ข่าว

ทะเลาะเรื่องทิ้งเปลือกเงาะแทงตาย1สาหัส2

ทะเลาะเรื่องทิ้งเปลือกเงาะแทงตาย1สาหัส2

12 ก.ค. 2552

พ่อเมากินเงาะทิ้งเปลือกเรี่ยราด ลูกหวังดีเอาถุงมาให้ใส่ขยะทะเลาะลั่น ญาติเข้าห้ามคว้ามีดไล่ฟันหนีไปหลบบ้านผู้ใหญ่บ้าน ไม่หายคลั่งบุกบ้านกลางดึก เจอแม่คู่กรณีตรงเข้าล็อกคอแทงยับ 7 แผล ดับต่อหน้าหลาน เพื่อนบ้านเข้าช่วยถูกแทงสาหัสอีก 2 สุดท้ายจนมุมตำรวจ

 เรื่องเล็กที่ลุกลามบานปลายถึงชีวิตครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 23.45 น. วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ต.ต.สุริยา แสงอ่อนตา สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 8 บ้านหนองแค ต.โนนรัง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลร้อยเอ็ด และหน่วยกู้ภัย

 ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านชั้นเดียว พบชาวบ้านจำนวนมากกำลังมุงดูศพนางบัวลา สารมิตร อายุ 67 ปี สภาพนอนหงาย นุ่งผ้าถุง เสื้อคอกระเช้า บริเวณเหนือราวนมทั้งสองข้าง หัวไหล่ขวา และหน้าท้องถูกแทงด้วยของมีคมเป็นแผลลึกรวม 7 แผลเลือดท่วมร่าง โดยมีนายหนูจันทร์ สารมิตร อายุ 28 ปี ลูกชายนั่งร้องไห้อยู่อย่างน่าสลดใจ

 นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีกสองคนคือ นายอนงค์ ไชยภักดี อายุ 35 ปี ถูกแทงด้วยของมีคมเข้ากลางหลังทะลุหน้าท้อง 1 แผล อาการสาหัสและนางหนูไกร วินทะไชย อายุ 28 ปี ถูกของมีคมเชือดต้นแขนขวาเป็นแผลเหวอะ 1 แผล หน่วยกู้ภัยจึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้คือนายสมบัติ เจตเสน อายุ 38 ปี เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน มีอาชีพเป็นพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด และมีศักดิ์เป็นหลานเขยของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

 สอบสวนทราบว่า ช่วงหัวค่ำในวันเกิดเหตุ นายสมบัติซึ่งมีอาการเมาสุรามีปากเสียงกับลูกชายวัย 16 ปี เรื่องที่นายสมบัติกินเงาะแล้วทิ้งเปลือกและเมล็ดลงพื้นเรี่ยราด ลูกชายจึงไปหยิบถุงมาให้พ่อทิ้งเปลือกเงาะ แต่นายสมบัติกลับเอาเปลือกเงาะวางใส่มือลูกชาย จากนั้นทั้งคู่จึงทะเลาะกันเสียงดัง กระทั่งนายสมบัติลุกขึ้นตรงเข้าจะทำร้ายลูกชาย ญาติๆ จึงไปตามให้นายหนูจันทร์ซึ่งเป็นญาติอีกคนหนึ่งมาห้ามปราม

 เมื่อนายหนูจันทร์มาถึงเกิดมีปากเสียงกับนายสมบัติ แล้วเหตุการณ์บานปลายขึ้นเมื่อนายสมบัติคว้ามีดมาเชือดคอนายหนูจันทร์ แต่โชคดีจับมีดผิดด้าน ทำให้นายหนูจันทร์รอดมาได้ และรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดด้วยการไปซ่อนที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นนายสมบัติที่ยังไม่หายโมโห ได้ถือมีดวิ่งตามหานายหนูจันทร์ไปทั่วทั้งหมู่บ้าน และมาเคาะประตูบ้านนางบัวลาผู้เป็นแม่ของนายหนูจันทร์ ซึ่งในขณะนั้นในบ้าน มีนางบัวลา และ ด.ช.บรรพต วินทะไชย อายุ 13 ปี นอนหลับอยู่ เมื่อ ด.ช.บรรพตมาเปิดประตู นายสมบัติได้วิ่งตรงเข้าไปล็อกคอนางบัวลา และลากมาหน้าบ้าน จากนั้นจึงใช้มีดจ้วงแทงอย่างบ้าคลั่งจนนางบัวลาเสียชีวิตต่อหน้าหลานชาย

 ขณะนั้นนายอนงค์ และนางหนูไกร ได้ยินเสียงร้องของนางบัวลาจึงวิ่งเข้ามาช่วย ทำให้นายสมบัติใช้มีดจ้วงแทงทั้งคู่จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หนีไป อย่างไรก็ตาม ระหว่างหลบหนีไปถึงตัวเมืองร้อยเอ็ด รถจักรยานยนต์ของนายสมบัติได้เสียหลักล้มคว่ำจนได้รับบาดเจ็บ จึงถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย