ข่าว

ผบ.ทบ.ฉุนถูกซักเรื่อง"กษิต"ยันทหารไม่ยุ่งการเมือง

ผบ.ทบ.ฉุนถูกซักเรื่อง"กษิต"ยันทหารไม่ยุ่งการเมือง

12 ก.ค. 2552

"อภิสิทธิ์" ยันไม่มีทหารกดดันให้ตั้งข้อหา "กษิต" ยันทหารให้ความร่วมมือปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลอย่างดี ชี้จะคุยกับ "กษิต" หลังกลับจากนิวซีแลนด์ พอใจผลการลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ย้ำในที่ประชุมสัมมนาปชป.ยังมีพวกปัดแข้งปัดขาการทำงาน

 (12ก.ค.)  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศไม่พอใจกระแสข่าวว่ามีทหารจำนวนหนึ่งพยายามบีบให้ลาออกจากตำแหน่งว่า เข้าใจว่าเป็นรายงานข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีทหารแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนายกษิต ซึ่งเมื่อนายกษิตเดินทางกลับจากปฏิบัติภารกิจที่ประเทศนิวซีแลนด์ ก็จะได้พูดคุยกัน

 เมื่อถามถึงกรณีที่นายกษิตระบุว่ามีคนจำนวนไม่มากที่ต้องการให้ออกจากตำแหน่งแต่มีคนอีกนับแสนอยากให้อยู่ในตำแหน่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้ระมัดระวัง   เพราะจริงๆแล้ว ตนก็ได้อธิบายการตัดสินใจของตน และนายกษิตก็อธิบายการตัดสินใจของตัวเองได้ จึงไม่มีอะไรต้องวิตกกังวล และในช่วงนี้ก็มีงานสำคัญรออยู่ ก็ขอให้นายกษิตมุ่งทำตรงนั้นไป

 เมื่อถามว่ามีทหารเข้ามากดดันรัฐบาลเพื่อให้ตั้งข้อกล่าวหานายกษิตเพื่อให้ออกจากตำแหน่งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี และเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีนี้อยู่ก็ต้องชี้แจง หากมีใครมาแทรกแซงคงไม่ได้ หากมีหลักฐานว่ามีใครแทรกแซงก็ขอให้แจ้งมา เพื่อจะได้แก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ทหารก็ยังให้ความร่วมมือปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลดี

 เมื่อถามว่ารัฐบาลยังอยู่ภายใต้การครอบงำของทหารหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ แสดงท่าทีไม่พอใจ พร้อมถามกลับมายังผู้สื่อข่าวว่า “ เรื่องไหนละครับๆ ” จากนั้นกล่าวต่อว่า   ตนอ่านในหนังสือพิมพ์แบบเร็วๆ ว่านายกษิต ถูกสอบถามเรื่องรายงานข่าวว่าทหารแสดงความคิดเห็น นายกษิตก็ถามว่าเป็นใครเท่านั้นเอง ซึ่งหลังจากนายกษิตเดินทางกลับมาประเทศไทย ก็คงจะได้พูดคุยกัน และก่อนการประชุมอาเซียนก็คงได้พูดกันยาวหน่อย

พอใจผลการลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์
 
 นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ว่า โดยรวมก็พึงพอใจที่ได้ไปติดตามงานในส่วนของแผบปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งประชาชนก็มีความตื่นตัวที่จะให้งานเหล่านี้เกิดขึ้น เมื่อถามว่ากระแสตอบรับเป็นกระแสจัดตั้งในพื้นที่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนที่ได้เดินทางไปจะเห็นเองว่าปฏิกิริยาของคนทั่วไปเป็นอย่างไร

ผบ.ทบ.ฉุนถูกซักเรื่อง"กษิต"ยันทหารไม่ยุ่งการเมือง

 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “เรื่องนี้ อย่ามาถามผม ผมไม่มีความเห็น"  เมื่อถามว่า จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกองทัพ ในแง่ที่ว่า ทหารเข้าไปยุ่งกับการเมือง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ขอให้ฟังให้ชัด ๆ ผมไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง พวกหนังสือพิมพ์เป็นคนเขียน ก็ให้ไปถามกันเองก็แล้วกัน ผมไม่เกี่ยว“

 ด้าน พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาค 1 กล่าวว่า ทหารไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ที่ผ่านมาเขาเองไม่เคยได้ยินกระแสข่าวที่เกิดขึ้น และคนในกองทัพเองก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมทั้งที่ผ่านมา พล.อ.อนุพงษ์เอง ก็ไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ไม่รู้ว่า ที่นายกษิต พูดนั้น หมายถึงใคร เพราะเราก็ไม่ได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ การจะพูดหรือวิจารณ์อะไรนั้นอาจจะไม่เหมาะสม

อภิสิทธิ์ย้ำในที่ประชุมสัมมนาปชป.ยังมีพวกปัดแข้งปัดขา

 โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ เมื่อเวลา 09.30 น.นายอภิสิทธิ์ ได้เป็นประธานเปิดงานสัมมนา ให้ความรู้และการส่งเสริมกการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรค โดยกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสได้ทำหน้าที่บริหารประเทศมา 6 เดือนเศษ บางคนลืมไปแล้วว่าเราเริ่มต้นมาจากภาวะที่บ้านเมืองสับสนยุ่งเหยิงมาก ตอนนั้นประเทศไม่มีทางออก เกิดปัญหารุมเร้าทางด้านเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การส่งออกติดลบ และในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2551 มีปัญหาในเรื่องการเมืองเข้ามาด้วย แต่เมื่อเราเข้ามาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล ก็พยายามทำให้ประเทศเกิดความมั่นคง มีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ยัง ไม่สำเร็จลุล่วง เพราะมีคนบางกลุ่มยืนยันที่จะเคลื่อนไหวต่อไป โดยมีเป้าหมายขัดขวางไม่ให้รัฐบาลทำงานได้ โดยเฉพาะการจัดงานสำคัญ โดยเฉพาะการประชุมอาเชียน ซึ่งคนกลุ่มนี้มีเป้าหมายต้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และเป้าหมายที่ตัวอดีตนายกรัฐมนตรี

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าวจึงยังไม่สามารถทำให้ประเทศเกิดความเรียบร้อยทั้ง 100% ได้ ทั้งที่เหตุการณ์พัทยา และเหตุการณ์ช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลก็พยายามใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ทำให้เกิดความเรียบร้อย โดยไม่ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งตนได้ชี้แจงกับต่างประเทศเมื่อได้มีโอกาสเดินทางไปเยือน โดยยืนยันว่าจะยึดนโยบายนี้ในการแก้ไขปัญหา  

 อย่างไรก็ตามในวันที่ 16 ก.ค.นี้ คณะกรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รัฐสภาตั้งขึ้นจะรายงานให้ทราบว่าควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร   ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการหาทางออกให้ประเทศทางหนึ่ง แต่ตนเชื่อว่าไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร ก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังคงไม่พอใจ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ บางกลุ่มบอกว่ามาเรียกร้องประชาธิปไตย แต่วิธีการเรียกร้องกลับไม่เป็นประชาธิปไตย เช่นการขัดขวางการลงพื้นที่ ซึ่งตงนี้ต่างประเทศเข้าใจดี แต่คนกลุ่มนี้พยายามทำให้เห็นว่าต้องการขัดขวางการทำงานของรัฐบาล เป็นการชี้ให้เห็นว่ากลัวรัฐบาลลงไปชี้แจงต่อประชาชน เพราะถ้าไม่กลัว จะขัดขวางทำไม ตนยืนยันว่าจะเดินทางไปทุกพื้นที่ จากภาคอีสาน ก็จะไปภาคเหนือ   ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ ที่เพิ่งไปมา ก็มีประชาชนมาต้อนรับเป็นพันเป็นหมื่น ได้มีการพูดคุยทักทาย ปราศรัยใกล้ชิดตามสมควร โดยไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น ทุกอย่างเรียบร้อยดี และทุกๆที่ ที่ตนลงไป ก็ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน

