ข่าว

'หมอประเวศ'ชี้ฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่นเข็มแข็ง

'หมอประเวศ'ชี้ฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่นเข็มแข็ง

07 มี.ค. 2558

'หมอประเวศ'ชี้ฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่นเข็มแข็ง หัวใจปฏิรูปสังคม ย้ำคืนอำนาจให้ชุมชนจัดการตนเอง สสส. ตั้งเป้าปี 58 ลดปัจจัยเสี่ยง สร้างสุขภาพท้องถิ่น 11 ประเด็น

             7มี.ค.2558ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวสุนทรพจน์ “พลังชุมชนท้องถิ่นปฏิรูปสังคม” ในพิธีปิดเวทีฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่นสู่การอภิวัฒน์ประเทศไทย ครั้งที่ 5ประจำปี 2558 ว่า การอภิวัฒน์ประเทศไทยปัจจัยสำคัญที่สุดคือการฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง ซึ่งชุมชนจะปฏิรูปสังคมได้ประกอบด้วย 1.คืนอำนาจให้ชุมชนจัดการตนเองให้ได้มากที่สุด พัฒนาอย่างบูรณาการ 8 ด้าน คือ เศรษฐกิจ จิตใจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การศึกษา และประชาธิปไตย 2.สร้างพันธมิตรในการพัฒนาฐานของประเทศ ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ประชาสังคม และการสื่อสาร 3.ส่งเสริมคามเข้มแข็งของผู้นำชุมชนท้องถิ่น เกิดความศรัทธาสังคมให้คุณค่า มีสถาบันการศึกษาในท้องถิ่นที่ให้ความรู้ เกิดหลักสูตรชุมชนศึกษาภาคปฏิบัติ และ 5.ชุมชนท้องถิ่นกับการพัฒนานโยบายระดับประเทศ โดยเกิดสภาผู้นำชุมชนท้องถิ่นที่ทำงานเชื่อมโยงกับนักการเมืองระดับประเทศ ร่วมกับขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ ซึ่งจะเรียกว่าเป็นการปฏิวัติสัมพันธภาพระหว่างคนในสังคมไทยใหม่จากเดิมที่เป็นการกำหนดจากผู้มีอำนาจเท่านั้น

             “ชุมชนคือฐานรากที่มีความสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม แต่ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจหรือผู้กำหนดนโยบายไม่ให้ความสำคัญกับส่วนฐานราก ทำให้การปฏิรูปไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการกำหนดโยบายด้านเศรษฐกิจที่ยังทำลายเศรษฐกิจชุมชนจนทำให้สังคมเกิดวิกฤติในปัจจุบัน การปฏิรูปในครั้งนี้ต้องตั้งหลักใหม่โดยนโยบายเศรษฐกิจจะต้องเชื่อมโยงทั้งในส่วนมหภาค และจุลภาคให้ได้ ต้องส่งเสริมให้เกิดอัตลักษณ์ในแต่ละชุมชนเป็นหลักการสำคัญในการสร้างสมดุลของประเทศ” ศ.นพ.ประเวศ กล่าว

             ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (สสส.) กล่าวถึงทิศทาง“การสานพลังภาคเอกชนเสริมพลังชุมชนท้องถิ่น” ว่า การดำเนินงานช่วง 5 ปีที่ผ่านมาของสสส. ในการสร้างเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง พัฒนาศูนย์การเรียนรู้แห่งแรกที่ อ.ปากพูน จ.นครศรีธรรมราช ปัจจุบันมีศูนย์การเรียนรู้ทั้งหมด 89ศูนย์ พัฒนาสู่มหาวิชชาลัยท้องถิ่น 2 แห่ง มีเครือข่ายอปท.กว่า  2,500 เครือข่าย มีคนทำงานมากกว่า 2 แสนคน คลอบคลุมประชาชนในพื้นที่ 5 ล้านคน สร้างแกนนำอาสาทำดี มากกว่า 6 หมื่นคน ความสำเร็จทั้งหมดเกิดจากความทุ่มเทของทุกคนเกิดผลงานอย่างเป็นรูปธรรม สสส. จะเชื่อมชุมชน ผ่านการขับเคลื่อนใหญ่เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้น่าอยู่ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน ขอเชิญชวนเครือข่ายทุกจังหวัดร่วมคิดร่วมสร้างสังคมน่าอยู่ ถือเป็นมิติใหม่ในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

             น.ส.ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. กล่าวว่า จากการสำรวจข้อมูลสุขภาพโดยระบบข้อมูลตำบล ( TCNAP) จากอปท.เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ทั่วประเทศ1,389 แห่ง จาก 12,984 หมู่บ้าน รวม 3.14 ล้านคน ตลอดปี57 ที่ผ่านมา พบว่า ท้องถิ่นมีการสูบบุหรี่ 7.1% ผู้ชายสูบบุหรี่มากกว่าผู้หญิง 7 เท่า เริ่มสูบอายุต่ำสุด 6 ปี อายุมากสุด 94 ปี ส่วนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  7.7% ผู้ชายดื่มมากกว่าผู้หญิง เกือบ 5 เท่า ดื่มอายุต่ำสุด 11 ปี และดื่มอายุมากที่สุด 88 ปี โดยมีอปท. ที่มีกิจกรรมรณรงค์ลดพฤติกรรมการสูบบุหรี่และดื่มสุรา 1,389 แห่ง คิดเป็น 85.82%นอกจากนี้ยังพบ ผู้สูงอายุในชุมชน 55.15% ผู้พิการ17.88%

             น.ส. ดวงพร กล่าวต่อว่า จากผลสำรวจสุขภาพดังกล่าว นำมาสู่การกำหนดเป้าหมายการทำงานในปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องความต้องการของท้องถิ่น และแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากที่สุด โดยเน้นการทำงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และสร้างเสริมสุขภาพประชากรกลุ่มเฉพาะ จำนวน  11 ประเด็น ดังนี้ 1.การควบคุมยาสูบ 2.การจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ 3.เกษตรเพื่ออาหารปลอดภัย4.พลังงานชุมชน 5.การจัดการขยะและมลพิษ 6.บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม (ท้องถิ่นคุณธรรม) 7.การดูแลผู้สูงอายุ 8.ส่งเสริมการเรียนรู้เด็กและเยาวชน 9.จัดการปัญหาท้องในวันเรียน 10.โรงเรียนคุณธรรม และ11.พัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยจะเปิดรับสมัครอาสาท้องถิ่นมาร่วมทำงาน 1,500 แห่ง และศูนย์การเรียนรู้ (ตำบลแม่ข่าย) 365แห่ง โดยท้องถิ่นทุกแห่งต้องมีการทำวิจัยชุมชนและสำรวจข้อมูลปัญหาของพื้นที่ เพื่อรู้ปัญหาสุขภาพของแต่ละพื้นที่ และกำหนดเป้าหมายการทำงานเพื่อลดปัญหาสุขภาพในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนมีนาคมนี้