
'บิ๊กตู่'เล็งตั้งก.ก.สงฆ์เพิ่มช่วยงานมส.
'บิ๊กตู่'เล็งตั้งก.ก.สงฆ์เพิ่มช่วยงานมส. ขอทุกฝ่ายร่วมหาทางออกอย่าก่อม็อบขัดแย้ง เล็งตั้ง'super board'การศึกษาดูแลร.ร.กวดวิชา
27ก.พ.2558พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า ในเรื่องของเรื่องศาสนานั้น ในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ตนได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ไปศึกษาทำความเข้าใจกับประเด็นของปัญหา แล้วใครที่เกี่ยวข้อง
"ผมไม่อยากเรียกว่าคู่ขัดแย้ง เพราะเป็นเรื่องของศาสนา เรื่องใดที่เป็นการกระทำผิดข้อกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องระบบการเงิน การคลัง หรืออะไรก็แล้วแต่ นี่ก็เป็นเรื่องของรัฐนะครับ จะต้องดำเนินการ ในส่วนของทางอะไร ทางศาสนา เรื่องของพระ เรืองของอะไรต่างๆ ก็อาจจะต้องตั้งคณะกรรมการ ฝ่ายสงฆ์มาช่วยดูแล ตอนนี้กำลังคิดอยู่นะครับ ก็จะได้ช่วยการทำงานของคณะสงฆ์เดิมที่มีอยู่แล้ว ให้มีประสิทธิภาพ ได้รับความเชื่อถือ เป็นสิ่งสำคัญนะครับ เพราะเป็นศาสนาของประเทศ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า
ปัจจุบันมีคดีความต่างๆ ที่รัฐดำเนินการอยู่แล้วนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ศาสนจักรเหล่านี้ ก็คงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ทั้งสองฝ่ายดูแลไปพร้อมๆ กันด้วยนะครับ ก็อย่าไปก้าวก่ายซึ่งกัน และกันให้มากนักนะ ก็ทำให้เกิดความโปร่งใสขึ้น คิดว่าทางฝ่ายคณะสงฆ์ก็ต้องยอมรับนะครับ แล้วก็ฝ่ายประชาชน ก็ต้องยอมรับในการพูดคุยหารือกันในเรื่องนี้นะครับ ก็มีองค์กรกำกับดูแลอยู่แล้ว
“ประเทศชาติก็มีอยู่หลายเรื่องนะครับ ที่สำคัญ ที่ผมต้องรีบดำเนินการ ก็ขอความร่วมมือทุกพวกทุกฝ่ายนะครับ ช่วยกันขจัดความขัดแย้งให้ได้ พูดจาหารือหาทางออกกัน ใครผิดก็ว่าไปนะครับ อย่าใช้กระแส อย่าใช้การชุมนุม อย่าใช้อะไรมาทำให้เกิดความวุ่นวายอีกก็แล้วกัน นะครับ ขอร้อง ขอร้องจริงๆ”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เล็งตั้งsuper boardการศึกษา
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติถึงเรื่องการขับเคลื่อนคณะกรรมการต่างๆ ของ คสช. และรัฐบาลที่ดำเนินการควบคู่กันไปนั้นว่า มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อให้เป็นไปตาม Roadmap โดยการดำเนินงานต่างๆ นั้นจะผ่านคณะกรรมการต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นทั้งรัฐบาลและ คสช. ในด้านสังคมนั้นก็ได้แก่ นโยบายการพัฒนาระบบการศึกษาซึ่งวันนี้ตนก็กำลังจะตั้ง Super Board การศึกษาขึ้นมาอีกคณะหนึ่งนะครับ ตนก็จะเป็นผู้ขับเคลื่อนให้ก็จะไปร่วมกับของกระทรวงศึกษา ซึ่งมีคณะกรรมการปฏิรูปของเขาอยู่แล้ว มันจะได้ตรงกันซะทีนะแล้วก็ได้รวดเร็วขึ้น ทันอก ทันใจ ในปีนี้ก่อน
ดูแลร.ร.กวดวิชา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงผลการดำเนินการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ซึ่งอันนี้เป็นการขยายโอกาสลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาก็เน้นให้กับโรงเรียนในเมืองและในชนบท ที่มีปัญหาเรื่องครู ที่มีจำนวนน้อย บางโรงเรียนมีครูน้อยมาก แล้วก็ต้องสอนหลายวิชาเลยเหล่านี้ ถ้าเราสามารถเอามาใช้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์ เราจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มาประกอบการศึกษาให้ได้ ระยะแรก ใช้ดาวเทียม ต่อไป ปรับว่าจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในเรื่องอื่นอย่างไร
