
เปิดเว็บไซต์โครงการไทยเข้มแข็งเดินหน้าตรวจสอบ
สบน.เรียกทุกหน่วยงานทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติใช้เงินในโครงการไทยเข้มแข็ง สั่งคีย์ข้อมูลเข้าเว็บไซต์ภายใน 1 สัปดาห์ก่อนเดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างและเบิกเงินงวดแรกสิงหาคมนี้ ขู่ใช้เงินไม่เป็นไปตามแผน ระงับจ่ายเงินงวดต่อไป พร้อมตัดวงเงินคืนเข้าคลัง พร้อมห้ามโยกไ
นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ระเบียบใหม่ของสำนักนายกรัฐมนตรีที่จะนำมาใช้กับโครงการไทยเข้มแข็งตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 วงเงิน 1.56 ล้านล้านบาทโดยเฉพาะนั้น เป็นการเพิ่มเติมเพื่อให้การกำกับดูแลการใช้เงินงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ ที่สำคัญจะมีการระบุไว้ชัดเจนว่าหากโครงการใดไม่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลา หรือเกิดปัญหาโครงการเดินต่อไปไม่ได้ ก็จะตัดวงเงินที่เหลือเพื่อส่งคืนเข้าบัญชีไทยเข้มแข็งทันที ห้ามไม่ให้เปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปใช้ในโครงการอื่น หรือเสนอโครงการอื่นเพิ่มเข้ามา เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเทงบในหน่วยงาน
ที่ผ่านมารัฐบาลอนุมัติโครงการลงทุนไปแล้ว 1.06 ล้านล้านบาท ซึ่งสามารถเริ่มดำเนินการในส่วนนี้ก่อนได้ โดยในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ จะเรียกหน่วยงานที่มีโครงการใช้เงินไทยเข้มแข็งเข้ามาชี้แจงแนวทางการปฏิบัติ โดยจะให้ทุกหน่วยงานใส่ข้อมูลลงในเว็บไซต์ที่เกิดขึ้นมาโดยเฉพาะ และคาดว่าบุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาดูข้อมูลและติดตามความคืบหน้าของโครงการได้ภายในปลายเดือนกรกฎาคมนี้
"คาดว่าแต่ละหน่วยงานจะลงข้อมูลโครงการเข้ามาในเว็บไซต์ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นก็จะเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และหาผู้ประมูลโครงการ หากไม่ติดปัญหาอะไรเงินงวดแรกจะออกไปประมาณเดือนสิงหาคมหรือกันยายนนี้ ส่วนการจัดซื้อจัดจ้าง ทางกรมบัญชีกลางจะเสนอ ครม.ในสัปดาห์หน้า ให้ใช้วิธีการประมูลแบบปกติแทนการใช้ระบบอี-ออกชั่น เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าและความไม่โปร่งใส" นายจักรกฤศฎิ์กล่าวและว่า ขณะนี้มีโครงการที่พร้อมจะเริ่มใช้เงิน 7-8 แสนล้านบาทแล้ว
ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางจะยึดหลักเดียวกับเงินงบประมาณโดยจะทยอยจ่ายตามความคืบหน้าของโครงการที่จะมีกำหนดเวลาชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ อีกทั้งทุกหน่วยงานต้องรายงานข้อมูลเข้าระบบหากไม่ปฏิบัติตามก็จะสั่งระงับเงินงวดที่เหลือทันที ส่วนโครงการที่เกิดปัญหาก็จะมีคณะกรรมการติดตามความคืบหน้าโครงการเข้าไปตรวจสอบ หากเห็นว่ายังเดินหน้าต่อไปได้ก็จะยืดหยุ่นขยายเวลาออกไปให้ตามระเบียบสำนักนายกฯ เช่น เกิดเหตุน้ำท่วมทำให้ก่อสร้างไม่ได้เป็นต้น แต่หากดูแล้วว่าเดินหน้าได้ยาก เช่น ผู้รับเหมาทิ้งงานก็จะระงับโครงการนั้นทันที โดยหน่วยงานนั้นๆ ต้องไปฟ้องร้องกับภาคเอกชนต่อไป