 “ในเรื่องความสมานฉันท์ในพรรค ที่ต้องมีความสมานฉันท์ก่อน โดยในพรรคที่ต้องทำให้เกิดความสมานฉันท์กันก่อน เพราะถ้าทำให้เกิดขึ้นในพรรคไม่ได้ แล้วจะไปทำให้ในภายนอกสมานฉันได้อย่างไร ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลถูกโจมตีในเรื่องของการกู้เงินว่าเป็นการสร้างภาระหนี้ให้กับประชาชน จาก 3 หมื่นบาทต่อหัวเป็น 5 หมื่นบาทนั้น ขอเรียนว่า การกู้เงินครั้งนี้เป็นการลงทุนครั้งมหาศาล ของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาแทบไม่มีเลย โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า หากจะว่าไป สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลมีความคืบหน้ามากกว่ารัฐบาลใดๆ แต่ตอนนี้เราถูกโจมตีว่าทำให้ประเทศเป็นหนี้ ทั้งๆที่เราได้มีการกู้ยืมในประเทศเป็นหลัก โดยตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.นี้ เราจะมีคนสูงอายุไปจองพันธบัตรกันมากมาย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่จะทำให้ไทยเข้มแข็งได้ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการกู้เงินครั้งนี้จะทำให้เกิดหนี้ภาครัฐ และหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นก็จริง แต่ในยามที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ คนที่ต้องเข้าไปลงทุนคือรัฐบาล ตนสงสัยว่าทำไมสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ออก พ.ร.ก.กู้เงิน รวดเดียว 7 แสนกว่าล้านบาท กลับไม่พูดกัน ซึ่งตนคิดว่าถ้าเราช่วยกันติดตามการใช้จ่ายเงินในโครงการไทยเข้มแข็ง ก็จะเป็นการช่วยกันทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ และจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทำให้ประเทศสามารถแข็งขันได้ จึงอยากให้สาขาของพรรคช่วยอธิบาย และทำความเข้าใจให้กับประชาชนทราบในสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการอยู่ ซึ่งในทุก 3 เดือนสถานการณ์เศรษฐกิจจะค่อยๆดีขึ้น

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในการทำงานของสาขาพรรค โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ก.- ส.ข. ก็ต้องเตรียมให้พร้อม และมีตารางการเลือกตั้งอยู่แล้ว ส่วน ส.ส. สาขาพรรคก็ต้องช่วยกันดูแล ให้ ส.ส.ของท่านลงพื้นที่ให้มากที่สุด เพราะในระบบรัฐสภา การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ จึงอยากให้สาขาพรรคศึกษาเรื่องของกฎหมายและระเบียบของ กกต.ให้เข้าใจ บางที่อาจดูยุ่งยากบ้าง แต่ก็ต้องยอม ตนเป็นหัวหน้าพรรค ยังต้องใช้เวลาเซ็นเอกสารบางครั้งถึง 4 ชั่วโมง ล่าสุดที่ไปเวียดนามก็ใช้เวลาที่อยู่บนเครื่องบิน 2 ชั่วโมง เซ็นเอกสาร ถ้าไม่ทำก็อาจเป็นการฝ่าฝืน ผิดกฎหมาย ขอให้อย่าเบื่อ และต้องมีความอดทน เพราะเรื่องของกฎหมายไม่มีทางเลี่ยงเป็นอย่างอื่น เมื่อพรรคจัดกิจกรรมก็ต้องมีรายละเอียดของค่าใช้จ่ายไปแสดงต่อ กกต. โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์แทบจะเป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีสาขาพรรคครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุด ถือว่าเรามีปัญหาหนักสุดในเรื่องนี้ แต่ถ้าประเด็นใดมีปัญหามากจริงๆก็ให้เสนอมายังตน จะได้นำไปหารือกับ กกต.ต่อไป

 นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 ว่า เรื่องของไข้หวัดที่กำลังระบาดอยู่ ปัญหาเกิดจากเป็นเชื้อใหม่ ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน เมื่อติดเชื้อแล้วบางคนไม่มีอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ ไม่เหมือนไข้หวัดนก   หรือโรคซาร์ ซึ่งวันนี้ไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 นี้ เป็นโรคที่ติดต่อโดยคนสู่คน และแพร่ระบาดไปกว่า 130 ประเทศแล้ว ของเรามีผู้ติดเชื้อแล้ว 3 พันกว่าคน ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อแล้ว 3 หมื่นกว่าคน และความจริงมากกกว่านั้น เพียงแต่ในต่างประเทศเขาไม่ตรวจในห้องแล็ป แต่ได้ให้การรักษาเลย ซึ่งอยากให้ประเทศไทยตื่นตัวอย่างประเทศอื่นด้วยในการเข้าถึงผู้ป่วย ทั้งนี้ตนคาดว่า ในที่สุดทั่วโลกจะมีคนติดเชื้อเป็นแสนและล้านคน   ดังนั้นจึงอยากให้มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องในเรื่องดูแลสุขภาพ เช่นการล้างมือ และการใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่ชุมชน