
ฟ้าผ่าพันโทดับลูกน้องสาหัสที่แพร่
"หม่ำ จ๊กมก" เดินกล้องถ่ายหนัง"แหยมยโสธรภาค2" ต่อ แม้นเกิดเหตุฟ้าผ่าดับ 3 ศพ พ่อ แม่ ลูก กลางกองถ่าย เผยเสียใจกับครอบครัวเคราะห์ร้าย ยินดีช่วยเหลือและเป็นเจ้าภาพงานศพ
จากกรณีที่มีเหตุฟ้าผ่าและมีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ศพ ที่บริเวณสวนใกล้กับบึงลับ บ้านโพธิ์น้อย หมู่ 7 ต.แสนสุข อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด กลางกองถ่ายภาพยนต์เรื่อง แหยมยโสธรภาค 2 ของนายเพชรทาย วงศ์คำเหลา หรือ หม่ำจ๊กมก ล่าสุดวันที่ 12 ก.ค. "หม่ำ" ยังคงหน้าถ่ายทำฉากที่เหลือต่ออยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมกับทีมงานท่ามกลางท้องฟ้ามืดครื้ม
"หม่ำ" กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนายไพบูลย์ ทรงชาลี ที่ถูกฟ้าผ่าตายพร้อมกันทั้ง 3 ศพ เหลือหลานสาวตัวเล็กๆรอดราวกับปาฏิหาริย์ ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาฝนจะตกทีมงานส่วนหนึ่งกำลังเก็บอุปกรณ์หนีฝนมาขึ้นรถ และตนก็รีบมานั่งรอในรถตู้ที่อยู่ห่างจุดเกิดเหตุเกือบ 100 เมตร และทันใดนั้นก็มีเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว จนเจ้าหน้าที่ในกองถ่ายรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆวิ่งเข้าสู่ร่างกาย และเมื่อจะไปบอกนายไพบูลย์ จึงพบว่าถูกฟ้าผ่าตายแล้ว
"นายไพบูลย์เป็นคนดีเมื่อรู้ว่าผมจะมาถ่ายหนังใช้ที่นาแก ก็ยินดีเป็นอย่างมากทั้งเตรียมวัว ควายจะเข้าฉากให้อีกโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆจากทีมงาน เพราะแกบอกว่าได้เห็นหม่ำก็พอใจแล้ว" "หม่ำ" กล่าวและว่า
หลังเกิดเหตุตนและทีมงานได้ส่งพวงหรีดไปแสดงความอาลัย ร่วมกับนายวิจักษณ์ ชินโคตรพงศ์ นอภ.พนมไพร และจะรับช่วยเหลือเรื่องงานศพและค่าใช้จ่ายให้พร้อมจะเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมให้ในคืนแรก ส่วนหลานสาวตัวเล็กๆนั้นในอนาคตถ้าตนยังมีชีวิตอยู่และถ้ายังทำหนังต่อไป หากน้องเขาโตขึ้นและมีแววก็จะสนับสนุนให้เล่นหนังด้วยแน่นอน
สำหรับการถ่ายทำฉากเมื่อวานนั้นเป็นฉากที่พระเอก ซึ่งเป็นปลัดมีคำสั่งให้ย้ายเข้าไปรับตำแหน่งที่กรุงเทพฯ พระเอกจึงนัดกระจู่กระจี๋กอดลากับนางเอกก่อนจากไปอยู่ที่อื่น แต่ยังถ่ายไม่เสร็จเกิดฝนตกและฟ้าผ่าลงมาก่อน และวันนี้เราได้ดำเนินการถ่ายต่อให้เสร็จที่บริเวณจุดเกิดเหตุ และรู้สึกเสียวอยู่บ้างเพราะไปสาบานไว้มากมาย อีกทั้งฝนตั้งเค้ากำลังจะตก และวันพรุ่งนี้จะถ่ายฉากจุดบั้งไฟบริเวณใกล้กันเป็นอันว่าจบการถ่ายทำในพื้นที่ร้อยเอ็ด ซึ่งคาดว่าหนังจะออกสู่โรงได้ประมาณเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้
ขณะภายในวัดโพธิ์ศรี บ้านโพธิ์น้อยหมู่ 7 ญาติได้ตั้งศพทั้ง 3 คนไว้บำเพ็ญกุศลโดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงามีเพียงพวงหรีดของหม่ำ ทีมงานแหยมยโสธรภาค 2 และนายอำเภอพนมไพรเท่านั้นที่รอการจัดการตามพิธีทางศาสนาและจะมีพิธีบรรจุศพเก็บไว้ก่อนในวันที่ 16 ก.ค.นี้ จนกว่าจะครบกำหนด 3 ปี ตามความเชื่อของคนอีสานก่อนที่จะนำศพมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
ฟ้าผ่าพันโทดับลูกน้องสาหัสที่แพร่
เมื่อเวลา 16.30 น. พ.ต.ท.บุญธรรม แก้วกัน สารวัตรเวร สภ.ห้วยม้า อ.เมือง จ.แพร่ รับแจ้งมีเหตุฟ้าผ่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่บริเวณสวนของ พ.ท.เชาว์ ธรรมสรางกูร อยู่บริเวณ หมู่ 3 ต.บ้านถิ่น อ.เมือง จ.แพร่ จึงพร้อมกับ นายศรณย์ อภัยกาวี นายก อบต.บ้านถิ่น แพทย์เวรโรงพยาบาลแพร่ เดินทางไปสอบสวนในที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบผู้เสียชีวิตถูกฟ้าผ่า คือ พ.ท. เชาว์ ธรรมสรางกูร อายุ 55 ปี ผู้ช่วยสัสดีจังหวัดน่าน อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 8 ต.บ้านถิ่น อ.เมือง บริเวณมือขวามีรอยเขียวคล้ำ โทรศัพท์มือถือ อีก 1 เครื่องอยู่ในกระเป๋าเสื้อ นอกจากนั้นยังมีนายวิเชียร คนเที่ยง อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 156/1 หมู่ 3 ต.บ้านถิ่น เป็นลูกน้องของ พ.ท.เชาว์ ได้รับบาดเจ็บชาวบ้านได้ช่วยกันนำส่ง ร.พ.แพร่
จากการตรวจรักษาของแพทย์พบว่า นายวิเชียร ผู้บาดเจ็บมีอาการชาตามร่างกาย และมีอาหารหนาวคล้ายเป็นไข้ หนาวสั่น แพทย์จึงให้นอนรักษาอยู่ ร.พ.แพร่ สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงที่มีฝนตกลงมาและมีฟ้าร้อง พ.ท.เชาว์ ได้ให้นายวิเชียรใช้เลื่อยโซ่ตัดต้นไม้กระยาเลย ส่วน พ.ท.เชาว์ ช่วยอยู่ด้านหลังและต่อมาได้มีฟ้าผ่าลงที่ต้นไม้ ทำให้นาย พ.ท.เชาว์ และนายวิเชียร หมดสติ ไปขณะหนึ่ง แล้วนายวิเชียรฟื้นขึ้นมาแต่ พ.ท.เชาว์เสียชีวิต สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากฟ้าฝ่าลงบริเวณต้นไม้ และมีเลื่อยโซ่และโทรศัพท์มือถือของผู้ตายเป็นสื่อที่ทำให้ฟ้าฝ่าลงมาที่คนทั้งสอง
นายศรณย์ อภัยกาวี นายก อบต.บ้านถิ่น เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในพื้นที่ ต.บ้านถิ่นพบว่าในช่วงฤดูฝนมักจะมีฝนตกหนัก และบางครั้งก็ทำให้บ้านเรือนไร่นาของชาวบ้านเสียหาย ส่วนภรรยาของพ.ท.เชาว์ คือ นางปราณี ธรรมสรางกูร ก็เป็น ส.อบต.หมู่ 8 ต.บ้านถิ่น จึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งและคงจะต้องเตือนให้ชาวบ้านในพื้นที่ให้ระมัดระวังในเรื่องของการใช้เครื่องไฟฟ้า หรือโทรศัพย์มือถือในช่วงนี้ว่าอาจจะเกิดอันตรายได้



