
สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ
สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ
"สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ" อาจจะยังเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหู เพราะเป็นองค์กรใหม่ที่จะถูกตั้งขึ้นตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่อีกไม่นานชื่อขององค์กรนี้น่าจะฮิตติดหูประชาชนแน่
ถ้าถามว่า "สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ" คืออะไร คำตอบก็คือ องค์กรที่จะเป็นกลไกในการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ในสังคมไทย โดยโฟกัสไปนักการเมือง ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ และภาคเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ
ทั้งนี้ในร่างรัฐธรรมนูญกำหนดเรื่อง "สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ" ไว้ในส่วนของกลไกการควบคุมและตรวจสอบภาคประชาชน
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่คลอดออกมา ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ได้ดำเนินการเรื่องนี้คู่ขนานไปด้วย โดยล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้เสนอร่าง พ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เข้าสู่การพิจารณาของ สปช. และที่ประชุมก็ให้ความเห็นชอบในหลักการ และจะนำไปปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับเนื้อหาเบื้องต้นที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ
ตามร่าง พ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ โครงสร้างการทำงานของ "สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ" จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.คณะมนตรีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ 5 คน 2.สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ 55 คน โดยคณะมนตรีจะเป็นเหมือนองค์กรสูงสุดที่จะพิจารณาหรือให้ความเห็นชอบเรื่องที่สมัชชาคุณธรรมเสนอ
ที่มาของคณะมนตรีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ คือ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา โดยให้มีคณะกรรมการสรรหา 11 คน เช่น ประธานสภา, นายกฯ, บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือก, บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองเลือก, ผู้นำฝ่ายค้าน, ประธาน ทปอ. ฯลฯ ทำหน้าที่สรรหาบุคคลที่สมควรเป็นคณะมนตรีฯ จำนวน 5 คนให้วุฒิสภาเห็นชอบ
ส่วนที่มาสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ คือ ให้องค์กรต่างๆ เสนอชื่อมา แล้วให้คณะกรรมการสรรหาคัดเลือกเหลือประมาณ 2 เท่า แล้วให้ "คณะมนตรีฯ" เลือกเหลือ 55 คน
หน้าที่ที่สำคัญของสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ คือ
1.กำหนดมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ของนักการเมือง ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้บริหารเอกชนที่ทำธุรกรรมกับรัฐ
2.กำหนดมาตรฐานธรรมาภิบาล ของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ
3.กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีสอบทานหรือไต่สวนการฝ่าฝืนมาตรฐาน
4.วินิจฉัยผลไต่สวนการฝ่าฝืนมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม หรือธรรมาภิบาล และ "เปิดเผยต่อสาธารณะ"
"การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ" หรือ เรียกง่ายๆ ก็คือ "ประจาน" ให้สังคมรับรู้รับทราบ เป็นมาตรการขั้นแรกที่มีการกำหนดไว้ และมาตรการขั้นต่อไปที่มีการพูดถึงคือ ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง "จัดการ"



