
หรูหรากับนาฬิกาแห่งอนาคต
กลับมาอีกครั้งกับมหกรรมแสดงนวัตกรรมเครื่องบอกเวลาแห่งอนาคต "สยามพารากอน เวิลด์ วอทช์ แอนด์ จิวเวลรี่ 2009" ที่จับเอากระแสความนิยมของนักสะสมนาฬิกามารวมไว้ในงานนี้ ซึ่งปีนี้ทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท สรรค์สร้างอาณาจักรนาฬิกาอย่างยิ่งใหญ่
ด้วยแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 200 แบรนด์ ได้แก่ เพียเจต์, แกรห์ม, โฆรุ่ม, เทคโนมารีน, เรย์มอนด์ เวล, แฟรงค์ มูลเลอร์, วินเซนต์ เบอราร์ด, เฟรดเดอริค คองสตรองท์, แฮร์รี่ วินสตัน, จาคอบ แอนด์ โค, เบรเกต์, โชพาร์ด, คาร์เทียร์, โอริส, แกรม ร็อก, ชาเนล ฯลฯ จำนวนกว่า 4 หมื่นเรือน รวมมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ร่วมกันส่งนาฬิกาที่รังสรรค์ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำ มาให้คอนาฬิกาได้ยลโฉมกันอย่างใกล้ชิด
"กบ" เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ผู้บริหารอาวุโสสายการตลาด แห่งสยามพารากอน กล่าวว่า ปีนี้ทุกคนจะได้พบกับนาฬิการุ่นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิการะดับมาสเตอร์พีซ,นาฬิกาคอมพลิเคชั่นที่มีกลไกสลับซับซ้อน, นาฬิกาลักชัวรี่สุดหรู, นาฬิกาแฟชั่นที่กำลังมาแรง และนาฬิกาเทคโนสปอร์ต ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีในการผลิตชั้นสูง ซึ่งทุกเรือนล้วนแล้วแต่ต้องการเผยให้เห็นถึงนวัตกรรมอัจฉริยะแห่งอนาคตแทบทั้งสิ้น
แม้จะเป็นเพียงแค่งานแถลงข่าวเรียกน้ำย่อย แต่ก็ทำเอาคอนาฬิกาทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ ตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย โดยเฉพาะ เพียเจต์ รุ่น คูชั่น ไฮจิวเวลรี่ ที่โดดเด่นด้วยตัวเรือน สาย และตัวพับล็อก ประดิษฐ์จากทองคำขาว 18 เค ปูพื้นด้วยเพชรทรงกลม 382 เม็ด น้ำหนัก 1.6 กะรัต และเพชรทรงบาเก็ตต์ 940 เม็ด น้ำหนัก 46.6 กะรัต ในขณะที่หน้าปัดสีดำประดับเพชรทรงกลม 118 เม็ด น้ำหนัก 0.3 กะรัต และเพชรทรงบาเก็ตต์ 9 เม็ด น้ำหนัก 0.9 กะรัต รวมเพชรทั้งหมด 1,449 เม็ด น้ำหนัก 48.8 กะรัต มูลค่า 59,200,000 บาท
ขณะที่เพียเจต์ รุ่น โปโล ทูร์บิญอง รีเลทีฟ ปารีส ก็โดดเด่นด้วยหน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมุมมองทางอากาศของถนนทั้ง 12 สายที่แผ่ออกไปจากประตูชัยของปารีส โดยชื่อถนนแต่ละเส้นได้ถูกสลักไว้บนหน้าปัดนาฬิกา ด้านข้างตัวเรือนยังสลักสถานที่สำคัญๆ ของปารีสเข้าไปด้วย ซึ่งผลิตเพียง 3 เรือนเท่านั้น สนนราคา 23 ล้านบาท
ตามมาด้วยนาฬิกาลักชัวรี่อย่าง ชาเนล รุ่น J12 Haute Joaillerie ตัวเรือนทำจากทองคำขาว 18 เค หน้าปัดทำจากเซรามิกสีดำ กรอบและตัวเรือนประกอบด้วยเพชรทรงเหลี่ยม 725 เม็ดแสนจะแวววาว น้ำหนักรวม 43 กะรัต ราคาจึงเหยียบอยู่ที่ 25 ล้านบาทเท่านั้น ด้าน วินเซนต์ เบอราร์ด ที่ส่งรุ่นลูเวอรีน โฟร์ซีซั่น ที่ผลิตเพียงแค่ 4 เรือน หรูหราด้วยการประดับอัญมณี ตกแต่งด้วยลวดลายใบไม้ตามฤดูกาลและกลไกจักรรอก ราคา 20 ล้านบาท
ปิดท้ายด้วยแบรนด์ คาเบสตัน รุ่นวินช์ เวอร์ทิเคล ทูร์บิญอง โดดเด่นด้วยหน้าปัดแบบลานหมุน ซึ่งผลิตจากเกร ไทเทเนียม แปลกตาด้วยโซ่ลานที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมห้วงแห่งเวลา โดยเรือนนี้ผลิตเพียง 135 เรือน สนนราคา 14,984,200 บาท
ใครที่อยากจะยลโฉมนาฬิกาอย่างใกล้ชิด ต้องอดใจรอกันสักนิด เพราะงานนี้จะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน



