
มีสิทธิ์!ไขก๊อกตาม'ทิชา'
02 มี.ค. 2558
'อนุพงษ์' ชี้ซ้ำรอย 'ทิชา' ไขก๊อกเป็นไปได้ วอนอย่าจุดชนวนแตกแยก ไม่ขัด 'มาร์ค' ขอให้เป็นพยานสลายเสื้อแดง ยกบทสรุป รธน.ให้ คกก.ยกร่างชี้ขาด
2 มี.ค. 58 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นางทิชา ณ นคร ประกาศลาออกจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการส่งสัญญาณบางอย่างหรือไม่ ว่า มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าคนไทยจะเอาจุดนี้เป็นข้อขัดแย้งกันอีก แบบนี้ไม่เห็นด้วย
"ท่านใดที่ไปแล้วคิดว่า มันไม่ตรงกับแนวคิด หรือบริบทของตัวเอง มันเป็นไปได้ แต่ถ้าจะนำมาจุดให้บ้านเมืองแตกแยก ผมไม่เห็นด้วย มันเกิดขึ้นได้ สามสี่ห้าคนก็เกิดขึ้นได้ ผมไม่ถือว่าจะต้องแตกแยก หรือพังกันไป ประเทศชาติต้องอยู่ และเดินต่อได้ ผมคิดอย่างนั้น"
ไม่ขัด 'มาร์ค' ขอให้เป็นพยานสลายเสื้อแดง
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องแล้วขอให้เป็นพยานในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ในปี 2553 ว่า มันขอกันได้ด้วยหรือ เอาเป็นว่า ถ้าฝ่ายที่เกี่ยวข้องเชิญมา ก็พร้อมที่จะไปเป็นพยาน เพราะเคยอยู่ในเหตุการณ์
ชี้มวลชน 2 ฝ่ายเห็นต่างได้
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งที่ผ่านมา เกิดจากกลุ่มการเมือง 2 พรรคใหญ่ที่มีมวลชนในพื้นที่ ว่า ถ้าเราจะต้องติดอยู่กับพรรค และมวลชนทั้ง 2 กลุ่ม แล้วคนทั้งชาติต้องเดือดร้อน 'ไม่เห็นด้วย' ไม่ว่าจะอ้างโดยหลักการอะไรก็ตาม ประเทศชาติต้องสงบเรียบร้อย ประชาชนต้องได้รับสิ่งที่ดี ถ้าใครมาถืออำนาจ ต้องไม่โกงกิน ถือว่าสิ่งเหล่านี้คือหน้าที่ที่มันควรจะเป็น เอาประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้ง
"ถ้าคนสองฝ่ายตีกัน ขัดกัน แล้วคุณยกประเด็นขึ้นมาได้นี่ ผมไม่เห็นด้วย ต้องอยู่ในความสงบเรียบร้อย เห็นต่างได้ แต่ต้องมีทางออก แล้วผลกระทบทางการลงทุนเศรษฐกิจต้องไม่มี นึกถึงหลักความจริง เมื่อเห็นไม่ตรงกัน มันอาจออกมาในจุดกึ่งกลางก็เป็นได้ แต่ให้ทุกคนยอมรับ"
ยกบทสรุป รธน.ให้ คกก.ยกร่างชี้ขาด
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่กำลังจะเกิดขึ้น ว่า การคัดค้านคงจะลำบาก ถ้าเป็นข้อยุติของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ แจ้งให้ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบ ก็ถือว่า เดินไปตามเส้นทางของพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เขาวางเอาไว้ ส่วนจะแจ้งให้ คสช.ทราบอย่างไรนั้น คงต้องไปถามนายกรัฐมนตรี
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรีคนนอก รวมถึง ส.ส. และ ส.ว. จะเกิดการก่อหวอด กลายเป็นความขัดแย้งหรือไม่นั้น "เป็นอะไรก็ได้ แต่ขอให้คนไทย ได้มีความสงบเรียบร้อย ฟังกันด้วยเหตุและผล ถึงจะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันบ้าง ก็ขอให้อยู่บนฐานของเหตุผล ถ้าจะเอาตามแบบของตัวเอง มันก็คงไม่จบสิ้น มีความขัดแย้ง จะออกทางไหนก็แล้วแต่ ผมอยากให้จบที่ว่าสังคมต้องยอมรับ เห็นต่างขัดแย้งกันได้ แต่อย่าให้ถึงขนาดลุกลามจนเกิดความรุนแรง"
เมื่อถามว่า จะต้องมีการทำประชามติเพื่อทำให้สังคมยอมรับ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า อย่าถามไปยาวขนาดนั้นเลย เพราะเขามีฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณาอยู่แล้ว ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาว่า จะทำหรือไม่ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คสช.และรัฐบาล ก็ต้องพยายามดูแลบ้านเมืองให้เรียบร้อย ตามโรดแม็พ และสนับสนุนสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รวมถึง กมธ.ยกร่างฯ เพื่อให้เกิดความสำเร็จ สังเกตได้จากกรณีสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 เป็นตัวอย่าง ท่านนายกฯ ก็ยึดประเทศชาติเป็นหลัก ขัดแย้งกัน ก็ไปทบทวน อะไรที่ดีที่สุดต่อประเทศชาติก็ทำ ขณะนี้ คสช.ก็ทำอยู่ คงไม่ใช้คำว่า น่ากังวล เพราะเป็นหน้าที่
เมื่อถามอีกว่า หากเกิดความขัดแย้งขึ้น คสช.จะมีการระดมความคิดเห็นจากหลายฝ่ายเพื่อแก้ปัญหาหรือไม่ ที่ปรึกษา คสช.ปฏิเสธว่า "มันลึกไปหน่อย เกินที่ผมจะตอบ ผมคงไม่ตอบ จะให้ตอบยังไง"



