
'บิ๊กตู่'รับรายงานบึ้มหน้าศาลอาญาขออย่าเร่งรัด
'บิ๊กตู่'รับรายงานบึ้มหน้าศาลอาญาขออย่าเร่งรัด เผยจัดชุดสะกดรอย2คนร้ายก่อนตะครุบตัว
เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2558 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้รับรายงานเรื่องคนร้ายก่อเหตุวางระเบิดบริเวณลาดจอดรถยนต์หน้าศาลอาญารัชดาแล้ว โดยทางตำรวจมีข้อมูลทั้งพยานหลักฐาน ค่อนข้างมาก ซึ่งต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบหลัก ที่จะแถลงข่าวความคืบหน้าว่า เหตุดังกล่าวมาจากกลุ่มคนใด ในช่วงบ่ายวันนี้อีกครั้ง
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ขอให้สังคม อย่าเร่งรัดการทำงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานความมั่นคง แต่ขอให้เป็นไปตามกระบวนการพิสูจน์พยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ ปล่อยให้ตำรวจดำเนินการทางคดีอย่างเต็มที่ ในส่วนของรัฐบาลยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ในขณะนี้
จัดชุดสะกดรอย2คนร้ายก่อนตะครุบตัวได้
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกและโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า จากการปฏิบัติงานด้านการข่าวพบว่ายังมีความพยายามจากผู้ไม่หวังดีที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย ทาง พล.อ.ดุดมเดช สีตบุตร รัชมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. ได้รับทราบข้อมูลและติดตามมาตลอด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่ยอมให้มีการใช้ความรุนแรงต่อกันในทางสังคมไม่ว่าจะต่อบุคคล หรือสถานที่ก็ตามโดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง
“ ผบ.ทบ.ได้กำชับให้หน่วยต่างๆ ให้เฝ้าสังเกตและติดตามความเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบมาตลอด รวมทั้งให้มีการประสานงาน และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวที่เป็นประโยชน์ให้และกันอย่างใกล้ชิด ระหว่าง เจ้าหน้าที่กับตำรวจ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพื่อเสริมให้งานการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีผลไปถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้”พ.อ.วินธัย กล่าว
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า สำหรับคนร้ายก่อเหตุปาระเบิดเข้าไปในบริเวณศาลอาญา ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ทันที จำนวน 2 คน เพราะได้รับข้อมูลการข่าวด้านความมั่นคงที่รวบรวมได้จากหน่วยราชการและประชาชนมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงมีข้อมูลพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัย จึงได้มีการจัดชุดสะกดรอยเฝ้าสังเกต และเฝ้าติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้มาระยะหนึ่งแล้ว จนกระทั่งผู้ต้องสงสัยได้มาก่อเหตุ เมื่อคืนวันที่7 มี.ค.ที่ผ่านมา ด้วยการขับขี่จักรยานยนต์มาขว้างระเบิดใส่ศาลอาญารัชดา ทันทีหลังจากก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ติดตามสะกดรอยอยู่ ได้ขับรถพุ่งชนรถจักรยานยนต์ผู้ก่อเหตุทั้งสองจนล้ม จากนั้นมีการขัดขืนและพยายามหลบนี้จนเกิดปะทะกันเล็กน้อย แต่สุดท้ายสามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ทั้ง 2 ราย อย่างไรก็ตาม คนร้ายทั้ง2คนอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่เพื่อจะดำเนินการขั้นตอนการสอบสวนขยายผลต่อไป
“ ถือว่าเป็นการกระทำที่จงใจก่อความไม่สงบ ที่สำคัญ การกระทำเช่นนี้ มีการเตรียมการและวางแผน มาล่วงหน้า ลักษณะไม่กลัวเกรงกฎหมาย ข่มขู่คุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สิน หวังให้เกิดความหวาดกลัว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อหตุร้ายครั้งนี้ทั้งหมด มาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยเร็วที่สุด ขณะนี้ในทางคดีเป็นการทำงานร่วมกันของ เจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ตามนโยบายของ คสช. และรัฐบาล ที่พร้อมดูแลและป้องกันมิให้กลุ่มใดฝ่ายใดกระทำผิดกฎหมายและก่อความไม่สงบ โดยเด็ดขาด ”พ.อ.วินธัย กล่าว
ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า RGD-5 ถูกกลุ่มป่วนเมืองนำมาใช้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงการชุมนุมที่ผ่านมา ทั้งบนถนนบรรทัดทอง เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อปี 2557 ซึ่งในห้วงเวลานั้นตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) จับกุมผู้ต้องหา 4 คน ภายในรถกระบะบริเวณแยกบางนา ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับเหตุปาระเบิดบ้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี
ระเบิดสังหาร RGD-5 หรือ Ruchnaya Granata Distantsionnaya มีลักษณะรูปทรงเป็นรูปไข่ พื้นผิวมีรอยบุ๋ม เล็กน้อย มีโทนสีเขียวหรือสีมะกอก สามารถขว้างหรือโยนได้ไกล 35-45 เมตร ผลิตในประเทศรัสเซีย ราคาต้นทุนการผลิตไม่สูง แต่มีประสิทธิภาพการทำลายสูง
ระเบิดชนิดนี้ผลิตขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงปี 1950 และถูกนำมาใช้ปี 1954 ในกองทัพรัสเซีย และมีใช้แพร่หลายในอิรัก และประเทศแถบตะวันออกกลาง RGD-5 บรรจุดินระเบิดทีเอ็นที 110 กรัม มีสะเก็ดประมาณ 350 ชิ้น รัศมีอันตราย 25 เมตร น้ำหนัก 310 กรัม ปัจจุบันระเบิดชนิดนี้ผลิตในรัสเซีย, บัลแกเรีย, จีน และจอร์เจีย โดยมีการพัฒนา RG RGD-5s เพื่อ “เจาะเกราะ” สนนราคาในการผลิตตกราคาลูกละประมาณเกือบ 200 บาท
ระเบิดรุ่นนี้ได้รับความนิยมในประเทศค่ายคอมมิวนิสต์รอบประเทศไทย สามารถหาซื้อได้ในราคาลูกละไม่กี่ร้อยบาทตามตะเข็บชายแดน โดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา และมีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะ 3-5 เมตร ทำให้บาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิตได้
ผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดคนเดิมเปิดเผยว่า ระเบิด RGD-5 ที่ตรวจยึดได้ที่แยกบางนา มีเลขลอตนัมเบอร์ 152-82Y3PRM-2 จำนวน 4 ลูก ส่วนระเบิดบรรทัดทองเป็นชนิดเดียวกัน แต่เป็นนัมเบอร์ 48 การเลือกใช้อาวุธนอกสารบบราชการไทยก็เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบติดตามเพื่อไม่ให้สาวถึงต้นตอ ซึ่งในแนวทางการสืบสวนพบว่าในช่วงการชุมนุมปี 2557 ระเบิดอาร์จีดีไฟน์ถูกนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านทางฝั่งตะวันออกลอตมหึมา โดยเครือข่ายคนบางกลุ่ม
ระเบิด RGD –5 ถูกนำมาใช้ล่าสุด เมื่อคืนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 โดยคนร้ายได้ปาเข้าไปในพื้นที่ศาลอาญาถนนรัชาดภิเษก โดยระเบิดมีซีเรียลนัมเบอร์ 57 ซึ่งแนวทางการสืบสวนของฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าเป็นระเบิดจากกลุ่มผู้สร้างสถานการณ์ทางการเมืองกลุ่มเดียวกันกับที่ใช้ระเบิดก่อเหตุรุนแรงในการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา



