ข่าว

ทหารบุกค้นบ่อนเตาปูนอาวุธอุปกรณ์เพียบ

ทหารบุกค้นบ่อนเตาปูนอาวุธอุปกรณ์เพียบ

27 ก.พ. 2558

ทหารบุกค้นบ่อนเตาปูนอาวุธอุปกรณ์เพียบ

             เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ. และพ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ รองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ พ.ต.ท.มนตรี โตสมจิตต์ รอง ผกก.ป. สน.เตาปูน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการคณะกรรมการพิเศษจาก พล.ม.2 รอ. จำนวนกว่า 50 นาย และเจ้าหน้าเทศกิจเขตบางซื่อ ร่วมกันเข้าตรวจค้นบ่อนเตาปูน ภายในชุมชนตรอกข้าวสาร ถนนเตชะวนิช แขวงและเขตบางซื่อ กทม. โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

             ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนตรอกข้าวสาร มีประชาชนพักอาศัยอยู่ล้อมรอบบ่อนเตาปูน เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังกันเข้าตรวจค้น พบประตูชั้นแรกเป็นประตูบ้านของประชาชน เมื่อเปิดเข้าไปพบประตูชั้นที่2 เป็นประตูเหล็กมีแม่กุญแจล็อคกยู่ ไม่สามารถเปิดเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่จึงใช้ค้อนปอนด์ทุบและใช้คีมตัดแม่กุญแจเข้าไปภายใน เมื่อเข้าไปถึงพบห้องหลายห้องมีทั้งที่ปิดตายไม่ถูกใช้งาน และบางห้องที่มีการเปิดเครื่องปรับอาการไว้ ซึ่งจากการตรวจค้นบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ของบ่อนดังกล่าวพบของกลางเป็นจำนวนมาก ดังนี้ อาวุธปืนสั้น 8 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุน สำรับไพ่ ลูกเต๋า โต๊ะคาบาร่า ตู้เซฟ 3 ใบ ตู้ม้า 1 ตู้ บัญชีค่าใช้จ่าย อุปกรณ์การตรวจอาวุธ บัญชีรายชื่อคนห้ามเข้าบ่อน โพยบอล อาวุธปืนสั้นพร้อมเครื่องกระสุน กัญชา เศษไอซ์ พร้อมอุปกรณ์การเสพ โดยเจ้าหน้าที่ยังคงตรวจค้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าตรวจค้นบริเวณชั้น 3 ของบ่อนดังกล่าว

             พ.อ.บุรินทร์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนไปยัง คสช. จึงประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อนนำกำลังเข้าตรวจสอบบ่อนดังกล่าวในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังพบอาคารข้างบ่อนเก่า พบประตูเหล็กเมื่อทุบเข้าไป พบว่าภายในห้องดังกล่าวมีอุปกรณ์ สำหรับการเล่นการพนัน สำรับไพ่ ลูกเต๋า จำนวนมาก เมื่อทหารปีนกำแพงดูบริเวณชั้น2 มีห้องพร้อมอุปกรณ์การเล่น วางเล่นอยู่บนโต๊ะ โดยตอนแรกที่เข้าไปพบมีมวลชนกั้นอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งทำให้พบกับห้องโล่งกว้าง เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีทุบกำแพงจากอีกฝั่งจึงพบห้องดักงล่าว ซึ่งเป็นที่เก็บอุปกรณ์การเล่นไพ่จำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังทำการค้นหาหลักฐานอย่างต่อเนื่อง

             รายงานข่าวแจ้งว่าระหว่างการเข้าตรวจค้นมีประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในชุมชน ออกมาต่อต้านเจ้าหน้าที่ พร้อมตะโกนบอกเจ้าว่าบ่อนแห่งนี้ปิดมานานแล้วค้นไปก็ไม่เจออะไร และต่อว่าเจ้าหน้าที่ว่าการตรวจค้นครั้งนี้ทำให้ เด็กและคนแก่ตกใจ นอกจากนี้ยังมาทำลายข้าวของ บ้านเรือน ของประชาชน พร้อมทั้งทวงถามว่าค่าเสียหายในครั้งนี้ใครจะรับผิดชอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าเจรจากับประชาชนเข้าใจทำให้ประชาชนยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี

 

“ประวิตร”ชี้ไม่จำเป็นต้องกวดขันตำรวจปราบบ่อน

              พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการจับกุมบ่อนการพนันหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร ว่า เรื่องนี้ตำรวจได้ดำเนินการอยู่ รวมถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วย บางที่อาจจะเป็นบ่อนวิ่ง ซึ่งตนกำชับว่าอะไรที่มันผิดกฎหมายก็อย่าไปทำ แม้ตนจะไม่ได้ลงไปดูด้วยตนเอง ถ้ามีเรื่องผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็ต้องไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องมีการกวดขันการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจแต่อย่างใด แต่ยังคงมีบางพื้นที่ซึ่ง ผบ.ตร.ได้เร่งรัดตลอดเวลา และตนได้ให้นโยบายไปแล้ว แต่ตนจะไม่ลงไปดูในรายละเอียด เพียงแต่คุมนโยบายแต่จะให้ตำรวจดำเนินการกันเอง

 

ผบ.ตร.แจงทหารมีอำนาจเต็มที่ไม่ได้ขัดแย้งผบช.น.

             พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้ข้าราชการตำรวจสังกัดบช.น.ระดับผกก.-รองผบช.จำนวน 231 นาย โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมกับกล่าวถึงกรณีบ่อนเตาปูนว่า มีคนมาร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วทำไมเพิ่งมีการไปตรวจสอบนั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า กรณีที่ทหารร่วมกับตำรวจได้เข้าไปจับกุมบ่อนเตาปูนเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งผ่านมา 4 ครั้ง ก็จับไม่ได้ ก่อนที่มาร้องเรียน ได้มีการดำเนินการตรวจสอบมา ถ้าพบการกระทำความผิดก็จะเข้าไปดำเนินการ โดยสิ่งที่ทหารทำ เป็นเรื่องที่ทหารสามารใช้กฎหมายพิเศษ ตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก การเข้าไปตรวจสอบยามวิกาล หรือทำลายสิ่งกีดกั้น ตำรวจต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นตำรวจต้องทำงานร่วมกับทหาร โดยขอให้ทหารเป็นแนวหน้า ผู้ปฏิบัติระดับล่างอาจจะไม่ได้รับทราบ เพราะอยู่ในชั้นความลับ เพื่อให้การตรวจสอบบรรลุเป้าหมาย

             พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า กรณีทหารที่เข้าไปตรวจค้นจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่ต่างๆ ทำให้ตำรวจถูกดูแคลนจากหน่วยงานอื่นๆ ที่สามารถรับแจ้งเหตุโดยเฉพาะทหาร เพราะประชาชนเกิดความไม่เชื่อใจตำรวจ เพราะเชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นแล้วได้รับประโยชน์ เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขปฏิรูปโครงสร้างของตำรวจเองก่อน แต่ถ้ามีการปฏิรูปตำรวจเกิดขึ้น ก็ต้องถ้าทำให้ดีขึ้นให้ได้รับความศรัทธาและการยอมรับ โดยจะต้องดำเนินตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล โดยเรื่องแรกที่ให้ความสำคัญคือเรื่องการปราบปรามอบายมุขผิดกฎหมายบ่อนการพนัน

             พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีการจับกุมหลายท้องที่เกิดขึ้น เป็นเหตุที่ทำให้ผู้บังคับบัญชาออกคำสั่งให้ผู้บังคับการ รองผบก. ผกก. 5 เสือ ถูกไปช่วยราชการ ในเนื้อแท้การทำงานทราบดีว่า ตำรวจมีส่วนร่วมและช่วยในกำงานร่วมกับทหาร แต่เราไม่สามารถออกหน้าหรือทำหน้าที่เป็นตัวหลักได้ เพราะปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการใช้กฎหมายพิเศษตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก ทหารมีอำนาจเต็มในการจะรื้อ จะพัง จะทำลาย ไม่ผิด แต่ตำรวจทำไม่ได้ ต้องมีการขออนุมัติหมายจับใช้ในเวลากลางวัน อะไรที่มีความสลับซับซ้อนในการจับกุมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยง ถ้าตนหรือผบช.น.สั่งว่าให้จับให้ได้ไม่เช่นนั้นผมจะย้ายคุณ ผิดพลาดขึ้นมาก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณ จะมีเสียงสะท้อนว่านายเอาแต่สั่ง แต่ไม่รับผิดชอบ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องรับผิดชอบไปขึ้นศาล เราจึงจำเป็นต้องอาศัยอำนาจของทหารในการรับผิดชอบ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหลัก ตำรวจจะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน

