ข่าว

'ประยุทธ์'อวยพรวันนักข่าว

'ประยุทธ์'อวยพรวันนักข่าว

05 มี.ค. 2558

'ประยุทธ์' อวยพรวันนักข่าว ขอให้น่ารัก เสนอข้อเท็จจริง หนุนงานรบ.-ลดความขัดแย้ง ยังไม่ชี้ชัด ป.ป.ช.ขอต่ออายุอีก 1 ปี ปัดแผนแจกเงินเกษตรกรอายุเกิน 60

 
                             5 มี.ค. 58  เมื่อเวลา 12.30 น. ที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างอาคารสำนักงบประมาณ 59 ปี ถ.พหลโยธิน เขตพญาไท  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงวันนักข่าว 5 มี.ค.ว่า ขอให้นักข่าวมีความสุขทุกคน และนักข่าวถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ฉะนั้นอะไรจะสามารถเดินหน้าไปได้หรือไม่ สื่อต้องสร้างการรับรู้
 
                             "เมื่อเช้ามีบางคนออกมาพูดว่า จำเป็นต้องตรงกลาง ไม่ได้ ผมว่าอย่าพูดอย่างนี้ มันไม่ดี ควรใช้คำว่าเสนอข่าวที่เป็นข้อเท็จจริงหนึ่งส่วน ส่วนที่สองคือสนับสนุนกิจการของรัฐบาลที่เดินหน้าประเทศไปได้ และสามารถลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจให้ประชาชนในนโยบายของรัฐบาลที่ทำแล้วเกิดผลเป็นรูปธรรม สามสิ่งอย่างนี้ทำพร้อมกันไม่ได้เหรอ หรือจะทำอย่างเดียว ถ้าไอ้นี่เห็นข้างนี้ดี ข้างนี้ไม่ดี เสนอข่าวกันอยู่แบบนี้แล้วบ้านเราเมื่อไหร่จะสงบ ผมไม่ได้หมายความว่าต้องไปเข้าข้างคนไม่ดี แต่เรื่องผลกฎหมายก็ให้เขาตัดสินไป แต่พอกฎหมายตัดสินก็บอกไม่เป็นธรรมอีก อย่างนี้ไม่ได้ ถ้าจะให้ประเทศชาติสงบต้องนิรโทษกรรม ปรองดองทุกอย่างไม่ได้ ถ้าผิดกฎหมายต้องรับความผิด โดยให้ศาลชี้ชัดว่าใครผิด ใครถูก แล้วจบตรงนี้โอเคไหม"
 
                             นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอให้มีความสุข เป็นนักข่าวที่ดีและมีคุณภาพ เป็นนักข่าวที่น่ารัก ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้สื่อให้ความร่วมมือรัฐบาลมากแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ดีแล้วแต่บางคน บางอันยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ไม่ขอเอ่ยชื่อ
 
                             ผู้สื่อข่าวถามย้ำขอให้นายกฯ เอ่ยชื่อ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เอ่ย ขี้เกียจ และย้ำว่าสื่อน่ารัก ต้องรัก ร.เรือ ลัก ล.ลิง ไม่เอา
 
 
 
ยังไม่ชี้ชัด ป.ป.ช.ขอต่ออายุอีก 1 ปี
 
 
                             พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะขอต่ออายุอีก 1 ปี ว่า คงจะต้องไปพิจารณากันอีกครั้งว่ามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ประเด็นสำคัญก็คือ ถ้าไปเริ่มสรรหาในตอนนี้ จะมีปัญหากับการทำงานหรือไม่ และหากเรารอไว้จนเมื่อมีรัฐบาลใหม่ แล้วค่อยตั้ง ป.ป.ช.ใหม่ จะทำได้หรือไม่ ก็ต้องไปหารือกันมา ยังไม่ขอชี้ชัด มันเป็นไปได้ทั้งคู่
 
