
'ทิชา'ไขก๊อก!ปัดต้านคสช.
03 มี.ค. 2558
'ทิชา' ลาออก เพิ่มพื้นที่การเมืองให้เพศหญิงไม่สำเร็จ ถูกเพศชายคัดค้านไม่ยอมรับเหตุผล ชี้ 'ประยุทธ์' ระบุเพศหญิงเป็นใหญ่อยู่แล้ว สถานะ 'แม่-ภรรยา' แค่เรื่องตลก
3 มี.ค. 58 เมื่อเวลา 09.35 น. ที่รัฐสภา นางทิชา ณ นคร อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และอดีตกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงเปิดใจต่อเหตุผลที่ลาออกจากตำแหน่ง สปช. และ กมธ.ยกร่างรัฐธรมนูญ ต่อสื่อมวลชน โดยมีเครือข่ายสตรี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้แก่ นางถวิลวดี บุรีกุล , น.ส.สุภัทรา นาคะผิว , นายคำนูณ สิทธิสมาน ให้กำลังใจ ทั้งนี้ นางทิชา ยืนยันว่า การตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว เป็นเพราะหมดศรัทธาที่จะสื่อสารกับ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก ในประเด็นการเพิ่มพื้นที่ทางการเมืองให้กับเพศหญิง ทั้งในสัดส่วนสภาท้องถิ่น และการส่งบุคคลลงสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แม้จะมีการประนีประนอม ปรับถ้อยคำจากเพศหญิง เป็นเพศตรงข้ามแล้ว แต่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพศชายผู้คัดค้านยังไม่ยอมรับเหตุผล ที่มองว่าการเพิ่มสัดส่วนสตรีเพศดังกล่าว เพื่อให้ผู้หญิงเข้าร่วมการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความสมดุล และเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทางสังคม วัฒนธรรม และทางการเมือง ที่ต้องอาศัยมาตรการพิเศษชั่วคราวในการกำหนดสัดส่วนเพศตรงข้าม จำนวน 1 ใน 3 เป็นอย่างน้อยไว้ในรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ยืนยันว่า การตัดสินใจลาออกจาก สปช. และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับประเด็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล หรือรัฐธรรมนูญ เพราะไม่สังกัดกลุ่มใด และการกระทำดังกล่าวนั้น ไม่ได้เป็นการต่อต้านคณะรักษาความแห่งชาติ (คสช.) แต่เพื่อรักษาจุดยืน และอุดมการณ์ของตัวเอง หลังจากที่ไม่สามารถทำหน้าที่ในพื้นที่ที่ความเห็นไม่สามารถขับเคลื่อนได้
"แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกฯ จะบอกว่าขณะนี้เพศหญิงก็เป็นใหญ่อยู่แล้ว เพราะมีสถานะเป็นทั้งแม่ และภรรยา แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นการยกขึ้นมาพูดเพื่อสร้างความขบขัน หรือเป็นเรื่อง Joke เท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติจริง ผู้หญิงไม่ได้มามีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง การกำหนดนโยบายสาธารณะ ประเด็นทางสังคม ดังนั้นการกำหนดสัดส่วนเพศหญิงไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดโอกาสให้เพศหญิงให้เข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง"
นางทิชา กล่าวด้วยว่า สำหรับบทบาทหลังจากนี้ เป็นสิ่งที่คาดหมายว่าจะได้ผลักดันประเด็น และข้อห่วงใยจากภายนอกไปสู่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเชื่อว่า บทบาทภายนอกนั้นจะมีพลังอีกแบบ ที่มีความเป็นอิสระ มีเสรีภาพที่สามารถสื่อสารได้ สำหรับเสรีชน สิ่งนี้มีความหมาย ทั้งนี้การเดินออกจากตำแหน่งถือเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า ประเด็นข้อห่วงใยหากไม่ทบทวน ภาคประชาชน และมุมมองอื่นที่อยู่ภายนอก จะต้องตั้งคำถามจำนวนมาก เพราะการทำงานของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่เหมือนอยู่ภายใต้ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ แต่ไม่รู้ว่าภายนอกมีสภาพอากาศเช่นไร ประเด็นเหล่านี้ต้องอาศัยบุคคลภายนอกที่นำเสนอประเด็น เพื่อยืนยันว่า รัฐธรรมนูญไม่ใช่เพื่ออยู่ในห้องปฏิบัติการเพื่อคน 36 คนเท่านั้น แต่ต้องใช้กับคน 60 ล้านคน และมีสภาพอากาศ และบรรยากาศที่แตกต่าง
'ทิชา' ลาออกไม่ใช่เรื่องเล็ก
นางสำรวย พยอมใหม่ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวถึงกรณีการลาออกของนางทิชา เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องพิจารณาให้ลึกซึ้ง โดยเฉพาะเรื่องความเท่าเทียมกันของสตรี ที่จะเข้ามามีบทบาททางการเมือง เพราะปัจจุบันนี้ในประเทศไทย สัดส่วนของสตรีมีมากกว่าผู้ชายเกือบจะ 3 ต่อ 1 จึงถือว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ อีกทั้งปัจจุบัน สตรีที่มีบทบาททางสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกิจการ นักธุรกิจ และนักการเมือง ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเมืองหญิงกล้า มีท่านท้าวสุรนารี หรือย่าโม เป็นวีรสตรีที่เสมือนผู้นำของเมืองโคราช ทำให้เห็นว่าบทบาททางการเมืองของสตรี ไม่ได้ด้อยไปกว่าเพศชายเลย และที่สำคัญทุกวันนี้ จังหวัดนครราชสีมาก็มีสตรีที่เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกเทศมนตรี และนายก อบต. มากกว่า 20 คน
ดังนั้น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จึงไม่ควรมองข้ามข้อเสนอ หรือข้อคิดเห็น ที่ตัวแทนของสตรีเสนอเข้าไปเด็ดขาด ถึงแม้ว่าในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านๆ มา จะให้ความเสมอภาคของคนไทยทั้งประเทศ แต่ในทางปฏิบัติ สตรีก็ยังถูกริดรอนสิทธิ์จากเพศตรงข้ามเสมอ ดังนั้นหากจะเขียนให้ชัดเจนลงไปในรัฐธรรมนูญเลย ก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้สตรีสามารถใช้เป็นแนวทางในการทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ถูกลิดรอนสิทธิ์จากเพศตรงข้ามในอนาคต



