ข่าว

คลังห่วงต่ออายุ5มาตรการฟรีเพิ่มภาระงบ

คลังห่วงต่ออายุ5มาตรการฟรีเพิ่มภาระงบ

12 ก.ค. 2552

คลังกังวลต่ออายุ 5 มาตรการ กระทบภาระงบประมาณ เชื่อรถเมล์-รถไฟฟรียังมีประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนระดับฐานราก ส่วนไฟฟ้า-ประปา ต้องคิดให้รอบคอบ รื้อเพดานการใช้ใหม่

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะนำวาระการต่ออายุ 5 มาตรการ 6 เดือนช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ผู้มีรายได้น้อย เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการลดภาระค่าครองชีพแก่ผู้มีรายได้น้อยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพราะมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2552 ส่วนจะขยายเวลาออกไปอีก 2 เดือนถึงสิ้นปีงบประมาณนี้ หรือขยายเวลาอีก 5 เดือนเพื่อให้ถึงสิ้นปี 2552 จะต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการลดภาระให้แก่ประชาชน ขณะเดียวกันก็ต้องดูผลกระทบต่อภาระด้านการคลังด้วย

 อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลประเมินแล้วเห็นว่าการขยายเวลา 5 มาตรการออกไปแล้วเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ก็สามารถหาแหล่งเงินมาชดเชยให้แก่รัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่ส่วนนี้ได้ แม้ว่างบกลางปี 2552 ได้จัดสรรไปหมดแล้วก็ตาม

 นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ยอมรับว่า มีความกังวลในแง่ของภาระงบประมาณหากรัฐบาลมีนโยบายต่ออายุ 5 มาตรการออกไปอีก ซึ่งหากมองในมิติของภาระเงินคงคลังจะเห็นว่า ในช่วงที่รัฐบาลจัดเก็บรายได้ลดลงแต่มีภาระด้านรายจ่ายที่สูงขึ้นการใช้เงินงบประมาณแต่ละครั้งจึงต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งจากผลการศึกษาผลกระทบ 5 มาตรการ จะเห็นว่าเป็นเพียงการพยุงไม่ให้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงรุนแรงมากนัก

 มาตรการที่เห็นว่าสามารถช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ก่อให้เกิดประโยชน์ในระดับฐานรากอย่างแท้จริงคือ มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถไฟชั้น 3 ส่วนมาตรการน้ำประปาและไฟฟ้าฟรีนั้น อาจต่ออายุ แต่พิจารณาจำนวนหน่วยที่รัฐบาลรับภาระลงด้วย

 "เรื่องการอุดหนุนค่าน้ำค่าไฟ กระทรวงการคลังได้เสนอไปว่าจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้มาตรการที่ออกมาเกิดประโยชน์และช่วยเหลือประชาชนในระดับฐานรากได้อย่างแท้จริง ลดการอุดหนุนชนชั้นกลางและระดับบนที่มีกำลังใช้จ่ายลง เพื่อลดภาระงบประมาณของรัฐบาลลงด้วย" นายสมชัยกล่าว