                             ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลงานของรัฐบาลที่ผ่านมา มีผลงานอะไรเป็นรูปธรรมออกมาบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้รอฟัง กำลังให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแถลงให้มีความชัดเจน ผลงานมีเยอะแยะมากมายเป็นร้อยเรื่อง ซึ่งก็ได้มอบหมายไปแล้วว่า ให้สรุปออกมาเป็นเรื่องๆ ว่ามีอะไรบ้าง อะไรที่เป็นเรื่องของกฎหมาย สิ่งที่เป็นปัญหา แม้กระทั่งสื่อบางคนก็ยังไม่รู้ ขณะที่อยู่ใกล้ชิดก็เพราะ 1. ไม่ฟังในสิ่งที่พูด 2. ฟังแล้วไม่จำว่าพูดอะไรไปแล้วบ้าง 3. เมื่อฟังในสิ่งที่พูดแล้ว ให้ไปถามกระทรวง แต่ก็ไม่ไปถาม กระทรวงต่างๆ ก็ระบุว่า สื่อไม่สนใจจะฟัง จึงกลายเป็นว่าพูดคนเดียว ซึ่งผลงานต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการออกมา โดยจะมีการสรุปปัญหาต่างๆ ออกมาว่า ก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเข้ามา มีปัญหาอะไรบ้าง กฎหมายว่าอย่างไร แล้วทำไมเราจึงมีการแก้กฎหมายพร้อมส่งเรื่องให้ สนช. และต้องปฏิรูปในด้านต่างๆ นั้นเพราะอะไร มันมีทั้งความยากง่ายในการทำงานของรัฐบาล อย่างเช่น เรื่องงบประมาณ หากผลีผลามเร็วเกินไป ปัญหาเก่าๆ ก็จะเกิดขึ้นมาอีก 
 
                             วันนี้ถ้าเราแก้ปัญหาแบบเร็วๆ เอาเงินแจกให้ประชาชน แล้วเราจะเอาเงินจากที่ไหน ภาษีก็ขึ้นไม่ได้ เงินไม่สามารถขุดขึ้นมาจากดินได้ เราก็ต้องดูให้เกิดความเป็นธรรมในเรื่องของคนรวยคนจน ว่าจะเก็บมากน้อยเพียงใด ทุกคนอย่าเอาแต่สิทธิ์อย่างเดียว ต้องดูทั้งสิทธิเสรีภาพประกอบด้วยหน้าที่ ความรับผิดชอบในความเป็นพลเมืองด้วย รัฐบาลก็รับผิดชอบในนามของรัฐบาล พร้อมให้ความเป็นธรรม รัฐบาลดูแลในทุกๆ กลุ่ม จะพูดว่าประเทศนี้เป็นของประชาชนอย่างเดียว ประชาชนเป็นเจ้าของ ถ้าพูดอย่างนี้ก็ไม่ต้องมีรัฐบาล ไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญเลย แต่เมื่อเราเป็นประเทศประชาธิปไตย ก็ต้องมีวิธีการในการเลือกผู้แทนประชาชนเข้ามา ในการขับเคลื่อนรัฐบาล มีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุล ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน ภายใต้ความพึงพอใจโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เรื่องนี้ต้องทำให้ได้
 
 
 
'ปธ.ป.ป.ช.' ปัดให้ความเห็นปมกรรมการขอต่ออายุงาน
 
 
                             นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวว่า ป.ป.ช.มีการประสาน คสช.เพื่อหารือกรณีขอต่ออายุการทำงานของกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 5 คน คือ นายปานเทพ นายวิชา มหาคุณ นายวิชัย วิวิตเสวี นายประสาท พงษ์ศิวาภัย และนายภักดี โพธิศิริ ที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในปี 2558 นี้ โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "คงต้องขอที่จะไม่ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้"
 
 
 
'วิชา' ปฏิเสธข่าวหารือ คสช.เพื่อต่ออายุ
 
 
                             นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวที่ระบุว่า นายปานเทพ และกรรมการ ป.ป.ช.ที่จะพ้นวาระการดำรงตำแหน่งลงภายในปีนี้ ได้นำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มีการต่ออายุการทำงาน โดยให้ดำรงตำแหน่งจนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญถาวรฉบับใหม่ ว่า ขอยืนยันว่าทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่เคยมีการปรึกษาหารือ หรือมีมติในเรื่องดังกล่าว โดยกระแสข่าวที่เกิดขึ้นเป็นการรายงานของสื่อมวลชนเอง สงสัยและอยากถามว่าผู้ที่รายงานนั้นไปได้ข้อมูลเรื่องนี้จากที่ใด
 
                             เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ยังคงยืนยันว่าการดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.จะเป็นไปตามกำหนดการพ้นวาระเดิม นายวิชา กล่าวว่า เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว
 
 
 
'บิ๊กตู่' ชี้ยึดตาม รธน.ชั่วคราว ให้มีการเว้นวรรคเฉพาะกมธ.ยกร่างฯ
 
 
                             พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของนายเจตน์ โทณวณิก สมาชิกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) ที่จะให้ผู้ดำรงตำแหน่งในโรดแม็พของ คสช.ทั้งหมด ห้ามรับตำแหน่งทางการเมืองหลังพ้นจากตำแหน่งเป็นเวลา 2 ปี ว่า บอกไปแล้วว่าให้ กมธ.ทำการยกร่างฯ แล้วนำมาเสนอ ซึ่งก็ต้องไปดูว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนไว้อย่างไร ซึ่งมีการเขียนไว้เฉพาะในส่วนของ กมธ.ยกร่างฯ ก็ยึดตามนั้น ส่วนอย่างอื่นจะเสนอมาก็เสนอไป เท่าที่ฟังตอนนี้ข้อเสนอดังกล่าว จะให้เหมารวมทั้งหมด แต่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนห้ามไว้เพียง กมธ.ยกร่างฯ เพียงส่วนเดียวเท่านั้น
 
                             "ซึ่งผมก็จะยึดตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวมีบทบัญญัติไว้ นี่คือความเห็นของผม เพราะผมเป็นคนผ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมา มันมีความจำเป็นเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น สนช. สปช. เขาไม่ได้อะไรหรอก ถ้าเขาไม่เข้ามา ก็คงไม่มีใครทำงาน ก็ให้ไปหามาตรการอื่น และดูว่าต่อไปจะทำอย่างไร ส.ส. - ส.ว. ก็ค่อยไปดูกันตรงนั้นดีกว่า วันนี้อย่ามานั่งย้อนกลับไปกลับมา ทั้งหมดตั้งขึ้นมาเพื่อให้ทำงาน ดีหรือไม่ดีค่อยไปแก้กันวันข้างหน้า"
 
                             ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเสนอดังกล่าวเพื่อเป็นการขจัดความหวาดระแวงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะมาหวาดระแวงอะไรผม ถ้าหวาดระแวง ผมก็ไม่คืนอำนาจให้ก็จบแล้ว
 
                             ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าวันนี้ กมธ.ยกร่างฯ บางคนพูดมากไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่คิด เพราะเขารู้ตัวของเขาอยู่แล้วว่าจะพูดมาก หรือพูดน้อย ถ้าพูดแล้วเกิดความขัดแย้ง พูดแล้วทำให้เกิดผลกระทบกับภาพรวม ส่งผลกระทบที่อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ก็ไม่สมควรพูดมากนัก พูดมากไปมันก็ทะเลาะกัน และมีเรื่อง
 
                             ต่อข้อถามที่ว่า แสดงว่านายกฯ จะยึดตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ประกาศไว้ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า ใช่ เราต้องยึดหลักตรงนั้นก่อน
 
                             "ผมจะยึดเอาตรงนี้ ส่วนอื่นจะว่าอย่างไรก็ไปว่ามา เพราะเดี๋ยวก็จะต้องมีการหารือกันอยู่แล้ว ถ้าถามผมในนามของ คสช. ในนามของ ครม. ซึ่งผมเป็นหัวหน้าทั้ง 2 คณะ ผมให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนคนอื่นจะว่าอย่างไรก็ว่ามา"
 
 
 
ก.ม.ภาษีที่ดินอยู่ระหว่างหารือเรื่องข้อยกเว้น 
 
 
                             พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ว่า ได้คุยกับปลัดกระทรวงการคลังแล้ว และเขาจะไปคุยกันต่อว่ามีมาตรการยกเว้นอะไรหรือไม่
 
                             "ผมไม่ได้หมายความว่าจะไปรีดเลือด นี่ไง ความตรงกันข้ามสองอย่างนี้ มันเป็นเส้นขีดอย่างหนึ่งว่ารัฐต้องการเดินหน้าพัฒนาประเทศ แต่งบประมาณภาครัฐนั้นตกลงไปเรื่อยๆ สินค้า การส่งออก ไม่เข้มแข็ง ภาคการเกษตร ภาคเศรษฐกิจ มันไม่เตรียมการไว้ล่วงหน้า วันนี้มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องแสดงพิษภัยของมันแล้ว ซึ่งเรากำลังแก้ตรงนี้อยู่ และต้องใช้เวลา ขณะเดียวกัน ภาษีอะไรต่างๆ ก็เป็นรายได้ของรัฐ บางคนบอกว่าภาษีน้ำมันอะไรก็ไม่ต้องเก็บ แล้วมันจะเอาเงินจากไหนมาทำอย่างที่ได้ว่าไป ใช่ไหม มีคนเดือดร้อนอีกเยอะแยะ ต้องฟังให้ทุกมิติ และกำลังให้ไปหารือว่าจะมีข้อยกเว้นไหม บ้านหลังแรก หรือหลังไหน ไปว่ากันมา บางคนได้รับมรดกกลับมาแล้วยังไม่ได้ขาย ไม่อยากขาย ไม่อยากปรับปรุงนั้นต้องเสียภาษีหรือเปล่า มันยกเว้นได้เยอะแยะไป ไม่ใช่คิดส่งเดชว่ารัฐเก็บภาษีอย่างเดียว"
 
 
 
ปัดแผนแจกเงินเกษตรกรอายุเกิน 60
 
 
                             พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวแผนกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินให้กับเกษตรกรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป เพื่อนำไปใช้ ครัวเรือนละ 15,000 บาท ว่า เรื่องนี้ใครพูด อยากบอกว่าวันนี้ฟังทุกคนทั้งรัฐบาล ข้าราชการ อยากจะคิดอะไรก็คิดมา แล้วจะเป็นผู้อธิบายด้วยเหตุผล ซึ่งจะยอมรับ ถ้าสามารถทำแล้วมีประโยชน์แล้วมีเงินให้จริง และไม่ผิดหลักการของการใช้จ่ายเงินที่ผิดประเภท ก็ยินดี แต่มันต้อง 1. หาเงินก่อน 2. ประชาชนได้รับเงินทั่วถึงหรือไม่ 3. ผิดหลักการของงบประมาณการเงินหรือไม่ 4. เมื่อทำไปแล้วเกษตรกรจะเข้มแข็งกว่าเดิมหรือไม่ มันต้องมีมาตรการตัวชี้วัดอีกมากมาย ไม่ใช่ให้เงินโครมๆ แล้วจบ
 
 
 
วางศิลาฤกษ์อาคารสำนักงบประมาณแห่งใหม่
 
 
                             เมื่อเวลา 12.19 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารสำนักงบประมาณแห่งใหม่ (อาคารสำนักงบประมาณ 59 ปี) โดยมีนายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผอ.สำนักงบประมาณ ผู้บริหาร ข้าราชการ และหน่วยงานเอกชน เข้าร่วมพิธี
 
                             ทั้งนี้อาคารสำนักงบประมาณ 59 ปี สร้างบนเนื้อที่ 5 ไร่ 91 ตารางวา โดยนำสัญลักษณ์ของธนบัตรมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบ และเป็นไปตามมาตรฐานอาคารเขียวภาคราชการ ของสถาบันอาคารเขียวไทย ประกอบด้วย 2 อาคาร ได้แก่ อาคารหลัก ที่ใช้เป็นอาคารเพื่อรองรับพื้นที่สำนักงาน ห้องประชุม ที่จอดรถ พื้นที่ให้บริการสาธารณะ และแสดงสินค้าในบริเวณส่วนชั้นล่างของอาคาร และอาคารรอง ที่ใช้เป็นอาคารเพื่อรองรับการปฏิบัติงานของศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงบประมาณในอนาคต ทั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี