
2คนร้ายปาบึ้มศาลอาญารับหวังให้ยูเอ็นแทรก
จนท.รวบเพิ่มอีก 2 ราย หลัง 2 คนร้ายปาบึ้มศาลอาญาสารภาพหวังให้ยูเอ็นแทรก-ปัดมีสีเสื้อ ปูดสั่งการทางไลน์ แฉเตรียมก่อเหตุ 100 จุดทั่วกทม.-ถล่มคลังแสง-วัดอ้อน้อย
กรณีเหตุคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ปาระเบิดชนิด อาร์จีดี 5 เข้าไปในพื้นที่บริเวณลานจอดรถศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.เศษ วันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งหลังก่อเหตุเจ้าหน้าที่เข้าติดตาม จนเกิดการยิงปะทะต่อสู้ แต่ในที่สุดสามารถจับกุมคนร้ายทั้งสองคนได้นั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเพิ่มได้อีก 2 รายและอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม
เหตุคนร้ายลอบปาระเบิดในศาลอาญา ถ.รัชดาฯ จำนวน 1 ลูก โดยระเบิดตกลงบริเวณลานจอดรถหน้าศาลอาญา แรงระเบิดส่งผลให้ที่กั้นขอบปูน บริเวณลานจอดรถ แตกกระจายเป็นหลุมลึก เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่หลังเกิดเหตุไม่นาน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายยุทธนา เย็นภิญโญ ได้รับบาดเจ็บถูกยิง 4 นัด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ เข้ารับการผ่าตัดแล้ว ส่วนอีกคนคือ นายมหาหิน ขุนทอง วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่ากก ก่อนจะถูกจับกุมไปสอบสวน ขณะนี้อยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ทหาร ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) บางเขน ตามกฎอัยการศึกเป็นเวลา 7 วัน
ทั้งนี้ ช่วงสายวันนี้ (8 มี.ค.) คนร้ายทั้งสองให้การรับสารภาพแล้ว โดยระบุว่า มีคนจ้างให้มาทำ และมีหลักฐานการสั่งการผ่านทางโปรแกรมไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนและติดตามตัวผู้บงการต่อไป
ขยายผลสอบมือปาระเบิดศาลอาญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้ร่วมกันซักถามนายยุทธนา ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ปาระเบิดเข้าไปในบริเวณศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ทราบว่า นายยุทธนาเป็นกลุ่มฮาร์ดคอร์ มีแนวคิดทางการเมืองสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง โดยในห้วงปี 2557 ได้รู้จักกับสมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงหัวรุนแรงผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊ก มีการแลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ระหว่างกลุ่ม ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้แอพพลิเคชั่น "ไลน์" ในการติดต่อระหว่างกัน ก่อนจะพัฒนาเป็นการร่วมกลุ่มสนทนากลุ่มใหญ่ในไลน์ เช่น กลุ่มสัจจะ กลุ่มพิราบขาว และกลุ่ม people.เรารักred โดยนายยุทธนาใช้ชื่อจัดตั้งว่า “องค์ดำ”
นายยุทธนา อ้างว่า รู้จักกับนายมหาหิน ขุนทอง ซึ่งใช้ชื่อว่า "สิ" ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้เข้ากลุ่มไลน์ ที่มีสมาชิกเป็นคนกลุ่มเสื้อแดง จากนั้นได้รู้จักกับ น.ส.ณัฏฐพัชร์ อ่อนมิ่ง ที่คบหากับนายมหาหิน ต่อมาวันที่ 2 มีนาคม 2558 นายมหาหิน และ น.ส.ณัฏฐพัชร์ ได้เดินทางมาที่กรุงเทพมหานคร และเดือดร้อนไม่มีที่พัก จึงมาขออาศัยด้วย โดยบอกว่าจะพักเพียง 2-3 วัน ต่อมาวันที่ 5 มีนาคม น.ส.ณัฏฐพัชร์ ได้เรียกนายบิ๊ก (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) ให้มาพักด้วย แต่นายยุทธนาไม่อนุญาต เนื่องจากแฟนสาวไม่พอใจที่คนกลุ่มนี้มารบกวน ซึ่งนายยุทธนาเองก็ไม่พอใจที่นายมหาหินและ น.ส.ณัฏฐพัชร์พักอาศัยอยู่ด้วยเป็นเวลานาน จึงเริ่มมีปัญหาระหว่างกัน
