ข่าว

'บ้านแสนรักษ์'ต้นแบบเกษตรอินทรีย์

'บ้านแสนรักษ์'ต้นแบบเกษตรอินทรีย์

02 มี.ค. 2558

สสส.หนุนเกษตรอินทรีย์ ?สร้าง “บ้านแสนรักษ์” เพิ่มอัตราประชากรบริโภคผักผลไม้ สร้างรายได้เกษตรกร 3 แสนบาทต่อสัปดาห์ นครปฐมนำร่องพื้นที่ต้นแบบเกษตรอินทรีย์

           ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางยุทธศาสตร์ส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้และอาหารปลอดภัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยในงาน สานสัมพันธ์ ก้าวต่อไปของเกษตรอินทรีย์ “บ้านแสนรักษ์” ณ อาคารสามพรานภิรมย์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม ว่า การบริโภคผักผลไม้ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก แนะนำคือ วันละไม่ควรน้อยกว่า 400 กรัม ซึ่งปัจจุบันคนไทยยังบริโภคไม่ได้ตามเกณฑ์ดังกล่าว

            การบริโภคผักผลไม้น้อย ถือเป็นสาเหตุของภาวะโรคอันดับต้นๆ ก่อให้เกิดการสูญเสียทางสุขภาพ ส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง เป็นต้น โดยแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ ได้ตั้งเป้าหมายในปี 2558-2560 ให้ประชากรไทยหันมาบริโภคผัก ผลไม้ และสร้าง?ค่านิยมให้เกิด?การปลูกผักผลไม้ในระบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อลดการใช้สารเคมีและทำให้ประชาชนได้บริโภคผักที่ปลอดภัยมากขึ้น?

            ภก.สงกรานต์ กล่าวว่า ?โครงการเกษตรอินทรีย์ “บ้านแสนรักษ์” ซึ่งมี จ.นครปฐม เป็นพื้นที่นำร่อง และ?ทำโครงการ “การจัดการแหล่งผลิตผักผลไม้สู่การบริโภคที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน” เป็นปีที่ 2 เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจร จากแหล่งผลิตสู่การสร้างตลาด โดยมีผู้ประกอบการรายใหญ่ร่วมสนับสนุนรับซื้อทั้ง ภัตตาคารเอ็มเคสุกี้ ร้านสุขภาพเลมอนฟาร์มทุกสาขา ร้านบ้านผักปลายสวน ร้านรักษ์ธรรมชาติ และร้านสวนใจรัก ?ทำให้เกษตรกรสมาชิกมีรายได้กว่า 3 แสนบาทต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ เกษตรอินทรีย์ “บ้านแสนรักษ์” ถือเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้ความรู้และสนับสนุนสมาชิก ตามพันธกิจหลักคือ 1.ชักจูงและขยายพื้นที่การสร้างเครือข่ายเกษตรกรทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ 2.ส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้ อุปกรณ์และปัจจัยการผลิต จนถึงการขอรับรองมาตรฐานทั้งในระดับประเทศและระดับสากล 3.เชื่อมโยงช่องทางการตลาด สร้างกลไกราคาที่เป็นธรรม 4.รณรงค์การบริโภคผักผลไม้? และ 5.สร้างความร่วมมือภาครัฐและท้องถิ่น เพื่อรองรับการขยายตลาดในอนาคต

            “การ?เข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย ?จะเป็นประโยชน์ทั้งกับเกษตรกร และผู้บริโภค โดย?เกษตรกรในพื้นที่ จ.นครปฐม ถือว่ามีความมั่นคง ทั้งด้านสุขภาพ และรายได้ ? สำหรับเป้าหมายในอนาคต เป็นเรื่องของการเชื่อมโยงผู้ประกอบการอาหาร ผู้แทนจำหน่ายผักผลไม้รายใหญ่ของประเทศให้หันมาใช้วัตถุดิบ และค้าขายผักผลไม้ที่ผลิตด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้น เพิ่มช่องทางการจำหน่ายและแหล่งจำหน่ายให้กระจายไปทั่วถึง เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งน่าจะเป็นต้นแบบที่ดีในการขยายผลต่อไปในพื้นที่อื่นๆ” ภก.สงกรานต์ กล่าว

            ด้าน นางจุฑามาศ อยู่สำราญ เกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์ส่งให้แก่ภัตตาคารเอ็มเคสุกี้ กล่าวว่า จากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกเกษตรอินทรีย์ “บ้านแสนรักษ์” จนถึงปัจจุบัน ช่วงต้นอาจต้องใช้เวลาปรับตัวเปลี่ยนพฤติกรรม ?และสิ่งที่เกษตรกรกังวลที่สุดคือ ช่องทางการจำหน่าย เพราะไม่มั่นใจกับตลาดที่จะมารองรับ แต่ผักอินทรีย์ เช่น ผักกวางตุ้ง ผักบุ้งจีน ผักป่วยเล้ง ผักขึ้นฉ่าย ที่เข้าร่วมโครงการ ?มีการรับประกันราคา ทำให้เกษตรกรมั่นใจที่จะเดินหน้าปลูกผักอินทรีย์อย่างต่อเนื่องและเร่งขอรับรองมาตรฐานแปลงปลูกในระดับประเทศ และระดับสากล นับว่าเป็นการบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

            ทั้งนี้ ????เกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่สนใจ ปลูกผักผลไม้อินทรีย์คุณภาพดีมีตลาดรองรับแบบมืออาชีพ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.baansanrak-organics.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณพิมพ์พนิต จันทร์โอทาน หัวหน้า เกษตรอินทรีย์ “บ้านแสนรักษ์” เบอร์โทรศัพท์/โทรสาร 0-3432-1131 หรือ 08-1626-5628 และ 08-1 648-6307