
'ศรีสุวรรณ'ร้องป.ป.ช.ไต่สวนสนช.
03 มี.ค. 2558
'ศรีสุวรรณ' ร้อง 'ป.ป.ช.' ไต่สวน 'สนช.' ตั้งลูกเมียเป็นคณะทำงาน 'พรเพชร-เลขาฯ' โดนด้วย เหตุใช้อำนาจ-ลงนามแต่งตั้ง เข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อน
3 มี.ค. 58 เมื่อเวลา 11.15 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขอให้ไต่สวนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กว่า 50 คน กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและขัดแย้งต่อจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างร้ายแรง กรณีเสนอชื่อเครือญาติต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะสำนักเลขาธิการ สนช. เข้ารับการแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัวสมาชิก สนช. ถือเป็นการดำเนินการ หรือมีพฤติกรรมเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อน ต้องห้ามตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2551 ประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ พ.ศ. 2553 และเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ฉบับแก้ไขเพิ่มเพิ่ม และขอให้ไต่สวนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ในฐานะใช้อำนาจออกประกาศคุณสมบัติผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัวสมาชิก สนช. และนางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการ สนช. ในฐานะผู้ลงนามแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัวสมาชิก สนช.
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สนช.ชุดนี้เป็นดรีมทีมของประชาชนในการปฏิรูปการเมืองไม่ให้กลับไปสู่วังวนน้ำเน่าเหมือนนักการเมืองในอดีต ดังนั้น ควรเป็นแบบอย่างที่ดีกับสังคมไทย สิ่งที่สมาคมฯ มาร้องครั้งนี้ หวังว่าจะนำไปสู่การแก้ไขเพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำอีก ซึ่งหากมีการไต่สวนแล้วพบความผิด ป.ป.ช.มีอำนาจนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อฟ้องร้องบุคคลเหล่านี้ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมทั้งเรียกคืนเงินประจำตำแหน่งของผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัวสมาชิก สนช.
ส่วนกรณี สนช.ระบุการตั้งเครือญาติไม่ขัดต่อหลักกฎหมายนั้น กฎหมายที่อ้างต่อ ป.ป.ช.เขียนไว้ชัดเจนว่า ห้ามแต่งตั้งเครือญาติ หากมาอ้างว่าไม่ผิด จะอธิบายสังคมอย่างไร และงงเหมือนกันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พูดว่าไม่ผิด แปลกใจ นายกฯ เข้าใจกฎหมายมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม ขอให้ สนช.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมโดยเร็ว และควรมีข้อสรุปภายใน 1 เดือน เพราะยิ่งช้าผลเสียจะเกิดขึ้นกับ สนช.ทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า เครือญาติเหล่านี้ควรจะลาออกจากตำแหน่งผู้ชำนาญการต่างๆ เพื่อแสดงสปิริตหรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เป็นจิตสำนึกของแต่ละคนที่จะกระทำหรือไม่ เพราะรู้อยู่แล้วตัวเองเข้ามาทำงานตามวัตถุประสงค์หรือไม่ การอ้างเรื่องคนที่ไว้วางใจนั้น คิดว่าบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ หรือสนิทชิดเชื้อน่าจะมีจำนวนมาก ไม่ใช่มีเฉพาะเครือญาติของตัวเอง
ต่อข้อถามที่ว่า การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมหรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ข้ออ้างของการปฏิรูปเป็นเพียงข้ออ้างธรรมดา ไม่สะท้อนความจริงที่ปรากฏต่อสังคม เป็นการผลัดกันเกาหลัง ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไป เข้ามาสู่แวดวงอำนาจโดยใช้ข้ออ้างต่างๆ นานา แต่ข้อเท็จจริง คือ ไม่ต่างอะไรจากนักการเมืองเดิมๆ ในอดีตที่ผ่านมาที่เข้ามาสู่อำนาจ และทำผิดกฎหมาย คอร์รัปชั่น
ส่วนที่อย่างนี้จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิรูปประเทศได้อย่างไร นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นายกฯ และ สนช.ต้องแสดงสปิริตแนะให้ภรรยา พี่น้อง และบุตรของตัวเอง ลาออกไป เพื่อรักษาชื่อเสียงของ สนช. ให้ประชาชนได้แซ่ซ้องสรรเสริญ
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เราคงต้องดูในรายละเอียดว่าเหตุที่จะยื่นนี้ อยู่ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือไม่ เช่นที่อ้างว่า เป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์หรือไม่ ต้องดูว่ากฎหมาย ป.ป.ช. โดยหากพูดถึงมาตรา 100 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 จะกำหนดไว้เพียงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารท้องถิ่น และรองผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งไม่ได้กำหนดรวมถึง ส.ส. ส.ว. และ สนช. เพราะตำแหน่งเหล่านี้ต้องเป็นตำแหน่งที่ ป.ป.ช.กำหนด จึงจะเป็นเรื่องของการขัดกันระหว่างผลประโยชน์
นายสรรเสริญ กล่าวว่า เมื่อพูดถึงกฎหมายว่าด้วยการขัดกันของประโยชน์เพียงอย่างเดียว ยังไม่มีกฎหมาย ป.ป.ช.รองรับแต่กฎหมายอื่นไม่ทราบ เพราะว่าเรื่องคุณธรรมจริยธรรมไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของ ป.ป.ช. แต่เป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่เมื่อร้องเรียนเข้ามา ป.ป.ช.ก็จะพิจารณา ซึ่งการจะตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรมนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการฯ ที่จะดำเนินการสืบสวนหาข้อมูล เมื่อพบว่าผิดจะส่งให้สภาฯ ดำเนินการถอดถอนก็เป็นไปตามกระบวนการ ฉะนั้นหน้าที่เราในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขัดกันของผลประโยชน์ กฎหมายเรายังไม่ได้รองรับ



