ข่าว

'ทิชา'ลาออกจากสปช.-กมธ.ยกร่างรธน.

'ทิชา'ลาออกจากสปช.-กมธ.ยกร่างรธน.

28 ก.พ. 2558

'ทิชา'ลาออกจากสปช.-กมธ.ยกร่างรธน. โพสต์เฟซบุ๊กยันตัดสินใจดี-ชอบแล้ว โพสต์อีก4เดือนเต็มเพียงพอแล้วสำหรับภาวะปลาผิดน้ำ 'บวรศักดิ์'ปลื้มยกร่างรธน.ผ่าน 119 มาตรา

             ที่รร.ฮอลิเดย์ อินน์พัทยา  เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 28 ก.พ.2558 รายงานข่าวจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แจ้งว่า นางทิชา ณ นคร กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้แสดงเจตจำนงเป็นจดหมายเขียนด้วยลายมือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และเผยแพร่ในกลุ่ม Line กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้รับทราบโดยทั่วไป

             สำหรับรายละเอียดของจดหมายที่เขียนด้วยลายมือดังกล่าว ระบุว่า “ขอแจ้งการลาออก จากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จากกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ข้าพเจ้า นางทิชา ณ นครสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติลำดับที่ 091 และหนึ่งในสามสิบหกคนในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ “ขอลาออกจากตำแหน่งทั้งสอง คือ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2558” ลงชื่อ ทิชา ณ นคร สมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

             ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนางทิชาผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและเหตุผลแต่นางทิชาไม่รับโทรศัพท์ ขณะที่เฟซบุ๊กบ้านกาญจนาภิเษก กรมพินิจ ซึ่งเป็นของนางทิชา ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน บ้านกาญจนาภิเษก พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่คาดว่าจะสอดคล้องกับการแจ้งเจตจำนงลาออก จำนวน 3 ครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. คือเวลา 11.23 น. มีการโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพที่ถ่ายคู่กับ นางถวิลวดี บุรีกุล กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า “27-2-58 ขอโทษเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ ป้าไม่ได้ปรึกษาใคร และป้าก็ไม่ได้ฟังคำทัดทานของใคร” ลงชื่อ “ป้ามล : คนไท” ต่อมาเวลา 11.42 น. ระบุว่า “ 27-2-58 : ตัดสินใจแล้ว ดีแล้ว ชอบแล้ว” ลงชื่อ ป้ามล : คนไท” พร้อมมีรูปภาพที่เขียนข้อความว่า “ทุกการ...ตัดสินใจ ผูกพันกับชีวิต กับสังคม กับประเทศ ทิชา ณ นคร” และเมื่อเวลา 00.18 น. ระบุว่า “28-2-58 : พัทยา งานสุดท้ายในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และกลับไปเป็นป้ามล” ลงชื่อ ป้ามล : คนไทย

             ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งนี้ได้ทราบข่าวเมื่อช่วงดึกของวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่นางทิชาได้เดินทางกลับไปกทม. เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 27 ก.พ.แล้ว จึงยังไม่มีการสอบถามเหตุผล หรือระบุยับยั้ง ขณะที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญหลายคนพยายามโทรศัพท์และส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่น Line แต่นางทิชาไม่ได้รับสายหรือตอบข้อความกลับแต่อย่างใด

 

โพสต์อีก4เดือนเต็มเพียงพอแล้วสำหรับภาวะปลาผิดน้ำ

             เมื่อเวลา 11.20 น.ของวันนี้ นางทิชาได้โพสต์เฟซบุ๊กบ้านกาญจนาภิเษก กรมพินิจ ระบุว่า : ถึงเวลาที่ต้องหมดเวลากับบางภารกิจ !!!    เบื้องต้นไม่ได้คิดจะสมัคร สปช. แต่ผู้ใหญ่ที่เคารพที่สุดขอมาและหาเจ้าหน้าที่มาช่วยดำเนินการด้านเอกสารจนเกือบสมบูรณ์    ยกเว้น “วิสัยทัศน์” ที่เจ้าหน้าที่ผู้ทำงานเอกสารไม่สะดวกใจจะเขียนให้ ...ทิชาก็เขียนเร็ว ๆ ไม่กี่บรรทัด   ทราบว่าผ่าน 7000 กว่าคนเข้าไป...และต้องไปรายงานตัวด้วยตนเอง   นาทีนั้น...หาปริญญาบัตรไม่เจอ จนวันสุดท้ายบ่ายแล้ว จึงตั้งใจจะไม่ไปรายงานตัว

             นักข่าวสภาฯ โทรศัพท์มาถามว่า...เหลือป้าคนเดียวแล้วนะ (จาก 250 คน อีก 1 คน แจ้งแล้วว่าอยู่ต่างประเทศ) ที่ยังไม่มารายงานตัว   เมื่อทราบเหตุผล นักข่าวก็ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่สภาฯ ให้ สรุปว่า ส่งเอกสารภายหลังได้   ในวันแสดงวิสัยทัศน์ในสภาฯ เพื่อไปเป็นคณะฯ ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยการโหวตลับ...   วันนั้นป้าต้องไปขึ้นศาลตามหมายเพื่อแถลงในฐานะผอ.ที่ปฎิเสธการให้ยาบางตัวแก่เยาวชนตามคำสั่งแพทย์และศาล  ทุกทุเลมากกว่าจะฝ่าด่านจราจรจราจลมาให้ทันเวลาแสดงวิสัยทัศน์  

             ในที่สุด...ผ่านโหวตในลำดับที่ 12 จาก สปช. 20 คน  หลังจากนั้นก็ทราบว่าเงินเดือนจากภารกิจนี้เยอะมาก ... สำหรับป้า !!!  จึงตัดสินใจ...หาที่บริจาคเงินบางส่วน ( 40 % ทุกเดือน ) ออกไป

             4 เดือนเต็มเพียงพอแล้วสำหรับ ... ภาวะปลาผิดน้ำ ขอบคุณและขอโทษทุกคนนะคะ ป้ามล : คนไท


'บวรศักดิ์'ปลื้มยกร่างรธน.ผ่าน 119มาตรารวมล่าสุด310มาตรา
.
             ทั้งนี้เมื่อเวลา 09.50 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ วาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เป็นวันที่ยี่สิบหก โดยก่อนเข้าสู่วารพิจารณาร่างรายมาตราที่คงค้าง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงว่า การประชุมยกร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จำนวน 6 วันได้พิจารณาร่างรายมาตราไปแล้วทั้งสิ้น 119 มาตรา และยังมีประเด็นที่ยังรอการพิจารณาจำนวน 4 ประเด็น คือ เรื่องการถอดถอนโดยกระบวนการภาคประชาชน, สัดส่วนชายหญิง, กรรมการปฏิรูปประเทศ และประเด็นปฏิรูปสาธารณสุข และเมื่อรวมบทบัญญัติที่พิจารณามาทั้งหมด 310 มาตรา แต่ยังไม่นับรวมมาตราที่อยู่ในบทเฉพาะกาล ทั้งนี้ขอนัดปรชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งต่อไป คือ วันที่ 5 มีนาคม โดยจะนำรายละเอียดของบทเฉพาะกาลมาพิจารณา

             ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในการประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งตารางเวลาทำงานที่ปรับใหม่ คือ วันที่ 9 มี.ค. – 31 มี.ค. จะเป็นการทบทวนร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาพร้อมพิจารณาเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะพิจารณาและทบทวนประเด็นที่จำเป็น, วันที่ 3 เม.ย. เป็นวันกำหนดที่ร่างรัฐธรรมนูญต้องแล้วเสร็จทั้งหมด, ช่วงวันที่ 4 เม.ย. – 16 เม.ย. จะเป็นช่วงการนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปรับฟังความเห็นของประชาชน เบื้องต้นได้กำหนดไว้ 4 จังหวัด คือ จ.เชียงใหม่ ที่จะจัดขึ้นเป็นเวทีแรก ในวันที่ 4 เม.ย. ,จ.ขอนแก่น, จ.นครศรีธรรมราช และกทม. จากนั้นวันที่ 17 เม.ย. จะส่งร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณา และได้กำหนดเวลาพิจารณาไว้แล้ว คือ วันที่ 20 -22 เม.ย. และวันที่ 24 – 26 เม.ย.จะเป็นการรับฟังความเห็นของสปช. และวันที่ 26 เม.ย. จะเป็นวันเริ่มนับการยื่นคำขอแปรญัตติของสปช. ทั้งนี้ในวันดังกล่าวกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะส่งร่างรัฐธรรมนูญไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้พิจารณาทำขอคำแปรญัตติ โดยจะครบกำหนดส่งคำแปรญัตติวันที่ 25 พ.ค.

.................................................

(หมายเหตุ : ที่มาของภาพ www.youtube.com)