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนั้นแล้ว สพฐ. ได้คัดเลือกครูเก่งๆ ที่ได้รับความนิยมในการสอนต่างๆเหล่านั้นมาบันทึกเทปเป็นการการสอนเสริมให้ด้วย ใน 5 วิชา เพื่อเตรียมสอบ O-net มีการออกอากาศผ่าน TV ดาวเทียม ช่อง DLTV 14 และนำเทปลงในเว็บไซต์ สามารถดูซ้ำได้ เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ห่างไกล อันนี้ก็ขอความร่วมมือด้วย ครูที่เก่งๆ ที่สอนข้างนอกอยู่ อะไรอยู่ ช่วยมาเป็นวิทยากรให้หน่อยนะค ระยะนี้ อาสาสมัครมาได้เลยนะ ที่มูลนิธิสอนทางไกลผ่านดาวเทียม เราจะได้ช่วยโรงเรียนที่ห่างไกล ขนาดเล็ก ขาดแคลนครูได้อีกทางหนึ่ง จะได้ทัดเทียมกัน อย่างไรก็ดีตนเห็นว่าบางอย่างยังคงจำเป็นต้องได้รับการการปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนให้ทันสมัย, การบริหารจัดการให้ประสานสอดคล้องกันในทุกระดับ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
“ในเรื่องของโรงเรียนกวดวิชา ก็ต้องค่อยๆ ดูกันต่อไป อย่าคิดว่าผมไปอะไรล่ะ ไปบังคับขู่เข็น เก็บภาษีอะไรต่างๆ ผมต้องการจะรวบรวมให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นนะครับ แล้วก็ให้เกิดความเป็นธรรม ไม่ได้ไปหวงห้ามอะไรต่างๆ ใครเรียนได้ก็เรียน แต่ต้องมีกติกา กันบ้างนะครับ ในเรื่องของการสอบ O-net / A-net ต่างๆเหล่านี้ก็ดำเนินการไปก่อนนะครับ เดี๋ยวเขาจะมีการปรับยังไงก็ว่ากันมา อย่าเพิ่งไปทะเลาะเบาะแว้งกันในเรื่องพวกนี้เลย ทุกคนก็มุ่งหวังให้มันดีทั้งนั้นแหละ เพียงแต่ว่ามันพร้อมหรือยัง เป็นประโยชน์กับเราหรือยัง เพราะว่าประเทศไทย ผมบอกแล้ว ทุกอย่างมันไม่เหมือนใครเขาเลย ความคิด ความอ่าน พื้นฐานก็ไม่เหมือนเขา แต่น่าจะเอามาใช้ได้บ้าง”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ระบุการร่างรธน.คสช.ตัดสินใจขั้นสุดท้าย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงเรื่องความก้าวหน้าในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) ว่า”ก็เกือบจะได้ข้อยุติ ก็เดือนกันยายน ต้องมากันอีกที ผ่าน กสช. ครม. คสช. อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็อาจจะต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชนเพิ่มเติมอะไรทำนองนี้ แต่ทุกอย่าง คสช. เป็นผู้ตัดสินใจ ว่ามันจะเดินยังไง รัฐบาลหน้าจะต้องเป็นยังไง แต่ทั้งนี้เราก็จะไม่ออกนอกกรอบของประชาธิปไตยจนเกินไป แต่ทุกคนต้องเข้าใจว่า มันเป็นสถานการณ์ไม่ปรกติ นะ ถ้าทุกคนเรียกร้องประชาธิปไตย แล้วทุกอย่างกลับมาแบบเก่า มันทุกอย่างก็แบบเก่าหมด แล้วจะทำทำไม มันก็ต้องยอมรับกันบ้าง”
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปปิดกั้นใครอยู่แล้วนะ กฎหมายก็คือกฎหมาย ผิดก็คือผิด เพราะงั้น เนื้อหาอะไรที่เขาทำขณะนี้ ก็มีเรื่องสถายันพระมหากษัตริย์นะภาคที่ 1 และประชาชน ใช่ไหมครับ อันที่2 ภาคที่ 2 ว่าด้วยผู้นำการเมืองที่ดี สถาบันการเมือง และระบบผู้แทนที่ดี ภาคที่ 3 ว่าด้วยเรื่องของหลักนิติธรรม ระบบศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และในส่วนสุดท้าย ภาค 4 จะเป็นเรื่องของการกำหนดแนวทางในการปฏิรูปประเทศ การสร้างความปรองดอง และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ซึ่งปัจจุบันนั้นก็คณะกรรมาธิการ ก็รายงานว่าเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว กำลังพิจารณาเนื้อหารายมาตรา เหลือส่วนสำคัญในภาค 2 เกี่ยวกับผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี และเนื้อหาส่วนอื่นอีกเล็กน้อยนะครับ เมื่อเสร็จแล้ว ก็ สปช., ครม. และ คสช. ต้องดูอีกครั้ง ถ้ามีอะไรแก้ไข ก็ต้องส่งกลับไปอีกไปให้ คณะกรรมาธิการ แก้ไข ตามที่เห็นสมควร แล้วก็เสนอ สปช. ให้เห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง ทั้งฉบับ แล้ว คสช. หรือรัฐบาลก็ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นลำดับต่อไปอันนี้เป็นขั้นตอนที่มันมีอยู่ตั้งหลายขั้นตอนนะ เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งไปเดือดร้อนมากนักนะ ทุกคนก็ต้องยอมรับว่าเอ๊ะ ที่ผ่านมามันมีปัญหาอะไร ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องตรงไหน อะไรที่ทำแล้ว ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ก็ต้องแก้ไขซิ ถ้าคิดว่าตัวเองหรือใครจะเข้ามาแก้ปัญหาของเราก็ต้องแก้ไข ไม่ใช่ต้านทั้งหมด แล้วจะกลับไปแบบเก่า ย้อนไปโน่น ไปนี่ ผมว่าวันนี้มันต้องทำเพื่อวันนี้ และเพื่ออนาคต



