน ปิดตรงไหน ที่บอกว่าเอาประชาชนไปขังลงโทษ 3,000 - 4,000 คน อยู่ที่ไหนไปหามาสิ คนที่ติดคุกก็ผิดคดีอาญาทั้งสิ้น เราเรียกตัวมา 300-400 คน แล้วก็ปล่อยหมด เว้นแต่คนที่มีคดีอาญาก็ต้องส่งตำรวจ มีแค่นั้น ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.มามีอะไรมากกว่าไหม ไม่มี
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการใช้อำนาจเพิ่มหรือไม่ เพราะคนยังไม่เชื่อ นายกฯ กล่าวว่า อำนาจอะไร คนไทยกลัวอำนาจไหม จะใช้อะไร คนเราอยู่ที่จิตสำนึก ทุกคนมีจิตสำนึก ตัวเองก็มีจิตสำนึกมีความรับผิดชอบต่อประเทศไทย ถึงทำ ถ้าทุกคนอยากให้ประเทศเน่าๆ เป็นอย่างเดิมก็เชิญ แต่ตัวเองไม่ยอม
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เป็นคนทำให้ประเทศสงบจะบอกให้ประชาชนช่วยเป็นหู เป็นตากับผู้ที่ก่อความไม่หวังดีตรงนี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า พูดมา 9 เดือนแล้ว ต่อข้อถามที่ว่า รู้สึกโมโหกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่โมโหหรอก โมโหทำไม ไปดูสิว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างไปหาดู
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่เกิดเหตุซ้ำ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มั่นใจไม่ได้ ตราบใดที่คนเหล่านี้ยังมีอยู่ ที่ขัดแย้งที่ยังไม่เลิก ที่ยังพยายามต่อสู้ทางการเมือง ก็บอกว่าการเมืองคือการเมือง ตัวเองไม่ใช่การเมือง เข้ามาทำงานเพื่อมาขับเคลื่อนประเทศ และเดี๋ยวก็ไป ท่านยังรอไม่ได้เลย ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านมาป้ายอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วตอนท่านอยู่ทำไมไม่ทำ  ส่วนสถานการณ์แบบนี้เป็นการส่งสัญญาณหรือไม่ว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จก็ยังไม่สงบ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าแก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องเลือก ไม่รู้ ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้สถานการณ์การเมืองอยู่ในระดับไหน นายกฯ กล่าวย้อนถามสื่อว่า คิดว่าอยู่ในระดับไหน และถ้าไม่เข้ามาจะแย่กว่านี้ไหม ตอบสิ โดยนักข่าวตอบว่า แย่กว่านี้ นายกฯ กล่าวต่อว่า กล่าวให้ชื่นใจบ้าง ถ้าวันนี้ผมไม่เข้ามาจะให้ประเทศไทยเป็นแบบต่างประเทศหรือไม่ ที่มีข่าวระเบิดลงทุกวัน
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าประชาชนยังฝากความหวังไว้กับนายกฯ ได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ถามแบบนี้ไม่สร้างสรรค์ ไปลงอุโมงค์เถอะ ผมมั่นใจว่าทำได้ และผมจะไม่ยอมคนเลว และทุกวันนี้ก็ไม่ยอมอยู่แล้ว ถ้ายอมเลิกไปนานแล้ว นี่ไม่ยอม”
 
                            ส่วนการจับผู้ก่อเหตุได้ครั้งนี้เพราะมีการข่าวเข้ามาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า มี ให้เจ้าหน้าที่ไปเฝ้าทุกที่ ที่มีความเสี่ยง เมื่อมาก็จับได้ ต่อข้อถามที่ว่าผู้ที่จ้องก่อเหตุยังมีเพ่นพล่านอีกเยอะหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังมีอยู่ ครั้งก่อนจับมาหลายร้อยคน แล้วก็กระจัดกระจายหนีไป
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องปรับการดูแลหรือไม่ นายกฯ กล่าวติดตลกว่า ปรับอย่างไร ดูตาซ้าย ตาขวา ตาหน้า ตาหลัง
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานข่าวแจ้งว่า วันที่ 15 มี.ค. กลุ่มก่อเหตุ เตรียมจะสร้างสถานการณ์อีก นายกฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทำงานทุกวัน ไม่ใช่พอจับได้หรือมีข่าวแล้วเพิ่งทำ เขาเฝ้ากันทุกวัน แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าผู้ก่อเหตุเลือกเวลาและสถานที่ที่เจ้าหน้าเผลอไผล ฉะนั้นอยากให้ประชาชนช่วยกันเฝ้าระวัง อย่าฝากไว้กับเจ้าหน้าที่อย่างเดียว บ้านเมืองเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอาชีพใด การสร้างความมั่นคงต้องมาก่อนเสมอ สร้างความเชื่อมั่น สร้างเสถียรภาพ รัฐบาลมีเสถียรภาพต่างชาติคบค้าสมาคม แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ นี่คือสิ่งที่เราต้องเดินประเทศแบบนี้ ไม่ใช่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง หรือทำให้ข้างใดข้างหนึ่งได้รับความไม่ยุติธรรม วันนี้ให้ความยุติธรรมทุกอย่าง กระบวนการยุติธรรม คดีอาญาก็ว่ากันไป เราก็เดินหน้าประเทศไป
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นของนายกฯ ในวันที่ 13-14 มี.ค.นี้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลตัวเองตัดสินใจไว้หมดแล้ว ทุกคนมีความรับผิดชอบ ส่วนเรื่องความมั่นคงก็มีรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ กระทรวงมหาดไทยก็รับผิดชอบในหน้าที่ เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะทำอย่างไร ก็ได้ตัดสินใจและคิดไว้หมดแล้ว ถ้าอยากจะสู้ก็สู้กันมาเลย ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสู้กับใคร นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ ใครล่ะ
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่แน่ใจว่าปี 2559 เดือนกุมภาพันธุ จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องถามประชาชนว่าจะเลือกตั้งหรือไม่

 

ย้ำภาษีบ้าน-ที่ดิน ยังไม่มีข้อสรุป

 
                            พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณีการออกกฎหมายภาษีบ้านและที่ดิน ว่า ที่ผ่านมาทุกคนอยากได้นั่นได้นี่ แต่รัฐไม่สามารถเก็บภาษีได้ ก็อยากถามว่า จะเอาเงินที่ไหนมาทำ อยากให้เข้าใจกันบ้าง อะไรคือผลประโยชน์ของประเทศ อะไรคือเรื่องส่วนตัว เข้าใจดีว่าแต่ละคนมีความเดือดร้อนไม่เท่ากัน ก็พยายามจะลดและปรับ แต่ปัจจุบันไม่คิดกันเลยและไม่สนเรื่องของภาษีที่ดินและภาษีบ้าน แล้วจะให้ไปขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (vat) หรืออย่างไร ความจริงจะต้องขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้ว จาก 7 เปอร์เซ็นต์ เป็น 10 เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็ได้มีการชะลอไว้ “อันนั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ แล้วหนี้เก่าที่รัฐบาลก่อนๆ ทำไว้ ก็มีเยอะมาก แล้วประเทศจะเดินหน้าได้อย่างไร”
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปแล้วรัฐบาลจะเก็บภาษีบ้านและที่ดินใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถึงวันนี้ยังไม่มีข้อสรุป วันนี้อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการที่มีการเสนอเข้าไปยงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังต้องมีการพิจารณาอีก 3 วาระ แล้วถึงจะมีประกาศว่าจะประกาศใช้ในช่วงเวลาอีกกี่ปี ไม่ใช่จะเก็บวันนี้พรุ่งนี้ อาจจะใช้เวลาอีกหลายเดือน หรืออีก 1 - 2 ปีข้างหน้าก็ได้ และที่ต้องใช้เวลาเพราะจะต้องไปจัดทำในเรื่องของราคา ผังเมือง และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย เรื่องนี้เข้าใจดี เพราะก็เป็นคนที่เสียภาษี ข้าราชการทุกคนก็เสียภาษี
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายการเก็บภาษีบ้านและที่ดิน จะทำให้คนที่ต้องการซื้อบ้านทำได้ยากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะคนที่มีรายได้น้อย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า “เรื่องนี้ผมไม่ได้คิดเหมือนกัน แต่ก็แหม อยากได้บ้าน แต่ก็ไม่อยากเสียกัน เราสอนให้คนเป็นอย่างนี้หรือ เราจะต้องสอนให้คนมีทั้งรับและให้ ซึ่งรัฐบาลก็จะหาทางออกให้ว่าควรจะทำอย่างไร ไปไล่ไอ้คนที่ปลูกบ้านราคาแพงๆ ให้มันลดราคาลง ไม่ใช่มาบอกว่าไม่เสียภาษีเพื่อที่จะไปซื้อบ้านได้ ถือเป็นวิธีการคิดที่ผิดต้องกลับไปคิดใหม่”
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเพราะรัฐบาลเก็บภาษีไม่เข้าเป้าใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามว่า ไม่เข้าเป้าเพราะอะไร เพราะที่ผ่านมามันโกงภาษีและหลบเลี่ยงภาษีกัน เรื่องแบบนี้ก็ต้องไปบอกคนที่ทำ อย่ามาตั้งคำถาม ที่ไม่สามารถไปจับใครได้เพราะไม่ได้เป็นคนเก็บภาษี ก็ขอให้เขาเสียภาษีให้ถูกต้อง
 
                            ต่อข้อถามที่ว่า รัฐบาลมีแผนการสำรองในการหารายได้เข้ารัฐทางอื่นหรือไม่ เช่น การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม นายกฯ กล่าวว่า การที่ต้องเก็บวันนี้ เพราะต้องการมีรายได้มาชดเชยในสิ่งที่เก็บไม่ได้ โดยเฉพาะการชดเชยรายได้ที่มีน้อยมาก จะเก็บได้หรือไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึง เพราะมีการหลีกเลี่ยงภาษีบางอย่างอยู่ ก็ช่างมัน เดี๋ยวไปตามเก็บกันภายหลัง ซึ่งก็จะมีการกล่าวหาว่าเป็นการไปไล่ล่า ประเด็นวันนี้รายได้ไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงต้องตั้งงบประมาณแบบขาดดุล 2 แสนกว่าล้าน เพื่อนำไปโปะให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จ่ายเงินกู้ จ่ายค่าคลังเก็บข้าวในโครงการรับจำนำข้าวเดือนละ 2 พันกว่าล้านบาท นอกจากนี้ก็ยังต้องไปจ่ายหนี้ค่ารถไฟ และรถเมล์ฟรี ยังมีรายจ่ายประจำ แล้วจะเอาเงินจากไหน ถ้าไม่เก็บภาษี และรัฐบาลจะทำต่อเมื่อมีความพร้อม ที่ผ่านมา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถทำได้ เพราะกลัวจะเสียคะแนนเสียง
 
                            ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ เสียภาษีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เสียหลายหมื่นบาท มีรายได้เดือนละ 75,000 บาท จากเงินเดือนนายกฯ แต่ละวันก็ไม่ค่อยได้ใช้เงิน ตอนนี้ก็รอเบี้ยผู้สูงอายุอยู่