             “กรณีมีการจับบ่อนการพนันหลายครั้ง เมื่อสักครู่ผมได้ตรวจดูบันทึกจับกุมที่เกิดขึ้นก็มีการ่วมมือในบันทึกจับกุมเขียนไว้ชัดเจน ฝ่ายทหารและตำรวจมีการร่วมมือและสนับสนุนกัน แต่ทหารมีกฎหมายพิเศษทำประโยชน์ขึ้น แต่ตำรวจปฏิเสธไม่ได้ เมื่อมีการจับกุมเกิดขึ้น ตำรวจปฏิเสธไม่ได้ และผมได้คุยกับผบช.น.ยืนยันว่า ท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอบายมุขผิดกฎหมาย หรือบ่อนการพนัน บางครั้งมีเสียงเล็ดรอดออกไปว่า ผมกับผบช.น.ขัดแย้งกัน แล้วผมจะไปมีปัญหาอะไร ผบช.น.ก็ไม่ได้มีปัญหากับผม ผมเองไม่ได้มีปัญหากับพวกท่าน เพียงแต่ว่า จะให้ท่านรู้เวลานี้เป็นเวลาอะไร ควรทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน โดยที่ผมไม่จำเป็นต้องสอนพวกท่าน เพราะพวกท่านเป็นถึงพ.ต.อ.แล้ว อนาคตอาจจะมีใครที่นั่งอยู่ตรงนี้มาเป็นผบ.ตร.ก็เป็นได้ ผมจึงอยากให้พวกท่านไตร่ตรองและคิดให้ดีว่า ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ผมไม่อยากทำเวลาที่ถึงเวลาเกิดเรื่องแล้ว ต้องมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการหรือย้ายท่าน เพราะคงไม่มีความสุขถ้าต้องกระทำกับผู้ใต้บังคับบัญชา หรือน้องๆ ที่เคยเห็นหน้ากัน ออกคำสั่ง เพราะเป็นความจำเป็นกดดันเวลาเกิดสิ่งที่ไม่ดี เหมือนกับประชาชนหรือสื่อเวลามีสิ่งที่ไม่ดีหรือสิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้น ตำรวจมักจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย เพราะอะไร” ผบ.ตร. กล่าว

             พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ตนได้รับรายงานจากผบช.น.ว่า ทุกครั้งในการจับกุมบ่อนการพนันได้มีการประสานงานกันระหว่างทหารและตำรวจ อย่างกรณีบ่อนเตาปูนได้มีทหารได้เข้าไปบุกจับเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ทหารโทรคุยกับผบช.น. ต่อหน้าของตนเอง ก็จึงถามว่าผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร ก็บอกว่า ได้ข่าวมาว่ามีการลักลอบเล่นการพนันจึงได้เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งได้ตรวจสอบบ่อนเตาปูนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้ว แต่ไม่เคยได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าก่อนหน้านี้ 4 ครั้ง ไม่เคยบอกว่าเข้าไปตรวจสอบร่วมกับทหารมาก่อนหน้านี้ ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นการทำงานร่วมกัน ถึงแม้ว่าบางครั้งไม่ได้ลงมาลึกในระดับล่าง แต่ในผู้บังคับบัญชาระดับบนได้มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด หลังจากนี้ตนจะเดินทางไปพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว


ตั้งรองผบช.น.รักษาราชการแทนผบกน.2และผบก.น.4


             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 108/2558 ลงวันที่26ก.พ.58 สั่งการให้ พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล2(ผบก.น.2)และพล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล4(ผบก.น.4) ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย ตั้งแต่วันที่27ก.พ.58เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

             ทั้งนี้ได้มอบหมายให้พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) ไปรักษาราชการแทนผบก.น.2 และพล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น. ไปรักษาราชการแทนผบก.น.4