
มติปปช.แจ้งข้อกล่าวหามาร์ค-สุทเพสั่งสลายม็อบปี53
01 มี.ค. 2558
"ปธ.ป.ป.ช." เผย เตรียมส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา "อภิสิทธิ์-สุเทพ" สลายการชุมนุมปี53" เผย 3 มี.ค.นี้ ที่ประชุมจะรับรองมติองค์คณะไต่สวน ปม "ถอดถอนอดีต 250 ส.ส.
วันที่ 1 มี.ค.58 นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กรณีสั่งการใช้กำลังทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือนเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 10 เมษายน - 19 พฤษภาคม 2553 ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาอยู่ หากได้รับการพิจารณาจากนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนเรื่องดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ทาง ป.ป.ช.คงสามารถส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาไปให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้รับทราบและมาแก้ข้อกล่าวหาต่อไป
นายปานเทพ กล่าวว่า เมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วก็ต้องมารับทราบข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช.ภายใน 15 วัน โดยจะมาด้วยตัวเอง หรือมอบอำนาจก็ได้ และหลังจากนั้นต้องมาแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาอาจจะขอให้สืบพยาน หรือให้ ป.ป.ช.ขอเอกสารประกอบเพิ่มได้ อย่างไรก็ตาม การมารับทราบข้อกล่าวหานั้นหากผู้ถูกกล่าวหาเดินทางมาด้วยตัวเองได้ก็จะดีกว่า จะได้สะดวกหากต้องการให้ถ้อยคำ หรือแก้ข้อกล่าวหาเอง
ส่วนเรื่องการขอสืบพยานนั้นก็แล้วแต่ว่าจะอ้างใครบ้าง กี่คน เพราะทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็ต้องมาพิจารณาว่าพยานที่ขอมานั้นเกี่ยวข้องกับคดีอย่างไรหรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ลักษณะคดีทุกคดีที่ ป.ป.ช.ได้พิจารณามาโดยดูว่าพยานที่อ้างมานั้นเกี่ยวข้องกับประเด็นคดีที่กำลังไต่สวนหรือไม่ หากเกี่ยวข้องในการไต่สวนก็อนุญาต
ส่วนเรื่องการขอสืบพยานนั้นก็แล้วแต่ว่าจะอ้างใครบ้าง กี่คน เพราะทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็ต้องมาพิจารณาว่าพยานที่ขอมานั้นเกี่ยวข้องกับคดีอย่างไรหรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ลักษณะคดีทุกคดีที่ ป.ป.ช.ได้พิจารณามาโดยดูว่าพยานที่อ้างมานั้นเกี่ยวข้องกับประเด็นคดีที่กำลังไต่สวนหรือไม่ หากเกี่ยวข้องในการไต่สวนก็อนุญาต
3มีค.‘ปปช.’จ่อรับรองมติองค์คณะไต่สวน‘ปมถอน250ส.ส.’
นายปานเทพ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป.ป.ช.ในฐานะองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีร้องให้ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกจากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 270เนื่องจากมีพฤติกรรมส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมลงชื่อเสนอและพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่) พ.ศ. ... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 111มาตรา 112 มาตรา 115 มาตรา 116วรรคสอง มาตรา 117 มาตรา 118 มาตรา120 และมาตรา 241 วรรคหนึ่ง และยกเลิกมาตรา 113 และมาตรา 114 ) เกี่ยวกับที่มาของวุฒิสมาชิก ได้มีมติไปเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมาไปแล้วว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 250 ราย มีมูลความผิดฐานส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 291(1) วรรคหนึ่ง นั้น ว่า ในการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ในวันอังคารที่ 3 มี.ค.นี้ จะมีการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยันมติขององค์คณะไต่สวนซึ่งเป็นไปตามหลักการพิจารณาคดีของป.ป.ช. ซึ่งเชื่อว่าที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.คงพิจารณายืนตามมติขององค์คณะ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ และเมื่อคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติแล้วก็จะได้ส่งสำนวนดังกล่าว พร้อมพยานหลักฐานเอกสารตามพื้นฐานความผิดในประเด็นการสลับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกลุ่มส.ส.ที่ได้ลงคะแนนในวาระต่างๆตามฐานความผิดที่ป.ป.ช.ไต่สวนมาให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ดำเนินการพิจารณาถอดถอนตามกฎหมายต่อไป



