
ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้...ข้าวในขวดพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวนาไทย
ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้...ข้าวในขวด พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวนาไทย : คมคิดชีวิตต้องสู้
“ทำนาไม่มีวันรวย” เป็นคำเปรียบเปรยที่ได้ยินมาแต่เล็กแต่น้อย แต่สำหรับ วันเพ็ญ อุ่นใจ ที่คิดต่าง ตัดสินใจลาออกจากงานบริษัทเอกชนต่างชาติ และลงมือทำเพื่อพิสูจน์ว่า “อาชีพทำนา” ก็ “รวย” ได้ ด้วยการฟื้นวิถีชีวิตและภูมิปัญญาบรรพบุรุษไทยผ่าน “ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ ฟรีไลฟ์”
วันเพ็ญ อุ่นใจ ผู้จัดการ บริษัท ฟรีไลฟ์ ดีไซน์ จำกัด เล่าถึงแนวคิดการทำนาให้รวยว่า ที่ผ่านมาในอดีตชาวนาต่างคนต่างทำ ต่างขาย และทำแบบตามมีตามเกิด มุ่งเน้นปริมาณผลผลิตมากกว่าคุณภาพ และตกเป็นทาสนายทุน แต่ถ้าชาวนาคิดใหม่ทำใหม่รวมตัวกันให้มีความเข้มแข็งจนสามารถเป็นผู้กำหนดราคาขายข้าวได้เองเมื่อนั้น “รวย” แน่
“จ.สระบุรี เป็นแหล่งกำเนิดข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ แต่คนเข้าใจว่า ข้าวเสาไห้มาจากชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม ความจริง ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองสระบุรี แต่พอไปปลูกที่อื่น ก็เรียกกัน ข้าวเสาไห้ โดยไม่รู้ต้นกำเนิด ทำให้ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้หายไปจากตลาดมานานกว่า 50 ปี แต่ชาวนาในสระบุรีก็ยังปลูกกันอยู่ ปลูกไว้กินเอง แต่บริษัทฟรีไลฟ์ เราทำธุรกิจรับซื้อข้าวมานาน อยากมีส่วนร่วมสร้างคุณภาพชีวิตพี่น้องชาวนาบ้านเกิดของตัวเองอยู่แล้ว พอดิฉันเข้ามาช่วยตรงนี้ ก็มีการปรับแผนใหม่ว่า จะทำอย่างไรให้ข้าวขายได้ราคา เราก็พุ่งไปที่ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ เพื่อจะทำให้ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้กลับสู่ตลาดอีกครั้ง และอนุรักษ์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองอีกทางหนึ่งด้วย”
ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ แบรนด์ ฟรีไลฟ์ เปิดตัวขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน โดยสนับสนุนชาวนาในพื้นที่แบบคอนแทร็ก ฟาร์มมิ่ง เกษตรกรที่จะเข้าร่วมจะต้องปลูกข้าวตามข้อกำหนดของบริษัท นั่นคือ การปลูกข้าวเจ๊กเชยเสาไห้แบบเกษตรอินทรีย์
“เราสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ เข้าไปให้ความรู้การทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมนา การดำนา การเกี่ยวข้าวจะต้องทำอย่างไร หลักๆ คือ ห้ามเผาตอข้าว ให้ไถกลบเพื่อเป็นปุ๋ย ทำนาดำเพราะจะได้ผลผลิตดีกว่านาหว่าน ข้าวเจ๊กเชยจะปลูกได้เฉพาะนาปีคือฤดูฝนที่เป็นฤดูทำนาปกติเท่านั้น พอหลังเก็บเกี่ยว ไถกลบตอข้าว แล้วก็ปลูกถั่วเก็บถั่วได้ ต้นที่เหลือก็ไถกลบเป็นปุ๋ยได้อีก ก็ทำให้ดินสมบูรณ์ โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ศัตรูพืชก็มีกลไกของธรรมชาติเข้ามาช่วยก็ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง ผลผลิตมันก็ออกมาดี ซึ่งการทำนาเกษตรอินทรีย์มันไม่ใช่ของใหม่แต่เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยอยู่แล้ว เราก็แค่นำสิ่งที่ดีอยู่แล้วมาทำแค่นั้นเอง”
ผู้บริหารหญิงเก่งยังมองไปถึงตัวช่วยที่จะทำให้ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ แบรนด์ฟรีไลฟ์ มีมูลค่าเพิ่มด้วยตัวของมันเอง
“ดิฉันเข้าไปปรึกษากรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะรู้ว่า ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือจีไอ เป็นแบรนด์การันตีว่า จะต้องปลูกในพื้นที่จ.สระบุรีเท่านั้นนะ จะต้องมีลักษณะแบบนี้ มีคุณสมบัติแบบนี้ ถึงจะเป็นข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ เราก็มองว่า ด้วยวิธีการปลูกข้าว พื้นที่ อะไรต่างๆ เราสามารถขอใช้เครื่องหมายจีไอ ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ได้ ซึ่งกว่าจะได้มาก็ไม่ง่าย เพราะจะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ก็คุ้มค่าเพราะทำให้ชาวนาในสระบุรีหันมาปลูกข้าวเจ๊กเชยกันมากขึ้น”
วันเพ็ญ ยอมรับว่า แรกๆ คือการใช้เวลาไปกับการทำความเข้าใจกับเกษตรกร ที่จะทำให้เขาเชื่อมั่นว่า วิธีนี้จะช่วยให้เขาลืมตาอ้าปากได้ จากเกษตรกรไม่ถึง 10 ราย กับพื้นที่ปลูกข้าวไม่กี่ร้อยไร่ ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เข้าร่วมผลิต 50 ราย มีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 500 ไร่ จากพื้นที่ที่สามารถปลูกข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ 3,000 ไร่ในจ.สระบุรี
“ขณะนี้ เราส่งข้าวเสาไห้เจ๊กเชยเสาไห้ไปขายที่สหรัฐอเมริกาปีละ 50 ตัน ถ้ามีมากกว่านี้เขาก็ซื้อนะ แต่เราส่งได้แค่นั้น ล่าสุด ได้ออเดอร์จากเยอรมันจะส่งข้าวได้ปี 2559 การที่เราสามารถตีตลาดต่างประเทศได้ ไม่ใช่เพราะข้าวไทย ต่างประเทศเขาให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญามาก พอเห็นว่า ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ได้จีไอ ทำให้เขามีความเชื่อมั่นสินค้าของเรามาก ยิ่งปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ เขาก็มั่นใจว่าข้าวที่เขากินเข้าไปมีความปลอดภัยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมจากการใช้สารเคมี ตลาดในประเทศไม่ต้องพูดถึง ดีอยู่แล้ว”
วันเพ็ญ ยังบอกด้วยความภาคภูมิใจว่า ปัจจุบันฟรีไลฟ์รับซื้อจากสมาชิก โดยให้ราคาข้าวเปลือกสดตันละ 8,000 บาท ข้าวแห้งตันละ 12,000 บาท ชาวนาที่เคยปลูกข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ไม่กี่ไร่ ก็หันมาเพิ่มพื้นที่ปลูกแบบ 100% สามารถปลดหนี้สิน มีเงินเก็บ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงนับเป็นความภาคภูมิใจของเธอเช่นกัน
“ฟรีไลฟ์ เป็นพันธมิตร ทำธุรกิจแบบพี่น้องที่พึ่งพาอาศัยกัน ชาวนาอยู่ได้ ฟรีไลฟ์อยู่ได้ ตอนนี้เราก็ผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน คือ อยากให้เขาเป็นเจ้าของธุรกิจ ปลูกเองขายเองได้ และให้เขาขอใช้ตราจีไอ ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาด้วย อันนี้ฟรีไลฟ์ไม่ปิดกั้น เพราะเชื่อว่า ยิ่งมีเกษตรกรทำได้มากเท่าไร มีจีไอเพิ่มขึ้นเท่าไร ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ก็จะยิ่งเป็นที่รู้จัก เป็นที่ต้องการของตลาด ยังไงก็ขายได้ และข้าวเจ๊กเชยเสาไห้จะเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ไม่มีวันหมดไปจากแปลงนาสระบุรีอย่างแน่นอน”
ก้าวต่อไปของ "ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ ฟรีไลฟ์" วันเพ็ญ บอกว่า กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ จีไอ อาจจะได้เห็นแป้งข้าวจ้าวเจ๊กเชย หรือเส้นขนมจีน เส้นก๋วยเตี๋ยว และเส้นพาสต้าจากข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ ฟรีไลฟ์ ในเร็วๆ นี้
จากมนุษย์เงินเดือนสู่ชีวิตที่เลือกเอง
ในวันที่เลือกจะทำงานเป็น “ลูกจ้าง” ได้รับเงินเดือนหลักแสน แลกกับการทำงานหนักสร้างรายได้ให้แก่นายจ้างเดือนหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน ขณะที่พี่ชายสายเลือดเดียวกัน ร้องขอให้กลับมาช่วยกันทำธุรกิจของครอบครัว วันเพ็ญ อุ่นจันทร์ กลับปฏิเสธ จนกระทั่งวันหนึ่งพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แพทย์แผนปัจจุบันลงความเห็นว่าเธอจะมีชีวิตอยู่อีกไม่เกิน 3 เดือน วันเพ็ญจึงเลือกที่จะรักษาด้วยยาสมุนไพรแผนโบราณ และพบว่าครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ผ่านพ้นวันเวลาอันเลวร้ายมาได้ พร้อมกลับคืนสู่วิถีชีวิตดั้งเดิม พร้อมนั่งเก้าอี้ ผู้จัดการ บริษัท ฟรีไลฟ์ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ แบรนด์ฟรีไลฟ์
“พี่ชายเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ลาออกมาเพราะเขาเป็นมะเร็งปอด และใช้วิธีการรักษาด้วยยาสมุนไพรมานานกว่า 10 ปี และได้พบกับพระอาจารย์ที่เคารพนับถือท่านหนึ่งชี้ทางสว่างให้ว่า เขาควรจะทำธุรกิจเกี่ยวกับของดีบ้านเกิด ซึ่งเราเป็นคนสระบุรี ของดีบ้านเรามีอะไร โคนม กะหรี่ปั๊บ สองอันนี้เราก็ทำไม่เป็นแน่ๆ ก็มีสิ่งหนึ่งที่เราคุ้นเคยรู้จักกันดีก็คือ ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองของสระบุรี พี่ชายจึงตัดสินใจทำธุรกิจค้าข้าว ควบคู่กับการรักษาสมุนไพร และแนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานบริโภคข้าวพันธุ์นี้ เพราะข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน กระบวนการย่อยแป้งเป็นน้ำตาลจะช้ากว่าข้าวสายพันธุ์อื่นๆ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ทั้งหมด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมเบาหวาน หรือน้ำหนัก และเป็นข้าวที่กินแล้วอิ่มทน อิ่มนาน”
วันเพ็ญ บอกว่า นับตั้งแต่พี่ชายเปิดบริษัทตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2542 พี่ชายก็ชักชวนมาตลอดให้ลาออกจากงานและมาช่วยกันดูแลธุรกิจ ซึ่งเธอยอมรับว่ายังมีความไม่มั่นใจ และชีวิตยังติดความศิวิไลซ์อยู่มากจึงปฏิเสธมาโดยตลอด ได้ช่วยดูเรื่องการตลาดอยู่ห่างๆ
“ทำงานบริษัทต่างชาติเงินเดือนเป็นแสน มันก็ดูมีความมั่นคงดีนะ แต่ภาษีสังคมมันก็เยอะ จนกระทั่งป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หมอบอกไม่เกิน 3 เดือน พอบริษัทรู้ความทุ่มเทในงานที่เราทำมาทั้งหมดมันเป็นศูนย์ สุดท้ายก็ต้องลาออก กลับบ้านมาให้พี่ชายรักษาด้วยยาสมุนไพร ใช้วิถีชีวิตแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน จากผิวหนังที่มันพุพอง ใช้เวลาไม่ถึง 3 เดือน พอรักษาตัวได้ปีหนึ่งผ่านไปกลับไปตรวจก็หาเชื้อมะเร็งไม่เจอแล้ว เรียกว่านี่เป็นจุดพลิกผันครั้งใหญ่ของชีวิต เป็นลูกจ้างทำงานดีทำกำไรให้เขาเท่าไร พอเราไม่มีประโยชน์ทำงานไม่ได้เขาไม่แลเราเลย พอหายป่วยจึงได้มาช่วยพี่ชายทำธุรกิจ โดยดูแลด้านการตลาดบริษัท ฟรีไลฟ์ อย่างเต็มตัว”
บริษัท ฟรีไลฟ์ จำกัด นอกจากจะทำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายยาสมุนไพรแล้ว ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งความภาคภูมิใจ เพราะเธอต้องการให้ข้าวเจ๊กเชยนี้กลับมาเป็นที่รู้จักและนิยมบริโภคภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ก็เพื่อให้พี่น้องชาวนาบ้านเกิดมีความกินดีอยู่ดีและภาคภูมิใจในอาชีพ “ชาวนา” อย่างเต็มภาคภูมิ



