ข่าว

รธน.มีตำหนิ!'เทียนฉาย'ยอมตาย

รธน.มีตำหนิ!'เทียนฉาย'ยอมตาย

05 มี.ค. 2558

'เทียนฉาย' ชี้ปล่อย รธน.มีตำหนิออกไปแล้วประเทศมีปัญหา สู้ยอมฆ่าตัวตายดีกว่า เล็งเดินตาม สนช.ให้เครือญาติ สปช.ลาออก

 
                             5 มี.ค. 58  เมื่อเวลา 11.00 น.  ที่ห้องรับรอง อาคารรัฐสภา 1  นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรอบการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของ สปช. ว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะส่งร่างแรกฉบับเต็มให้กับ สปช.ในวันที่ 17 เม.ย. และมีกรอบระยะเวลาในการพิจารณา 10 วัน ซึ่ง สปช.ยืนยันว่า จะพิจารณาอย่างเต็มที่ โดยในระหว่างวันที่ 18 - 19 เม.ย.นั้น จะให้เจ้าหน้าที่ส่งรายละเอียดให้กับสมาชิก สปช.พิจารณา หลังจากนั้นจะเปิดให้พิจารณาในวันที่ 20 เม.ย.ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 เม.ย. และเว้นวันที่ 24 เม.ย. 1 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ใช้ห้องประชุม จากนั้น สปช.จะประชุมต่ออีกครั้ง ในวันที่ 25 - 26 เม.ย. ซึ่งจะเป็นการพิจารณาต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดได้ เนื่องจากไม่มีเวลาแล้ว จากนั้นสมาชิก สปช.จะมีเวลาเสนอความเห็นส่วนตัวเพิ่มเติมได้อีก 30 วัน ซึ่งจะเปิดกว้างให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เพราะถือเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดของการทำงานของ สปช.
 
                             นายเทียนฉาย กล่าวอีกว่า ในส่วนของการทำงานของ สปช.ด้านปฏิรูป ซึ่งมีการส่งกรอบความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการทั้ง 18 ด้าน บวกกับอีก 5 คณะพิเศษมายัง สปช.เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้มีสมาชิก สปช. 4 - 5 คน อาสาเรียบเรียงประเด็น ซึ่งจะเสร็จเรียบร้อยในวันที่ 8 - 9 มี.ค.เพื่อเรียงลำดับก่อนหลังความสำคัญของการดำเนินการ และกำหนดระยะเวลาการดำเนินการ ซึ่งมีหลายเรื่องที่สามารถทำได้ทันที แต่บางเรื่องต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ โดยเฉพาะการต้องออก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ หรือแก้ พ.ร.บ.เดิม ที่อาจต้องใช้เวลาบ้าง อย่างไรก็ตาม วันที่ 11 มี.ค. สปช.จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมแม่น้ำ 5 สาย ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ทำให้อาจพิจารณาได้น้อย จึงมีแนวคิดว่า จะมีการจัดประชุมต้นน้ำเพิ่มเติม โดยเป็นการประชุมเฉพาะในส่วนของประธานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี ประธาน สปช. ประธาน สนช. และประธานกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งจะหารือในเชิงลึกในช่วงที่ใกล้จะออกปากอ่าว หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป
 
                             ผู้สื่อข่าวถามว่า ให้คำมั่นได้หรือไม่ว่ารัฐธรรมนูญที่จะออกมานั้นจะเป็นประชาธิปไตย นายเทียนฉาย กล่าวว่า เราไม่มีทางปล่อยให้รัฐธรรมนูญที่ไม่มีคุณค่าประชาธิปไตยออกมาแน่นอน เราจะได้ประชาธิปไตยที่ดีงามพอเหมาะกับคนไทยอย่างแน่นอน ส่วนในการพิจารณาลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญนั้นอยู่บนเงื่อนไขว่า หาก สปช.ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จะทำให้กรรมาธิการยกร่างฯ กับ สปช.ทั้งคณะต้องออกไปนั้น จะเป็นเงื่อนไขกดดันการทำงานหรือไม่ นายเทียนฉาย กล่าวว่า สปช.คงไม่ปล่อยรัฐธรรมนูญที่มีตำหนิออกไป แต่อย่าคาดหวังว่าเราต้องเห็นชอบเท่านั้น ไม่คิดว่าจะมีธงอยู่ ไม่จำเป็น ถ้าเราปล่อยรัฐธรรมนูญที่มีตำหนิออกไปแล้วประเทศมีปัญหา สู้ยอมฆ่าตัวตายดีกว่า
 
 
 
เล็งเดินตาม สนช.ให้เครือญาติ สปช.ลาออก
 
 
                             นายเทียนฉาย กล่าวถึงกรณีที่สมาชิก สปช.ตั้งเครือญาติเข้ามาเป็นผู้ช่วย ว่า ในระเบียบข้อบังคับเป็นระเบียบเดิมที่ใช้กับ ส.ส.และ ส.ว. ซึ่งในส่วนของ สปช.นั้น แม้การทำหน้าที่จะไม่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมาย แต่ สปช.มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ จึงอนุโลมให้ใช้ข้อบังคับเดิมที่มีอยู่ หาก สปช.เดินไปตามคุณสมบัติ ระเบียบ และกติกาที่กำหนดไว้ มองว่าน่าจะถูกต้องแล้ว ส่วนบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่บังเอิญเป็นเครือญาตินั้น เห็นว่า ขณะนี้ สปช.มีวาระการทำงานไม่มาก บางครั้งการเอาญาติ หรือบุตร มาช่วยทำงาน โดยเฉพาะที่ไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องเฉพาะ อาทิ เรื่องเศรษฐกิจ และบุตรก็เรียนมาด้านนี้ หากเอามาช่วยงานคงไม่เป็นไร คงเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายได้ แต่ถ้าตั้งมาแล้วไม่เคยเห็นตัว ไม่เคยเห็นหน้าเลยนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งประเด็นนี้เป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัว
 
                             ผู้สื่อข่าวถามว่า วิป สนช.มีคำแนะนำให้เครือญาติที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยสมาชิก สนช.ลาออก นายเทียนฉาย กล่าวว่า แนวทางที่วิป สนช.ทำไว้นั้นดีแล้ว ดังนั้น สปช.คงเดินในทางเดียวกัน เพราะในเหตุการณ์เดียวกัน ถ้าทำกันคนละอย่าง คงจะอธิบายยาก ส่วนกรณีที่มีบุคคลไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบ สนช.ที่แต่งตั้งเครือญาติมาช่วยงานนั้น เห็นว่า ป.ป.ช.ต้องพิจารณาว่ามีอำนาจหน้าที่หรือไม่ ส่วนใครจะไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นก็ดำเนินการได้
 
                             ส่วนมองอย่างไรกับข้อเสนอให้แม่น้ำ 5 สายเว้นวรรคทางการเมือง 2 ปี หลังจากที่มีรัฐธรรมนูญใหม่นั้น นายเทียนฉาย กล่าวว่า เว้นวรรค 2 ปีก็ดี เพราะ สปช.มีส่วนได้เสียกับรัฐธรรมนูญในการให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ที่สำคัญคือ เมื่อเราทำหน้าที่ตรงนี้ก็คงต้องพร้อมรับทุกอย่าง แต่สำหรับแม่น้ำอีก 4 สายนั้น คงไม่สามารถไปตอบแทนได้
 
 
 
สปช.มีหน้าที่ปฏิรูปกรณีฆราวาสหากินกับศาสนา
 
 
                             นายเทียนฉาย กล่าวถึงแนวทางในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องนอกกรอบการดำเนินการของ สปช. หน้าที่ของ สปช. คือ การให้ความเห็น ข้อเสนอแนะการปฏิรูป แต่เราไม่มีหน้าที่ปฏิบัติการ สำหรับความเห็นเรื่องกิจการศาสนานั้นเรายืนยันว่า เราไม่ได้ให้ความเห็น หรือข้อเสนอแนะแก่สงฆ์ เพราะไม่ใช่หน้าที่เรา แต่เป็นเรื่องที่พระสงฆ์ต้องจัดการชำระปัญหา และปฏิรูปกันเอง
 
                             ส่วนเรื่องที่ สปช.มีอำนาจในการเสนอแนะเพื่อปฏิรูปนั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับฆราวาสได้ข้องเกี่ยวกับพระศาสนา เช่น พุทธพาณิชย์ หรือผู้ที่ปลอมเป็นพระสงฆ์ถือบาตรเรี่ยไรกลางถนน เป็นต้น นอกจากนี้ เรื่องคดีความที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์นั้นก็มีผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว โดยทั้งหมดถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องจัดการ ดังนั้นอยากจะย้ำว่า ต้องให้ประชาชนให้ข้อเสนอแนะ และช่วยกันบำรุงพระพุทธศาสนา ถ้าการปฏิรูปทั้งในส่วนของพระสงฆ์ และฆราวาสสำเร็จพร้อมกัน ก็จะเป็นประเทศที่มีธรรมะ และเป็นเครื่องจรรโลงศีลธรรมอันดีของประชาชน