ข่าว

ส่วยน้ำมันเถื่อนสงขลาพ่อค้าดับเครื่องชน-เลื่อยเก้าอี้

ส่วยน้ำมันเถื่อนสงขลาพ่อค้าดับเครื่องชน-เลื่อยเก้าอี้

07 มี.ค. 2558

ส่วยน้ำมันเถื่อนสงขลา พ่อค้าดับเครื่องชน-เลื่อยเก้าอี้ : สมชาย สามารถรายงาน

             รายชื่อเจ้าหน้าที่รับ ส่วยน้ำมันเถื่อน ใน จ.สงขลา กว่า 60 รายชื่อ ที่ถูกตีแผ่ผ่านสื่อออนไลน์เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา สร้างความสั่นสะเทือนต่อวงการสีกากี และศุลกากร อย่าง

สุดบรรยาย เพราะในรายชื่อเหล่านั้น ระบุตัวบุคคลและหน่วยงานไว้ชัดเจน

             ในขณะที่หลายคนตั้งคำถามว่า มือดีที่นำรายชื่อเหล่านี้มาเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นใคร และมีเป้าประสงค์อะไรกันแน่?

             เริ่มที่ใครคือคนปล่อยของ? หลายหน่วยงานค่อนข้างมั่นใจว่า คนปล่อยของเป็นตัวจริงที่อยู่ในวงการค้าน้ำมันเถื่อนอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นจะนำไปสู่ข้อสันนิษฐานประการ

ต่อมาว่า ถ้าเป็นคนที่อยู่ในวงการนี้จริง การทำเช่นนี้ย่อมเป็นการทุบหม้อข้าวตัวเอง เพราะในวงการจะรู้ทันทีว่า คนคนนี้คือใคร?! ตรงนี้มองได้ 2 มุม

             1.คนปล่อยของตั้งใจล้างมือจากวงการค้าน้ำมันเถื่อน และต้องการตัดช่องทางหากินของบุคคล และหน่วยงานเหล่านี้ ไม่ให้เรียกเก็บส่วยได้อีกต่อไป

             2.สถานการณ์ในปัจจุบันไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อนของผู้ค้ารายเล็ก ซึ่งสอดคล้องกับเอกสารที่ระบุว่า การขนน้ำมันเถื่อนของผู้ค้ารายนี้ใช้รถเล็ก (กระบะ) ซึ่ง

การขนส่งแต่ละครั้งทำได้เพียง 2,000-3,000 ลิตรเท่านั้น จึงไม่คุ้มกับการจ่ายส่วยและค่าใช้จ่ายในการกระจายสินค้า

             ในขณะที่อีกมุมหนึ่งก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารเปิดรายชื่อรับส่วยนั้น บางส่วนเป็นข้อมูลเก่าเมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่จะมีการจับกุมเครือข่ายน้ำมันเถื่อนของ เสี่ยโจ้ ปัตตานี

             ฉะนั้นการนำรายชื่อมาเปิดเผยในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ค้าประสบปัญหาการปราบปรามจากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้มข้นมากขึ้น ทำให้การเคลียร์เส้นทางการขนส่ง

นำเข้าน้ำมันเถื่อน ทำได้ค่อนข้างลำบาก เคลียร์ได้บางหน่วย แต่บางหน่วยเคลียร์ไม่ได้ ความเสี่ยงในการค้าน้ำมันเถื่อนจึงมีสูงขึ้น

             เมื่อการลักลอบนำเข้าทำได้ยากขึ้น กำไรลดลง เสี่ยงถูกจับสูง การเปิดเผยรายชื่อเพื่อทำลายระบบส่วยน้ำมันเถื่อนจึงเป็นวิธีการสุดท้ายในการล้างแค้นเจ้าหน้าที่ ก่อนวางมือ

             ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็มีความเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่ด้วยกันเองยืมมือผู้ค้าน้ำมันเถื่อนรายนี้ เพื่อ “เลื่อยขาเก้าอี้” กันเอง ต้อนรับฤดูกาลโยกย้ายในเดือนเมษายนนี้

             แต่ไม่ว่าเบื้องลึกเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร หลังจากโพยส่วยถูกเปิดเผยออกมา หน่วยงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมศุลกากร ซึ่งทั้ง 2

หน่วยงานนี้จะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจงต่อสังคมให้ได้โดยเร็ว

             ซึ่งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันทน์ ผบช.ภ.9 ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงบุคลที่ปรากฏรายชื่อในโพยส่วยในทันที

ขณะที่ นายนพดล เทศประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 กรมศุลกากร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำรายงานชี้แจงว่า เรื่องนี้มีความเป็นมาอย่างไร และรายชื่อปรากฏ

เป็นของจริงหรือของปลอม

             จากนี้ไปคงต้องตามกันต่อว่า ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทั้ง 2 หน่วยงานนี้ จะมีข้อสรุปออกมาอย่างไร และมีใครเกี่ยวข้องกับส่วยน้ำมันเถื่อนบ้าง เพราะส่วยน้ำมัน

เถื่อน จ.สงขลา นั้น ถูกพูดถึงกันมายาวนานหลายปีแล้วว่า มีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่เดือนละเกือบ 2 ล้านบาท แลกกับรายได้ในวงการน้ำมันเถื่อนที่มีเงินสะพัดถึงเดือนละนับสิบ

ล้านบาท

             และยังเป็นการตอกย้ำว่า “ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน” ในพื้นที่ จ.สงขลาและจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านมีอยู่จริง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเฟื่องฟู เทียบได้กับสิน

ค้าโอท็อป ที่วางขายกันเกลื่อนเมือง

             นางสุชาดา โชนะโต สรรพสามิตพื้นที่สงขลา กล่าวว่า การจับกุมน้ำมันเถื่อนทางสรรพสามิตใช้ พ.ร.บ.สรรพสามิต 2527 (พระราชบัญญัติจัดเก็บภาษีสรรพสามิต พ.ศ

.2527) ที่จะกำหนดว่า น้ำมันนำเข้าจะต้องเสียภาษีเท่าไร แล้วก็จะมีบทกำหนดโทษกรณีน้ำมันที่ไม่มีการเสียภาษี

             “ในการปราบปรามการลักลอบเราจะจับกุมต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำหรับพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ถ้าเราไปเข้มงวดมากเกินไป ในการจับกุมก็จะมีปัญหาเรื่องมวลชน แม้กระทั่ง

ศุลกากรเองก็เจอปัญหาที่ชาวบ้านที่อยู่ตามแนวชายแดนประท้วง" สรรพสามิตพื้นที่สงขลา กล่าว

             สรรพสามิตพื้นที่สงขลา กล่าวด้วยว่า ส่วนการจับกุมน้ำมันเถื่อนหรือน้ำมันลักลอบนำเข้ามีหลายหน่วยงานที่สามารถทำหน้าที่จับกุมได้ ในส่วนของสรรพสามิต ก่อนที่

น้ำมันจะเข้ามาในราชอาณาจักร มันเป็นอำนาจของศุลกากร แต่หลังจากเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วก็จะจับกุมในเรื่องการเสียภาษีว่า คุณมีหลักฐานการเสียภาษีนำเข้าหรือไม่ หาก

ไม่มีหลักฐานการเสียภาษีเราก็จะดำเนินการเปรียบเทียบปรับ

             “จำตัวเลขอัตราการปรับไม่ได้แน่นอน ประมาณ 10-15 เท่า ซึ่งจะมีอยู่ 2 กรณี และต้องไปดูว่า พฤติกรรมทำซ้ำหรือไม่ ถ้าทำซ้ำก็เพิ่มอัตราการเปรียบเทียบปรับมากขึ้น”