จากการซักถาม นายยุทธนาอ้างด้วยว่า เย็นวันเกิดเหตุ น.ส.ณัฏฐพัชร์ ไม่พอใจที่นายมหาหินและนายบิ๊กรับค่าจ้างแล้วไม่ลงมือก่อเหตุสร้างสถานการณ์โดยเร็ว เพราะต้องการกลับภูมิลำเนาแล้ว ระหว่างนั้นรู้สึกรำคาญและด้วยความคึกคะนอง จึงอาสาก่อเหตุให้ โดยขอค่าจ้าง 1 หมื่นบาท เพื่อนำเงินไปใช้สำหรับการคลอดบุตรของแฟนสาว ซึ่ง น.ส.ณัฏฐพัชร์รับปากว่าจะจ่ายให้หลังก่อเหตุเรียบร้อย
นายยุทธนาระบุด้วยว่า หลังรับอาสา นายบิ๊กได้ส่งสิ่งของทรงกลม สีน้ำตาล ซึ่งอ้างว่าเป็นระเบิดที่ผลิตเอง มีอานุภาพคล้ายระเบิดปิงปอง และสอนวิธีถอดสลักก่อนขว้างให้ เพราะนายยุทธนาจะทำหน้าที่ขว้าง โดยมีนายมหาหินเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ให้ เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะนายมหาหินอ้างว่า มีปัญหาสุขภาพที่มือไม่สามารถปาของหนักได้ กระทั่งเวลา 19.00 น. วันที่ 7 มีนาคม จึงขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นมีโอ ทะเบียน วงต 967 กรุงเทพมหานคร ออกจากที่พัก ไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยมีนายยุทธนาเป็นผู้ขี่ และนายมหาหินซ้อนท้าย เมื่อมาถึงบริเวณห่างจากศาลอาญา ประมาณ 200 เมตร จึงสลับเปลี่ยนกัน โดยนายยุทธนาไปเป็นคนซ้อน และให้นายมหาหินเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์แทน และหลังจากขี่รถผ่านหน้าศาลอาญานายยุทธนาจึงขว้างระเบิดเข้าไปภายในพื้นที่ของศาล และพยายามหลบหนี แต่ไม่รอด ถูกควบคุมตัวไว้ได้
เตรียมวางระเบิด100จุดทั่วกรุง 15 มี.ค.
นายยุทธนา ยังให้ปากคำต่อทีมซักถามด้วยว่า ในการสนทนาในกลุ่มไลน์พบว่า มีการวางแผนจะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ครั้งใหญ่ในวันที่ 15 มีนาคม โดยวางแผนวางระเบิดในกรุงเทพมหานครอย่างน้อย 100 จุด ซึ่งนายยุทธนาอ้างว่า เขาไม่เห็นด้วยและคิดว่าเป็นไปไม่ได้ จึงแยกตัวออกจากห้องสนทนาที่มีแนวคิดเช่นนี้
แผนบึ้มคลังแสง-รามฯ-วัดอ้อน้อย
จากการซักถามนายมหาหิน ให้การด้วยว่า ได้รับการสนับสนุนทางการเงินและการว่าจ้างจากนางเดียร์ ซึ่งใช้ชื่อไลน์ว่า Hana อายุประมาณ 35 ปี ปัจจุบันทราบว่าอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ โดยเงินสนับสนุนเป็นเงินจากกลุ่มองค์กรหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 ได้รับการติดต่อจากนางเดียร์ ผ่านนายบิ๊ก ให้ก่อเหตุระเบิดที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ในไทยภายหลังเกิดเหตุระเบิด โดยมีเงินค่าจ้าง 2 หมื่นบาท ซึ่งนางเดียร์ได้โอนเงินงวดแรกเข้าบัญชีนายบิ๊กแล้ว 1 หมื่นบาท หากสำเร็จจะโอนเงินส่วนที่เหลือให้ แต่นายบิ๊กนำเงินไปใช้หมดแล้ว และไม่มีเงินคืนให้นางเดียร์ จึงขอร้องให้นายมหาหินและนายยุทธนา ก่อเหตุแทน
นายมหาหิน ให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุได้ออกจากที่พักของนายยุทธนา ในย่านคลอง 4 ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยใช้เส้นทาง ถ.ลำลูกกา ถ.พหลโยธิน ถ.ลาดพร้าว และถ.รัชดาภิเษก โดยนายยุทธนาทำหน้าที่ขว้างระเบิด โดยวางแผนหากก่อเหตุสำเร็จจะหลบหนีไปกบดานที่ จ.ยโสธร แต่ถูกจับเสียก่อน
ในการซักถามนายมหาหินอ้างด้วยว่า ใช้ชื่อในโลกออนไลน์ว่า สายเหยี่ยวแดง วิหคคืนถิ่น คัดลอกบทความจากเฟซบุ๊กที่ชื่อ สแกนดิเนเวีย มาเผยแพร่ต่อ โดยที่ผ่านมาติดตามคลิปเสียงของกลุ่มคนเสื้อแดงมาตลอด
นายมหาหิน ให้ข้อมูลด้วยว่า น.ส.ณัฏฐ์พัชร์ อ่อนมิ่ง เคยเป็นลูกน้องของอดีตนายทหารระดับพลเอกนอกราชการคนหนึ่ง โดยทำหน้าที่การ์ดติดตามและดูแลสุขภาพให้ โดยวันที่ 10 มีนาคมนี้ น.ส.ณัฏฐ์พัชร์จะเรียกประชุมกลุ่ม เพื่อเตรียมการก่อเหตุคลังแสง-หน่วยทหารในต่างจังหวัด เช่น จ.เชียงใหม่ และภาคอีสาน โดยจะใช้ผู้ก่อเหตุมาจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงมีแนวคิดจะก่อเหตุในสถานศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง และที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ของหลวงปู่พุทธะอิสระด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ล่าสุดตำรวจได้ขยายผลทราบว่า นายบิ๊ก ซึ่งถูกซัดทอดว่าเป็นผู้นำระเบิดมาให้นายยุทธนาและนายมหาหินก่อเหตุ ซึ่งเป็นคน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีประวัติเคยถูกออกหมายจับคดีความมั่นคงด้วย
สารภาพหวังให้ยูเอ็นแทรก-ปัดมีสีเสื้อ
เมื่อเวลา 21.36 น. มีการแถลงข่าวจับมือระเบิดหน้าศาลอาญา ที่กองบัญชาการตำรจนครบาล นายมหาหิน ขุนทอง หนึ่งในผู้ต้องหา สารภาพว่า ก่อเหตุเพื่อให้เกิดสถานการณ์ทางการเมือง เพื่อให้องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เข้ามามีบทบาทในการเมืองของไทย การกระทำแบบนี้เป็นการต่อสู้อุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้เพื่อระบอบการปกครองแบบใหม่ อย่างไรก็ดีไม่เกี่ยวกับขอนแก่นโมเดล และไม่ได้มีสีเสื้อใด ยอมรับได้รับค่าจ้าง 2 หมื่นบาท โดยคนชื่อ "เดียร์" ในไลน์กลุ่มชื่อเสรีชน เป็นคนว่าจ้าง
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า กลุ่มไลน์ที่ชื่อเสรีชน มีคนที่เกี่ยวข้องอยู่พัทยา มีการโอนเงิน หาอาวุธ วัตถุระเบิดให้มาก่อเหตุ และจะมีการก่อเหตุอีกในหลายพื้นที่ ดังนั้น ทหารและตำรวจจะมีมาตรการเข้มงวดดูแลต่อไป
รวบเพิ่มอีก 2 ราย-ค้นเจอเอ็ม 79
ขณะที่แหล่งข่าวทางทหาร เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 8 มีนาคม เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ทวีวัฒน์ (ห้องที่ 46 ชั้น 4) ซอยสำรวย 2 ถนนลำลูกกา ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นที่พักของนายยุทธนา เย็นภิญโญ และภรรยา คือ น.ส.ธัชพรรณ ปกครอง ผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, มีดสปาร์ต้า 1 เล่ม สมุดบันทึก ซึ่งมีรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์สมาชิกในกลุ่มเสื้อแดงและเครือข่ายกลุ่มฮาร์ดคอร์ รวมทั้งมีรายชื่อบุคคลสำคัญอีกจำนวนหนึ่ง
ต่อมาเวลา 04.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 38/559 หมู่บ้านเคซี คลัสเตอร์ ถนนไทยรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ พบ น.ส.ธัชพรรณ ปกครอง ภรรยาของนายยุทธนา และ น.ส.ณัฏฐพัทธ์ อ่อนมิ่ง ภรรยาของนายมหาหิน จึงนำมาซักถามที่ มทบ.11
นอกจากนี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าตรวจค้นในพื้นที่อื่นๆ ตามที่ผู้ต้องหาให้การ และพบปืนยิงระเบิดเอ็ม 79 และลูกระเบิดเอ็ม 79 อีกจำนวนหนึ่ง
ตร.เผยคนร้ายซัดทอด-จ่อหมายจับเพิ่ม
พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยความคืบหน้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า น่าจะเป็นการป่วนเมือง ขณะนี้ได้ควบคุมผู้ต้องหาไว้ตามกฎอัยการศึกจำนวน 2 คน ส่วนการออกหมายจับ จะต้องรอการพิจารณาของศาล และดูหลักฐานว่าจะสามารถออกหมายจับได้เพิ่มเติมอีกกี่คน ซึ่งจากการสอบสวนของกองทัพทราบว่า ผู้ต้องหาได้ซัดทอดไปยังบุคคลที่ร่วมกันก่อเหตุ เชื่อว่า น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการเมือง



