ข่าว

'หมัดเด็ด'เว้นวรรคการเมือง'แม่น้ำ 5 สาย'

'หมัดเด็ด'เว้นวรรคการเมือง'แม่น้ำ 5 สาย'

06 มี.ค. 2558

'หมัดเด็ด'เว้นวรรคการเมือง'แม่น้ำ 5 สาย' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

              เป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีเมื่อ เจษฎ์ โทณะวณิก หนึ่งในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและในฐานะอนุ กมธ. ร่างบทเฉพาะกาล ได้ออกมาชงให้มีการเว้นวรรคทางการเมืองแม่น้ำ 5 สาย เป็นเวลา 2 ปี โดยให้เขียนไว้ในบทเฉพาะกาล เพราะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง เพื่อไม่ให้ถูกครหาว่า ยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ

              สำหรับ “แม่น้ำ 5 สาย” ประกอบด้วย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), คณะรัฐมนตรี (ครม.), สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

              สำหรับในส่วนของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีการห้ามการดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 โดยให้เหตุผลว่า เพื่อประโยชน์ในการขจัดส่วนได้เสียเพราะเป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในส่วนของ คสช., ครม., สปช., สนช. ไม่ได้มีการเขียนว่า ต้องเว้นวรรคทางการเมือง

              คำถามคือว่า สมควรหรือไม่ที่จะต้องให้แม่น้ำอีก 4 สาย ต้องเว้นวรรคทางการเมืองด้วย ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่า แม่น้ำอีก 4 สายเกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญแค่ไหน 

              เริ่มจาก สปช. ซึ่งเกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญอย่างมาก ตั้งแต่คนที่มาเป็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีสัดส่วนที่ีมาจาก สปช. เสนอ ถึง 20 คน และยังสามารถเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งพิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำขึ้น หาก สปช.ไม่ให้ความเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญก็ออกมาบังคับใช้ไม่ได้

              - คสช. เกี่ยวข้องในฐานะเป็นผู้เสนอคนเป็นประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อีก 5 คน และยังมีอำนาจในการเสนอความคิดเห็นและยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญได้

              - ครม. เกี่ยวข้องในฐานะเป็นผู้เสนอคนเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 5 คน และยังมีอำนาจในการเสนอความคิดเห็นและยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญได้

              - สนช. เกี่ยวข้องในฐานะเป็นผู้เสนอคนเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 5 คน และเสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

              จะเห็นได้ว่า เมื่อไล่เรียงตามนี้ “แม่น้ำอีก 4 สาย” ต่างก็เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น  มาก-น้อยแตกต่างกันไป     

              ซึ่งหลังจากมีการชงประเด็นว่า “แม่น้ำทั้ง 5 สาย” ต้องเว้นวรรคทางการเมืองขึ้นมา ก็เริ่มมีกระแสต้านจากผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทันที

              บ้างก็อ้างว่าไม่เป็นธรรม เพราะไม่ได้มีการเขียนกติกาไว้ตั้งแต่แรกว่า ต้องเว้นวรรคทางการเมืองเหมือนกับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และหากรู้ว่าต้องเว้นวรรคทางการเมือง ก็คงไม่เข้ามารับตำแหน่ง  

              บ้างก็อ้างว่า ไม่ได้เป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะให้เว้นวรรคทางการเมืองได้อย่างไร

              แต่พื้นฐานของการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ี้ หัวใจสำคัญก็คือ ต้องการนำคนดี ซึ่งมีความประพฤติดี มีจริยธรรมสูง เข้าสู่การเมือง

              ดังนั้น หากปล่อยให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เข้าสู่การเมืองได้ทันที ก็อาจเกิดกรณีการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจให้แก่ตัวเองได้     

              แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ “จิตสำนึก” ของแต่ละคน