ข่าว

ผู้ตรวจฯรอรับลูกสอบจริยธรรมสนช.ผัวเมีย

ผู้ตรวจฯรอรับลูกสอบจริยธรรมสนช.ผัวเมีย

04 มี.ค. 2558

ผู้ตรวจฯรอรับลูกสอบจริยธรรมสนช.ผัวเมีย 'สมเจตน์-สิงห์ศึก'เสียดายความสามารถหลังสั่ง'บุตรชาย-น้องชาย'ลาออก ขณะที่เลขาวุฒิฯ เผยพร้อมแก้ไขระเบียบ

                4.ค.58 พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า สำหรับการสอบเรื่องจริยธรรมกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีการตั้งคนในครอบครัวให้ช่วยงานนั้น ถ้าเป็นการสอบเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรมก็สามารถร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ แต่หากเป็นการสอบสวนทางวินัยหรือความผิดโดยมิชอบก็ต้องไปร้องต่อ ป.ป.ช.เพราะ ป.ป.ช.ดูแลเรื่องการประพฤติมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องดูเป็นกรณีไปว่าต้องการให้ตรวจสอบแบบไหน เพราะเรื่องนี้ต้องดูที่รายละเอียดเพราะแต่ละกรณีไม่เหมือนกัน ทั้งยังต้องดูคุณสมบัติของผู้ที่ถูกแต่งตั้งมาพิจารณาด้วย ถ้าจำไม่ผิดบางตำแหน่งบอกว่าถ้าจบปริญาตรี ต้องมีประสบการณ์ 1 ปีบ้าง 3 ปีบ้าง แต่ของบางคนบอกว่ายังเรียนหนังสืออยู่ก็ต้องดูกัน ไม่สามารถไปเหมารวมหมด หากมีการร้องเรื่องดังกล่าวมา คิดว่าทุกหน่วยงานที่รับเรื่องจะต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบเป็นละกรณีไป

                 เมื่อถามว่าในฐานะผู้ตรวจฯคิดว่าเรื่องนี้กระทบความรู้สึกของประชาชนหรือไม่ พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า ถ้าเคลียร์ได้ก็จะดี แต่เขาบอกว่าไม่ได้ผิดกฏหมาย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือประธาน สนช.ต่างบอกว่าไม่ผิดกฏหมาย แต่โดยส่วนตัวยังไม่ทราบข้อมูลแท้จริง เพราะทราบข่าวจากทางสื่อเท่านั้น


'สมเจตน์-สิงห์ศึก'เสียดายความสามารถหลังสั่ง'บุตรชาย-น้องชาย'ลาออก

                 พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช.หนึ่งในกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวถึงกรณีที่วิปสนช.ขอความร่วมมือให้สมาชิกสนช.ที่แต่งตั้งเครือญาติมาช่วยงานในตำแหน่งสนช.ให้ลาออกจากตำแหน่งว่า ตนได้นำบุตรชายและน้องชายมาช่วยงาน ซึ่งในส่วนบุตรชายได้ลาออกจากตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญประจำตัวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนน้องชายที่มาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยประจำตัวสนช. แม้ขณะนี้จะใช้งานอยู่ ก็จะให้ไปลาออกเช่นกัน เพื่อให้สังคมเกิดความสบายใจ แม้จะไม่ใช่มติวิปสนช. เป็นแค่การขอความร่วมมือ แต่ตนก็พร้อมแสดงสปิริตให้ความร่วมมือ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส จะได้เป็นแบบอย่างที่ดี เท่าที่คุยกับสนช.หลายคน เมื่อมีข่าวออกมาทุกคนก็เกิดความไม่สบายใจ เพราะทุกคนมีเจตนาดีในการเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง ขณะนี้สนช.หลายคนได้ให้เครือญาติไปลาออกจากตำแหน่งแล้ว ก่อนที่วิปสนช.จะขอความร่วมมือมาเสียอีก รวมไปถึงสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ที่มีการตั้งเครือญาติมาช่วยงาน ก็สั่งให้ไปลาออกแล้วเช่นกัน  

                พล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า แม้การแต่งตั้งเครือญาติมาช่วยงานจะทำได้ตามกฎหมาย แต่เมื่อสังคมเกิดความไม่สบายใจ เห็นว่า ไม่มีความเหมาะสม เราก็พร้อมแก้ไข ส่วนเหตุผลที่นำบุตรชายและน้องชายมาช่วยงานนั้น ไม่ขอพูดถึงเหตุผล เพราะพูดไปจะหาว่าแก้ตัว แต่ตนมีเหตุผลแน่นอน แต่ไม่ขอชี้แจง เพราะไม่รู้ว่าพูดไปแล้วจะเป็นผลดีหรือยิ่งเป็นผลเสียหนักยิ่งขึ้น ก็จะมีการนำไปขยายผลต่อไปอีก จึงไม่ขอแก้ตัว แต่ขอแก้ไขดีกว่า ส่วนที่นายตวง อันทะไชย สนช.ระบุว่า กรณีดังกล่าวเป็นกระบวนการทำลายสนช.นั้น ตนไม่ทราบว่า มีเรื่องนี้จริงหรือไม่ แต่สนช.เข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยไม่เป็นที่ยอมรับ ซึ่งเป็นจุดอ่อนอยู่แล้ว พอเกิดเรื่องขึ้นก็ต้องถูกนำไปขยายความอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามขอขอบคุณสังคมที่เห็นว่า การแต่งตั้งเครือญาติมาช่วยงานเป็นเรื่องไม่เหมาะสม แม้กฎหมายจะไม่ห้ามไว้ ถือว่าสังคมเดินมาถูกทางแล้ว อยากให้สังคมทำแบบนี้ตลอดไป เพื่อช่วยกันตรวจสอบนักการเมืองที่จะเข้ามา 

                พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร สนช. กล่าวว่า แม้วิปสนช.จะไม่มีมติบังคับให้เครือญาติของสนช.ต้องลาออกจากตำแหน่งที่มาช่วยงาน แต่ก็พร้อมให้ความร่วมมือโดยให้บุตรชายของตนลาออกจากตำแหน่งผู้ชำนาญการประจำตัวสนช. แม้จะไม่ได้ทำผิดอะไร แต่เพื่อความสบายใจของสังคมและสร้างเป็นบรรทัดฐานใหม่ในสังคม การที่ตนนำลูกชายมาช่วยงานถือว่า เป็นประโยชน์ ช่วยงานตนได้มาก เพราะลูกชายจบจากต่างประเทศ เคยเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย และเป็นวิศวกรโรงงาน สามารถมาช่วยงานตนที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการพาณิชย์และอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี ช่วยค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้มาก แต่ถ้าสังคมไม่ยอมรับก็ยินดีให้ออก แต่ก็รู้สึกเสียดาย น่าจะพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป ถ้าเป็นคนมีประสบการณ์การทำงาน มีความรู้ ความสามารถก็ควรทำหน้าที่ได้ แต่ถ้าไปใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการสร้างอิทธิพลก็ต้องลงโทษ แต่มั่นใจว่า สนช.ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ คงไม่กล้าเสี่ยงเอาเกียรติยศไปทำอะไรเสียหาย   

                นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)กล่าวว่าหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติงานให้แก่สมาชิก สนช. เป็นระเบียบที่ใช้มานานแล้ว โดยเทียบเคียงมาจากหลักเกณฑ์ของส.ส.และส.ว. โดยมีการไปตกลงหลักเกณฑ์เรื่องคุณสมบัติและค่าตอบแทนกับกระทรวงการคลัง เพื่อขอคนมาช่วยงาน ซึ่งคุณสมบัติของผู้ที่มาช่วยงานนั้น ได้ตรวจสอบว่า มีคุณสมบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทุกอย่าง เพราะในบางกรณีสนช.ก็ต้องการใช้คนที่ไว้ใจได้มาช่วยงาน ส่วนตัวเห็นว่า ปัญหาการแต่งตั้งเครือญาติมาช่วยงานที่เกิดขึ้นคงต้องดูเป็นรายกรณี ๆ ไป ไม่ควรไปเหมารวมสนช.ทั้งหมด หลังจากเกิดปัญหาขึ้นมามีสนช.บางคน เช่น สนช.ในพื้นที่เสี่ยงภัยก็มาปรึกษาว่า ทำไมต้องมาจำกัดสิทธิในการแต่งตั้งคนมาช่วยงาน หากมาจำกัดสิทธิเช่นนี้ จะเกิดปัญหาในการทำงาน เช่น การหาข้อมูลในพื้นที่ หรือใครจะมาช่วยขับรถ เพราะต้องหาคนที่ไว้วางใจได้มาช่วยงานจริงๆ ทั้งนี้หากจะมีการแก้ไขหลักเกณฑ์การแต่งตั้งคนมาช่วยงานดังกล่าว ทางประธานสนช.ก็สามารถทำรายละเอียดสั่งการมาได้

 

'ทัศนา'เชื่อสปช.เป็นผู้ใหญ่พอรู้อะไรถูกผิด
 

            น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาชิกสปช.แต่งตั้งเครือญาติเป็นผู้ช่วยจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่า ประเด็นนี้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสปช.ยังไม่มีการกำหนดวาระที่จะมาพูดคุยกัน แต่เชื่อว่าทุกคนคงเห็นสิ่งที่ปรากฎตามข่าวและสื่อต่างๆแล้วและคงมีการพูดคุยกันเองว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดความเหมาะสม ซึ่งในข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่ต้องพิจารณา ตนเชื่อว่าสมาชิกสปช.ทุกคนมีความสำนึกและเป็นผู้ใหญ่ อีกทั้ง เท่าที่ทราบเห็นว่าแม้บางคนจะแต่งตั้งเครือญาติมาช่วยทำงานจริง แต่คนที่มาช่วยทำงานนั้นเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ หากไปวิจารณ์แบบเหมารวมก็อาจไม่ยุติธรรม เพราะภารกิจของ กมธ.สปช.แต่ละด้านค่อนข้างหนัก จึงเชื่อว่าสปช.จะสามารถใช้ประโยชน์ต่อการทำงานได้จากคนเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่แต่งตั้งมาแล้วไม่ได้มาช่วยงานนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งคงดูไม่ดี ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงอยากให้มองที่การทำงานเป็นหลัก

            ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสปช.กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นดุลพินิจของแต่ละบุคคล ถ้าเห็นว่าต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดความเหมาะสมก็ควรดำเนินการ หรือถ้าใครยืนยันว่าคนที่แต่งตั้งให้มาช่วยงานนั้นสามารถทำงานได้จริงๆก็ถือเป็นความรับผิดชอบของแต่ละคนที่ต้องชี้แจงต่อสาธารณะเพื่อให้เกิดความเข้าใจ จึงมองว่าประเด็นนี้ อาจไม่ต้องถึงขั้นออกกฎหรือข้อบังคับ เพราะแต่ละคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีวุฒิภาวะสามารถพิจารณาเองได้ว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากเรื่องความเหมาะสมและความถูกต้องนั้นสูงกว่าข้อบังคับ ดังนั้นภาพรวมของสปช.ต้องรักษามาตรฐานและเป็นตัวอย่างที่ดีต่อการปฏิรูป