
โฉนดชุมชน
รัฐบาลประกาศนโยบายการใช้โฉนดชุมชนเพื่อแก้ปัญหาที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งแม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะพูดเรื่องนี้กันมานานแล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้เห็นว่าเวลาเหมาะสมจึงทำให้เป็นรูปธรรมได้ในเร็ววันนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวบ้านก็ต้องขานรับและขวนขวายหาความรู้ใส่ตัวไว้ว่า
และถ้ามีใช้ในละแวกบ้านเราจะส่งผลกระทบทั้งบวกและลบแก่ชีวิตอย่างไร แต่วิถียุติธรรมจะไม่ลงรายละเอียดตรงนี้เพราะจะกลายเป็นคอลัมน์ความรู้ทางกฎหมายไป คงพูดถึงเรื่องนี้ในภาพรวมพอให้ได้เตรียมตัวเตรียมใจรองรับของใหม่ที่ว่านี้
ตามหลักโฉนดชุมชนถือว่าเป็นวิถียุติธรรมในการจัดสรรที่ทำกินให้แก่ชาวบ้านในยุคทุนนิยมเสรีทางการค้าแบบทุนข้ามชาติ คนไทยที่เป็นเกษตรกรแท้ๆ จะได้มีสิทธิทำมาหากินบนผืนแผ่นดินไทยอย่างเต็มภาคภูมิแม้ว่าจะเป็นคนเบี้ยน้อยหอยน้อยก็ตาม
ความจริงแล้วในโลกทุนนิยมโลกาภิวัตน์การเคารพกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลถือเป็นหลักสากล แต่ในสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้และโอกาสในการทำมาหากินอย่างเช่นสังคมไทย รัฐต้องหามาตรการแบบวิถียุติธรรมให้แต้มต่อกับคนด้อยโอกาสเพื่อจะอยู่ให้ได้ในระบบทุนนิยมที่มุ่งการหากำไรเป็นหลัก และเมื่อหามาตรการที่เหมาะสมได้แล้ว การนำมาตรการไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้สิ่งนี้ส่งผลตรงตามวัตถุประสงค์และให้ตรงตัวคนที่ควรจะได้รับจึงเป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับการคิดหามาตรการที่เหมาะสมเช่นกัน
โจทย์ตอนนี้จึงอยู่ที่ว่าทำอย่างไรจะให้โฉนดชุมชนผลิดอกออกผลกับคนที่ควรจะได้รับ คำตอบที่หยาบที่สุดก็คือต้องให้คนที่รู้และเข้าใจในเรื่องนี้เป็นผู้บริหารจัดการและต้องได้คนที่ใจซื่อมือสะอาดเป็นผู้กำกับดูแลให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้
คำตอบในเรื่องนี้ต้องสอดคล้องกับหลักการของเรื่องในเมื่อมาตรการทำเพื่อชาวบ้านที่ด้อยโอกาสและผลสัมฤทธ์ที่ต้องการก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งน่าจะหมายความว่าควรให้ชาวบ้านผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการเรื่องนี้เข้ามามีส่วนในการบริหารจัดการในการจัดสรรและกำกับดูแลด้วย ซึ่งถ้าจะเหลียวหาข้อกฎหมายมาสนับสนุนประเด็นนี้จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญนั่นแหละพูดเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติไว้แล้ว
โฉนดชุมชนเป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีชาวบ้านเป็นศูนย์กลางซึ่งชาวบ้านเองควรที่รู้คุณค่าของเรื่องนี้เช่นกันไม่ใช่ว่าจ้องหาช่องทางในการหาผลประโยชน์จากเรื่องนี้แต่ฝ่ายเดียวถูกล่ะครับว่าเราต้องหาประโยชน์จากผืนแผ่นดินในการทำมาหากิน แต่ที่พูดเพียงเพื่อเตือนสติด้วยว่าการได้ผลประโยชน์ที่ผิดไปจากวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเรื่องนี้ถือว่าเป็นการโกงชาติเช่นกัน แทบจะไม่ผิดอะไรกับการตัดไม้ทำลายป่าหรือการบุกรุกพื้นที่ป่าของกลุ่มนายทุนเพราะหากชาวบ้านรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือแสวงหาประโยชน์ที่ผิดไปจากหลักการ โฉนดชุมชนก็ไปไม่รอดกลับไปตกอยู่กับนายทุนอีกตามเคย
การอาศัยช่องว่างของมาตรการที่อาจมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นเพราะเป็นของใหม่ที่เราไม่คุ้นเคยและขาดประสบการณ์ในการบริหารจัดการและการกำกับดูแล ไม่ว่าใครที่ฉกฉวยโอกาสนี้ควรจะต้องได้รับผลร้ายของการกระทำ แต่จะทำเช่นนั้นได้ชาวบ้านต้องช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของตัวเองและของประเทศชาติด้วยการกระตือรือร้น การเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็ไม่ควรเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนรวมไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัวที่เราได้รับแจกที่ทำกินจากใครเป็นส่วนตัว
ดักคอกันไว้ก่อน ไม่อยากเสียใจกับเรื่องดีๆ เช่นนี้ในภายหลัง