สรรพสามิตพื้นที่สงขลา กล่าว

“พ.ร.บ.ศุลกากร-สรรพสามิต”เครื่องมือจับพ่อค้าน้ำมันเถื่อน

             การจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อน มีหลายหน่วยงานทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานจับกุม โดยส่วนใหญ่ใช้ พ.ร.บ.ศุลกากร และพ.ร.บ.สรรพสามิต

             พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.สะเดา กล่าวว่า การจับกุมน้ำมันเถื่อนนั้น จะจับกุมตามความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ พ.ร.บ.สรรพสามิต ซึ่งส่วนใหญ่ต้องรอให้มี

การนำเข้ามาในราชอาณาจักรก่อน โดยโทษจะเป็นไปตาม พ.ร.บ.ศุลกากรและพ.ร.บ.สรรพสามิต มีทั้งโทษจำคุกและเปรียบเทียบปรับ โดยเฉพาะโทษตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ค่อน

ข้างหนัก  ส่วน พ.ร.บ.สรรพสามิต ค่าปรับไม่สูงมากเท่าที่ควร

             “หลังจากจับกุมแล้ว จะต้องนำส่งของกลาง คือน้ำมันให้แก่ทางศุลกากร ส่วนผู้ต้องหาเราส่งฟ้องศาล หากเขามีหลักทรัพย์ก็ประกันตัว" พ.ต.อ.กิตติชัย กล่าว และว่า

สำหรับการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนี้คือ การกวดขันจับกุมกลุ่มคนทำการค้าน้ำมันเถื่อน ไม่ได้ไปตรวจสอบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องในการรับส่วยตามที่เป็นข่าว

             “ตอนนี้เรากวดขันจับกุมมากขึ้นก็อาจจะทำให้ทางผู้ค้าเขาเสียประโยชน์จากธุรกิจของเขา ที่ผ่านมามีการจับกุมต่อเนื่อง ตอนนี้กำลังตรวจสอบอยู่ว่ามีกี่กลุ่มที่ทำการค้า

น้ำมันเถื่อนในพื้นที่” ผกก.สภ.สะเดา กล่าว

             ด้าน นางสุชาดา โชนะโต สรรพสามิตพื้นที่สงขลา กล่าวว่า ในการปราบปรามการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนจะมีการจับกุมต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำหรับพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ถ้า

เข้มงวดมากเกินไปก็จะมีปัญหาเรื่องมวลชน แม้กระทั่งศุลกากรเองก็ประสบปัญหาถูกชาวบ้านประท้วง

             สรรพสามิตพื้นที่สงขลา กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันการลักลอบนำเข้าน้ำมันจากประเทศเพื่อนบ้านลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันในประเทศลดลง ถ้าเทียบกับปีที่แล้วจะมีการ

ลักลอบนำเข้ามาก

             ขณะที่ นายนพดล เทศประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 กล่าวว่า ได้มอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ว่า ถ้าเจอให้จับอย่างเดียว

             “ผมยืนยันว่า เราไม่มีการรับส่วยอย่างแน่นอน ข้อมูลที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ มันจะมีจะข้อสังเกตว่า มีการลงวันที่คือ วันที่ 8 มีนาคม ทั้งที่วันนี้มันเพิ่งวันที่ 5 มีนาคม

แสดงว่าข้อมูลบางส่วนเป็นข้อมูลเก่า”

             สำหรับการค้าน้ำมันเถื่อนในปัจจุบันจะมีลักษณะกองทัพมด คือ ใช้การขนข้ามพรมแดนในช่องทางตาม ป่า สวนยาง ตลอดแนว หลักจากนั้นก็จะนำมารวมกันเพื่อให้ได้

ปริมาณมาก และใช้รถบรรทุกที่มีการดัดแปลงถังน้ำมันขนส่ง นอกจากนี้จะใช้วิธีใช้รถกระบะเข้าไปเติมน้ำมันฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แล้วนำกลับมาถ่ายออก ก่อนจะขับเข้าไปใหม่