ข่าว

อิศราที่รัก..(1)

อิศราที่รัก..(1)

05 มี.ค. 2558

อิศราที่รัก..(1) : 'จอกอ'จักรกฤษ เพิ่มพูล

               เมื่อถึงวันนักข่าว เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า อิศรา อันหมายถึงรางวัลภาพ และข่าวยอดเยี่ยมอิศรา อมันตกุล ที่เปรียบกันว่าเป็นรางวัลพูลิตเซอร์เมืองไทย หรือก่อนหน้านั้น ก็เป็นสำนักข่าวอิศรา สำนักข่าวที่ทำข่าวเชิงสืบสวน สอบสวน ที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทุกวงการ ล่าสุดคือข่าวที่เป็นบททดสอบจริยธรรมของบรรดาท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติทั้งหลาย
   
               แต่คนข่าวรุ่นหลัง แม้กระทั่งคนที่ทำข่าวมา 36 ปี อย่างผม ก็อาจไม่คุ้นเคยกับครูหนังสือพิมพ์รุ่นอาวุโส เช่น คุณอิศรา อมันตกุล ที่นับว่าเป็นต้นกระแสธารของสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วันนี้  ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงคนข่าวรุ่นใหม่ ที่ใช้เครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยในการรายงานข่าว มีชื่อเสียง มีเงินเดือน มีชีวิตที่สุขสบายมากกว่าคนข่าวรุ่นเก่าหลายเท่า
      
               ทัศนคติของคนสังคมไทยก่อนยุคกิจการสื่อเข้าไปในตลาดหุ้น กลายเป็นอุตสาหกรรม มีนักข่าวทำงานเป็น “หนูถีบจักร” ในโรงงานอุตสาหกรรมข่าว ก็ยังจัดประเภทนักข่าวว่า เป็นพวก “ไส้แห้ง” ไม่ต่างไปจากอาชีพนักเขียน
         
               คุณอิศรา อมันตกุล เป็นนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรก และเป็นสมาคมนักข่าวที่มีอายุครบรอบ 60 ปีในวันนี้
         
               สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรวิชาชีพของสื่อมวลชนไทย ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2498 และต่อมาได้รวมกับสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งผมเป็นกรรมการชุดสุดท้าย ก่อนรวมเป็นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2543
        
               สมาคมนักข่าวฯ ก่อตั้งขึ้นเนื่องจากสมาชิกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กลุ่มหนึ่ง รู้สึกว่าสมาคมหนังสือพิมพ์ฯ นั้นถูกครอบงำโดยอำนาจทางการเมือง อีกทั้งไม่พึงพอใจในการแถลงงบดุลอย่างคลุมเครือในการประชุมสามัญประจำปี จนถึงขั้นประท้วง "วอล์กเอาท์" เดินออกจากห้องประชุมจนเกือบหมด ไม่กี่วันหลังจากนั้น นักข่าวนักหนังสือพิมพ์ส่วนหนึ่งได้จับกลุ่มกันคิดที่จะก่อตั้งสมาคมใหม่ ที่มีวัตถุประสงค์ตรงกับอุดมการณ์ของตน และใช้ชื่อว่า "สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย"
 
               บริบททางสังคมเปลี่ยนไป คงต้องอธิบายกันยาว ถึงจะเข้าใจและเห็นภาพของนักข่าวไส้แห้ง แต่มีบทบันทึกบทหนึ่งซึ่งคุณสุพัณณา (นามเดิม สเริงรมย์) อมันตกุล ซึ่งถึงแก่กรรมเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 ภริยาของคุณอิศรา อมันตกุล ได้บันทึกบางเรื่องราวของคุณอิศราไว้ เป็นบันทึกที่ใช้ชื่อว่า “อิศราที่รัก” เขียนขึ้นเมื่อปี 2512 โดยคุณสุพัณณา ตั้งใจใช้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่จะตีพิมพ์เป็นหนังสือที่ระลึกงานศพคุณอิศรา อมันตกุล แต่ยังไม่ได้ตีพิมพ์ คงเก็บรักษาต้นฉบับไว้ที่สมาคมนักข่าว
 
               “เพื่อรำลึกและบูชาคุณแก่ท่านทั้งสอง คือ คุณอิศราและคุณสเริงรมย์ คนหนังสือพิมพ์กลุ่มหนึ่งจึงนำงานเขียนอันทรงคุณค่าดังกล่าวมาตีพิมพ์เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ญาติมิตร เป็นการอาลัยถึงการจากไปของคุณสเริงรมย์ เมื่อคุณอิศราจากไป คุณสเริงรมย์เขียนถึงสามีผู้เป็นที่รักว่า อิศราที่รัก ผู้อยู่เพื่อการให้ ชีวิตนี้ได้พิสูจน์แล้ว ว่ากันว่า เบื้องหลังผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ มักมีสุภาพสตรีที่ยิ่งใหญ่อยู่คนหนึ่งเสมอ สำหรับอิศรา อมันตกุล สเริงรมย์ อมันตกุล คือผู้หญิงคนนั้น”
 
               ภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการใหญ่โพสต์ทูเดย์ กล่าวนำในหนังสืออิศราที่รัก
 
               “...ชีวิตของเราฝ่าถ้อยคำสบประมาทมาแล้วหลายวลี หลายประโยค ตาต่ำ ไม่รักดี แหกคอก สมเพชที่ได้กับนักประพันธ์ไส้แห้ง ฯลฯ แต่เราไม่ได้โกรธเขาดอก เรามีโลกทัศน์คนละด้าน เขามองในด้านของเขา เราอยู่ในด้านของเรา แต่ถ้าจะว่าไปตามจริง สำหรับดิฉันก็ภูมิใจอยู่ไม่น้อยที่คุณอิศราได้รับฉายาไส้แห้ง เพราะไส้ของคุณอิศราเป็นไส้ที่ไม่เคยตะกละตะกลาม ตะกละความเอารัดเอาเปรียบเห็นแก่ได้ ตะกละความลืมตัว ตะกละความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ตะกละลาภ ตะกละเงิน อันช่วยให้คนเสียมานักต่อนัก เพราะอยู่ดี กินดี เกินไปจนพุงอืดพุงโต...”
 
               บางถ้อยคำที่คุณสเริงรมย์ พูดถึงสามีของเธอ ผู้เป็นปูชนียบุคคล ยังคงมีหลายแง่มุมที่น่าสนใจสำหรับคนข่าวรุ่นหลัง ซึ่งสมควรจะกล่าวถึงอีกครั้งในตอนต่อไป