ข่าว

‘ลุงตู่’อย่างเท่ซิ่งบิ๊กไบค์ก่อนถกครม.

‘ลุงตู่’อย่างเท่ซิ่งบิ๊กไบค์ก่อนถกครม.

03 มี.ค. 2558

"นายกฯ" ทดลองขับบิ๊กไบค์ ที่นศ.อาชีวะมาตั้งบูธออกมางาน ทำเนียบฯ "รัฐ-คสช."ตั้งกก.4 ชุดเร่งรัดงาน"ครม.-ขรก."

 

          วันที่ 3 มี.ค.58  ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบนัฐบาลล่าสุดในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เยี่ยมชมศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา ที่มีการเปิดจุดให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ และซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าหน้าตึกบัญชาการ 1 ในระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคมนี้ พร้อมระบุว่า ให้เน้นบริการผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก และขอให้ช่วยกันทำประโยชน์ให้สังคม 

 
          พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขับขี่รถจักรยายนต์ที่มีการนำมาเข้ารับบริการจากหน้าตึกบัญชาการ 1 วนขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่จะกลับมาที่ตึกบัญชาการ 1 เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก
 
 
"รัฐ-คสช."ตั้งกก.4 ชุดเร่งรัดงาน"ครม.-ขรก."


         แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 4 ชุด เพื่อขับเคลื่อนและเร่งรัดงานตามนโยบาย ได้แก่ 1.คณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาล มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน 2.คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ คสช. มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน 3.คณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และ 4.คณะผู้ประสานงานบูรณาการการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล (ระดับกระทรวง) หรือ ปขก. จำนวน 38 คน มีตัวแทนจากทุกกระทรวงและหน่วยงาน เพื่อเชื่อมโยงการทำงานกับคณะกรรมการขับเคลื่อนชุดอื่นๆ ให้เชื่อมโยงขับเคลื่อนงานของรัฐบาลและ คสช.ให้เป็นระบบ
    
         “ทุกชุดจะเป็นการเร่งรัดงานตามลำดับชั้นจากระดับสูงจนถึงระดับล่าง เพราะขณะนี้การเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนของค่าใช้จ่ายภาครัฐ ในโครงการที่ต้องจัดซื้อจัดจ้างมีความล่าช้าอย่างมาก ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ดังนั้น จึงกำหนดให้ทุกหน่วยงานมีการลงนามจัดซื้อจัดจ้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้” แหล่งข่าวระบุ
    
         แหล่งข่าววิเคราะห์ว่า สาเหตุที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า เนื่องจากข้าราชการไม่กล้าที่จะลงนามอนุมัติโครงการเพื่อจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ 1.เคยชินกับการผูกขาดการอนุมัติให้รายเดิมๆ ที่เป็นเครือข่ายของตัวเอง 2.เมื่อเกิดภาวะที่ 1 แล้ว ก็กลัวว่าเมื่ออนุมัติไปแล้วจะถูกตรวจสอบและดำเนินคดีในภายหลัง จึงทำให้เกิดภาวะของการที่ข้าราชการทำงานแบบถนอมตัว หรือ เพลย์เซฟ หรือทำงานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพ้นยุคของ คสช. ซึ่งรัฐบาลและ คสช.หวังว่า การติดตามงานในทุกระดับจะช่วยให้งานทุกอย่างเดินไปข้างหน้าได้ตามที่ตั้งใจไว้


คลังรับระบบเบิกจ่ายขรก.ล่าช้า
    
         ด้านนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ทางสปริงนิวส์ กรณีโพลล์ระบุว่ากระทรวงการคลังไม่มีผลงาน เเละผลโพลล์ส่วนมากต้องการให้ปรับ ครม. ว่า ไม่รู้สึกว่าเป็นการโยนบาป ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่าน คนที่ประเมินก็ต่างจิตต่างใจ งานที่ตนดูเเลก็ทำเต็มที่ ทั้งนี้ ประเทศไทยพึ่งการส่งออกเยอะมากเกินไป และเมื่อเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ก็ต้องกระทบการส่งออก เศรษฐกิจไม่ดี ไม่ฟื้น ชาวบ้านก็บ่น  ตนก็เห็นใจ มนุษย์มีทั้งสายตาสั้น สายตายาว แต่ตนมีหน้าที่ต้องชี้แจงเเละมองภาพรวม ย้ำว่าเศรษฐกิจเอเซียดีกว่ายุโรป ทางยุโรปจีดีพียังติดลบ
    
         นายสมหมาย กล่าวอีกว่า ยอมรับอย่างเดียว ตามที่นายกรัฐมนตรีมีบัญชาเมื่อสองวันก่อน ซึ่งจะมีการเสนอกันเพิ่มเติมในการประชุม ครม.ในวันที่ 4 มีนาคมนี้ ยอมรับว่าหน่วยงานที่ดำเนินงานของรัฐบาล โดยเฉพาะงบลงทุน การใช้จ่ายใหญ่ๆ ยังออกช้า เราอัดเข้าไปเต็มที่ แต่พอถึงเวลาขั้นตอนการดำเนินการ มันออกช้า ตนได้ดูทั้งผู้เกี่ยวข้อง งบประมาณ กรมบัญชีกลาง ขั้นตอนจะทำอะไร ตั้งแต่ข้อรายละเอียดโครงการเพื่อเปิดประมูล การประกวดราคา จนถึงรอบพิจารณา แล้วอนุมัติ เซ็นสัญญาสั่งซื้อสั่งจ้าง กว่าจะเบิกจ่ายได้ ขั้นตอนตรงนี้มีสูตรอยู่ชัดเจน 42 วัน ถ้าทำเร่งๆ อาจจะเหลือ 35 วัน ณ วันนี้มาเฉลี่ยๆ กันแล้วร่วม 102 วัน ในแต่ละโครงการมันติดอะไรกันนักหนา ซึ่งบางคนบอกถ้าเร่งทำกลัวจะผิดพลาด ติดคุก มันก็มีหลายสาเหตุสารพัดเรื่อง นายกฯ ก็อึดอัดมาก เเละตนก็อึดอัดมากแต่ไม่พูดเสียงดัง ซึ่งนายกฯ ก็เข้าใจ
    
         เมื่อถามว่า ปัญหาคือข้าราชการทำตามระบบเเละความเคยชิน ทำงานเเบบป้องกันสุดชีวิต เเละตอนนี้ทหารสร้างกลไกเข้าไปตรวจสอบควบคุมทุกฝีก้าวจึงเกิดความเกร็ง นายสมหมาย กล่าวว่า ตรงนี้ก็มีส่วน ถ้าประพฤติมิชอบก็ต้องโดนเล่นงาน พูดตรงๆ ถ้าคนมันชินที่จะประพฤติมิชอบ มันก็เสียเวลาที่จะต้องมานั่งคิดกลไกให้มันแนบเนียน ซึ่งตนคงเดาไม่ผิด พวกที่กลัวมันก็จะทำอะไรไม่ออก อยากจะเรียนว่า ได้พยายามถมงบประมาณเข้าไปเต็มที่ แต่ปัญหาอยู่ที่ขั้นตอนการดำเนินการ ซึ่งนายกฯ ได้สั่งใน ครม.ว่า ใครเกียร์ว่างปลดได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ
    
         เมื่อถามว่า มีกระเเสข่าวว่ากระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์มีความอืด ความหนืดค่อนข้างติดอันดับล่าช้าในสายตาประชาชนในการเเก้ปัญหา เเละมีข่าวว่าจะปรับครม.ในกระทรวงนี้เเละกระทรวงอื่นๆ ด้วย นายสมหมายกล่าวว่า "ผมเห็นใจ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านพยายามคิด พยายามทำ เวลาท่านไปทำงานท่านก็ต้องเหนื่อยมากกว่าปกติ ซึ่งกระทรวงการคลังก็มีความอืดความหนืด มากพอสมควร เเต่ข่าวปรับครม.ตอนนี้ยังไม่มีนะ"


เลื่อนครม.สัญจรเหตุนายกฯติดไปญี่ปุ่น
    
         รายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ตามกำหนดการเดิม ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จะเป็นประธานการประชุม ครม.-คสช.สัญจรครั้งแรก ระหว่างวันที่ 13-14 มีนาคม ที่สวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการประชุมนั้น ปรากฏว่า ล่าสุดกำหนดการถูกเลื่อนออกไปเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคม โดยรายงานข่าวแจ้งว่า เนื่องจากนายกฯ ติดภารกิจเดินทางไปประชุมที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 13-14 มีนาคม ซึ่งตรงกับกำหนดการประชุมครม.-คสช.พอดี


การเมืองพีคนักการเมืองปลุกต้านรธน.
    
         แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองว่า กำลังเข้าสู่ช่วงที่มีความร้อนแรง หรือ ช่วงพีคทางการเมืองอีกครั้ง อันเนื่องมาจากการเปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญที่มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมือง จนทำให้นักการเมืองบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะออกมาวิจารณ์แรงๆ และสร้างกระแสปลุกปั่นเพราะเขาเสียผลประโยชน์จากร่างรัฐธรรมนูญที่ทยอยเปิดเผยออกมา แต่รัฐบาลและ คสช.ยังเชื่อว่า การคงกฎอัยการศึกไว้จะช่วยให้ไม่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองแน่นอน แต่ความเคลื่อนไหวของนักการเมืองจะแฝงมาในรูปแบบความเดือดร้อนของประชาชน เรื่องความเป็นอยู่และเกี่ยวกับการเกษตร ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็มีการจับตาส่วนนี้อยู่  
 

............................
(หมายเหตุ ภาพ วรวิทย์ พุ่มพวง)