ข่าว

เด็กหัวใจพิการต้องเร่งรักษา

เด็กหัวใจพิการต้องเร่งรักษา

03 มี.ค. 2558

ไลฟ์สไตล์ : เด็กหัวใจพิการต้องเร่งรักษา

 
                            ค่าเฉลี่ยเด็กแรกเกิดในประเทศไทยพบว่าทุก 1,000 คน จะเจ็บป่วยด้วย "โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด"  6-8 คน นับว่าสูงเมื่อคิดคำนวณถึงจำนวนการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์หนึ่งในกลไกในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต คงดีไม่น้อยหากสามารถป้องกันและมีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กให้ห่างไกลความเสี่ยงจากแพทย์เฉพาะทาง เหตุนี้สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ. เด็ก) กรมการแพทย์ จึงได้ยกระดับศูนย์ความเลิศด้านหัวใจพิการแต่กำเนิด เพื่อดูแลรักษาเด็กไทย และพร้อมก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาการ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ด้านหัวใจพิการในเด็กระดับอาเซียน
 
                            ผศ.นพ.วรการ พรหมพันธุ์ ผู้ชำนาญการด้านกุมารเวชกรรม รพ.เด็ก ให้ข้อมูลว่า ศูนย์ความเป็นเลิศด้านหัวใจพิการในเด็ก มีความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านการดูแลและรักษาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดได้ถึง 1,300 - 1,400 คนต่อปี ในจำนวนนี้มากกว่า 700 - 800 ราย จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดและสวนหัวใจ โดยผู้ป่วยทั้งหมดจำเป็นต้องได้รับการรักษาซ้ำหรือเพิ่มเติมเป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอกปีละ 11,200 - 15,000 ครั้ง และผู้ป่วยในเฉลี่ยสูงถึง 1,600 - 1,800 ครั้ง ซึ่งสถาบันสุขภาพเด็กฯ นับว่าเป็นสถาบันหลักในการให้การรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดทั้งด้านการผ่าตัดการสวนหัวใจและการรักษาด้วยยา ปัจจุบันสามารถให้การผ่าตัดหัวใจปีละ 500 รายและให้การสวนหัวใจปีละ 450 ราย โดยจะเป็นการสวนหัวใจเพื่อการรักษาปีละ 250 ราย 
 
                            เพื่อเป็นการยกระดับสู่ความเป็นหนึ่งด้านโรคหัวใจพิการในเด็กในอาเซียน ล่าสุด สถาบันฯ ได้เข้าร่วมประชุมนานาชาติเกี่ยวกับโรคหัวใจพิการในเด็กครั้งที่ 5 ที่ กรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม โดยมีแพทย์จากประเทศต่างๆ กว่า 400 คนเข้าร่วมชมการถ่ายทอดสดสาธิตเปลี่ยนลิ้นหัวใจและปิดรูรั่วในหัวใจด้วยสายสวนผ่านดาวเทียมจากห้องสวนหัวใจไฮบริด ศูนย์โรคหัวใจเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ภายใต้การดำเนินการสาธิตโดยทีมคณะแพทย์ ได้แก่ นพ.ธนะรัตน์ ลยางกูร หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจเด็ก ผศ.นพ.วรการ พรหมพันธุ์ และ พญ.พิมพ์ภัค ประชาศิลป์ชัย ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากคณะกรรมการจัดการประชุม ตลอดจนผู้เข้าร่วมประชุมถึงความเป็นมืออาชีพของทีมศูนย์โรคหัวใจ ที่พร้อมเป็นหนึ่งหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจเด็กในระดับอาเซียน
 
                            “อาการเพียงเล็กน้อย เช่น หอบ เหนื่อย ดูดนมได้น้อย ดูดแล้วต้องพัก น้ำหนักขึ้นช้า ตัวเล็ก เลี้ยงไม่โต หรือมีอาการเขียวร่วมด้วย โดยเฉพาะเวลาร้องอาจเห็นว่าเขียวคล้ำทั้งตัว เห็นชัดบริเวณหน้า ปาก มือ เท้า รายที่รุนแรงมากแม้เวลาอยู่เฉยๆ ก็เขียว ก็นับเป็นจุดเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ ควรรีบนำเด็กเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที” พญ.พิมพ์ภัค แนะวิธีสังเกตลูกหลาน  
 
                            ทั้งนี้ สถาบันสุขภาพเด็กฯ สามารถให้บริการด้านหัวใจพิการแต่กำเนิด แต่ยังไม่เพียงพอต่อการรองรับของจำนวนเด็กป่วยที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ทั้งการเพิ่มเติมหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ ตลอดจนครุภัณฑ์ทางการแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ จึงเชิญชวนผู้มีเมตตาจิตร่วมกันสร้างอนาคตของชาติ ด้วยการร่วมสมทบทุนในการจัดหาครุภัณฑ์การแพทย์ และพัฒนาบุคลากรให้พร้อมในการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยสามารถร่วมบริจาคเงินได้โดยสั่งจ่ายเช็คในนามมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ แจ้งรหัสบริจาคมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก  www.childrenhospital.go.th (ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้) หรือสอบถามโทร. 1415