
พระสุเทพวอนอย่าโยงกปปส.เอี่ยวสงฆ์
พระสุเทพปัดตอบปมธรรมกาย ชี้ให้พระแก้ปัญหากันเอง ลั่นบวชพระไม่ได้หวังตำแหน่งใหญ่โตทางศาสนา ติงคนพูดด้วย อวิชชา วอนอย่าโยงกปปส.เอี่ยววงการสงฆ์
ที่วัดธารน้ำไหล สวนโมกขพลาราม จังหวัดสุราษฏร์ธานี วันที่ 2 มี.ค.2558 พระสุเทพ ปภากโร กล่าวถึง ปัญหาในวงการพระสงฆ์ขณะนี้ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของพระให้พระเขาจัดการกันเอง จะถูกจะผิด เป็นเรื่องที่พระจะต้องว่าไปตามกฎเกณฑ์กติกาของพระ พระราชบัญญัติของสงฆ์ ก็มีและมีกฎระเบียบกฎเกณฑ์ ที่ชัดเจนมาอยู่แล้ว อาตมาของเจริญพรว่า เรื่องนี้ญาติโยมอย่าได้กังวลมาก อย่าได้เอาเรื่องดังกล่าวมาเป็นเหตุให้เกิดความขัดเคืองใจ บาดหมางใจ ระหว่างชาวพุทธด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีผู้ออกมาเรียกร้องให้มีการคืนเงิน แก่ประชาชนที่เป็นเจ้าของเงิน เพราะเป็นการได้มาของทรัพย์ที่ไม่ควรนั้น พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า ควรจะเป็นเรื่องของทางพระดำเนินการกันเอง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ทราบว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร การจะตอบอะไรก็จะกลายเป็นประเด็นอีก จะผิดจะถูกอย่างไร ให้ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในที่นี้คือพระสงฆ์ เขาดำเนินการไปดีที่สุด
“อาตมาพูดแทน กปปส.ด้วยเลย เพราะเดี๋ยวจะมีใครมาโยง กปปส. จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของสงฆ์ เรายุ่งเกี่ยวเฉพาะเรื่องของบ้านเมือง เราต่อสู้มาเพื่อให้ประเทศไทยอยู่รอดปลอดภัย เราต่อสู้มาเพื่อที่จะหวังว่าจะได้มีการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ปฏิรูปประเทศให้ดีขึ้น ส่วนเรื่องของพระ จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย “ พระสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีพระบางรูปออกมา เรียกร้องให้ปฏิรูปวงการพระสงฆ์ และศาสนาควบคู่ไปด้วย พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า เป็นเรื่องของแต่ละท่าน ที่พูดมาก็พูดแทน กปปส.
ผู้สื่อข่างถามว่า มีบางคนออกมาโพสต์ข้อความว่า การบวชของท่านครั้งนี้ หวังถึงการเป็นพรเถระ ชั้นผู้ใหญ่ นั้น พระสุเทพ กล่าวว่า คนที่ออกมาพูด พูดด้วยอวิชา พูดด้วยความไม่รู้ และคนที่มาบวชพระ ไม่ใช่อยู่ๆจะได้เป็นพระเถระ ขึ้นมาได้ จะต้องมีกฎเกณฑ์ พระที่บวชใหม่มีพรรษาไม่ครบ 5 พรรษา ยังถือว่าเป็นพระนวก(นะ-วะ-กะ) หรือพระบวชใหม่ คนที่จะเป็นพระเถระได้ ต้องมีพรรษาสูงๆ อย่าไปกลัวว่า จะเป็นพระครู จะเป็นท่านเจ้าคุณ เรื่องแบบนี้ไม่ได้ตั้งกันง่ายๆ คณะสงฆ์ เขามีกฎเกณฑ์กติกาของเขา
“อาตมาไม่ได้บวชมาเพื่อให้ได้มีตำแหน่งในทางพระใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่อาตมาและพี่น้องเพื่อนฝูง เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ได้ทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองมาพอสมควร เวลานี้เป็นโอกาสดี ที่มารับใช้ศาสนาก็เข้ามารับใช้วัดวาอาราม ใครจะวิจารณ์ อย่างไร ให้เขาวิจารณ์ไป ไม่สะดุ้งสะเทือน ไม่ได้ตอบโต้กับใครทั้งนั้น อาตมาไม่ทำอะไรให้เสียหายต่อศาสนา ทำหน้าที่ในฐานะทีเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง “ พระสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ท่านสามารถที่จะยืนยันการลาสิกขาบทได้หรือไม่ ว่าหากหมดโครงการบรรพชาอุปสมบทถวายในหลวง พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า โครงการนี้ ตั้งใจจะทำต่อเนื่องทั้งปี และเป็นได้ว่าอยากจะทำทุกปี ตลอดไป เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี และทำเพื่อถวายในหลวง การทำความดีถวายพระองค์ท่านฉบับชาวพุทธ ดีที่สุดคือการปฏิบัติธรรม ต้องการฟื้นฟูประเพณีการบวช เพราะในปัจจุบันคนไทยไม่นิยมการบวชเหมือนในอดีต เราพยายามฟื้นฟูในเรื่องนี้ เราจึงได้จัดตั้งกองทุนเพื่อการบรรพชา ส่วนการลาสิกขาบทเป็นคนละเรื่องกัน และแล้วแต่เหตุ แล้วแต่ปัจจัย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลก มีเหตุ มีปัจจัย อาตมาก็ต้องพิจารณาตามเหตุตามปัจจัยว่าจะบวชได้นานเท่าไหร่ จะลาสิกขาบทเมื่อไหร่นั้น เวลานี้ยังไม่คิด ขอทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ



