
เกมรับดับปืนใหญ่ - ซัวเรซเกิด
28 ก.พ. 2558
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : เกมรับดับปืนใหญ่ - ซัวเรซเกิด
ผลการแข่งขันของเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 ที่โมนาโก บุกไปชนะ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ถึงถิ่นเอมิเรตส์ ด้วยสกอร์ 3-1 ถือเป็นเรื่องเหลือเชื่อเอามากๆ เพราะชื่อชั้นของผู้เล่นในฤดูกาลนี้ถือว่าเทียบกันไม่ได้ แต่เมื่อมองสถิติเรื่องเกมรับของโมนาโก ในฤดูกาลนี้ก็ถือว่าทีมเยือนยังเล่นได้ตามมาตรฐานของตัวเอง
อย่าลืมว่า โมนาโก เข้ารอบนี้มาในฐานะแชมป์กลุ่ม และจุดเด่นที่ทำให้พวกเขาได้แชมป์กลุ่มก็คือเกมรับอันเหนียวแน่น 6 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ทีมชาติฝรั่งเศสทีมนี้เสียประตูไปเพียงแค่ประตูเดียว ถือว่าเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดเทียบเท่าที่ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน เคยทำได้เมื่อฤดูกาล 1992-93
ดังนั้นเกมรับจึงเป็นสิ่งที่โมนาโก เอามาขายผลงานในฤดูกาลนี้อย่างเต็มตัว หลังจากที่ต้องปล่อย 2 นักเตะเกมรุกคนสำคัญอย่าง ราดาเมล ฟัลกัล และฮาเมส โรดริเกซ ออกจากทีมไปเมื่อต้นฤดูกาล
นอกจากนี้เกมในกลุ่ม ซี ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าทีมทีมนี้มีดีในเรื่องเกมเยือนเช่นกัน มีเกมดีๆ ที่บุกไปชนะเลเวอร์คูเซนได้ 1-0
การกลับไปถิ่นเอมิเรตส์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นเกมที่ อาร์แซน เวนเกอร์ และอาร์เซนอล หมายมั่นปั้นมือเต็มที่ว่าจะล้างตากับโมนาโกชุดนี้ให้ได้ หากใครยังจำเมื่อต้นฤดูกาลได้ โมนาโก ทีมนี้เคยบุกมาทำแสบในทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่องเอมิเรตส์ คัพ มาแล้วด้วยชัยชนะ 1-0 แต่ในคราวนั้นยังมี ราดาเมล ฟัลกัล ที่ช่วยยิงประตูชัยให้ทีมเยือนได้
จริงๆ แล้วเกมรับของโมนาโก ช่วงนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงเช่นกัน เมื่อไม่มีทั้ง ริคาร์โด คาร์วัลโญ กับ อันเดรียส เรชชี ที่เจ็บไปทั้งคู่ แต่แนวรับ 4 คนที่ได้เล่นที่เอมิเรตส์ ซึ่งมี อายเมน อับเดนนัวร์ เป็นตัวหลักยังทำหน้าที่ขของตัวเองได้ดีเอามากๆ
ไม่ใช่ว่า อาร์เซนอล จะไม่มีโอกาสในการทำประตู แต่เมื่อมีโอกาสแล้วต้องพลาดเป็นส่วนใหญ่ก็เพราะแนวรับและแดนกลางเข้ามาช่วยกันแบบเร็วจนทำอะไรได้ไม่ถนัด จนเป็นเหตุให้ทีมปืนใหญ่พลาดโอกาสของตัวเองไปหลายครั้ง
ประกอบกับแนวรุกของโมนาโก ทำผลงานได้เกินคาด ในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา ยิงได้เพียงแค่ 4 ประตูจาก 6 นัด แต่ในเกมนี้กลับกลายเป็นว่าทำได้ถึง 3 ประตู ประตูแรกอาจจะเป็นเรื่องของโชคที่ต้องยอมรับว่าโชคร้ายจริงๆ
แต่ในช่วงครึ่งหลัง โมนาโก มีเกมโต้กลับสวยๆ หลายครั้ง ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ยังพิสูจน์ความคมของเกมระดับนี้ และสุดท้ายเป็น ยานนิค คาร์ราสโซ ที่มายิงประตูปิดท้าย ทำให้เกมนัดที่สองวันที่ 17 มีนาคม งานของอาร์เซนอล ยากยิ่งกว่าการเข็นครกขึ้นภูเขา
เป้าหมายที่ เวนเกอร์ และลูกทีมต้องตั้งเอาไว้ก่อนสิ่งอื่นใดคือต้องยิงให้ได้ 3 ประตูเป็นอย่างน้อย และเจ้าถิ่นก็น่าจะมีเกมรับที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก ผู้เล่นเจ็บอาจจะมีบางคนที่เรียกความฟิตกลับมาได้ และที่สำคัญในแดนกลางก็จะมี เฌเรมี ตูลาลอง ที่กำลังฟอร์มดีพ้นโทษแบนกลับมาอีกครั้ง
อาร์เซนอล อาจจะมีนักเตะความเร็วสูงหลายคน แต่ในเกมแบบนี้อาจจะไม่ช่วยอะไรได้มากนัก เนื่องจากทั้งแนวรับ และแดนกลางของโมนาโก เล่นเกมรับกันต่ำ ไม่เปิดพื้นที่ให้มากมาย ทางเดียวน่าจะเป็นเรื่องของจุดเปลี่ยน เช่นการได้ประตูเร็ว หรือไม่ก็ทำให้เจ้าถิ่นเหลือ 10 คน แบบนั้นน่าจะมีลุ้นขึ้นมาบ้าง
อย่างไรก็ตามอีกเรื่องที่ลืมไม่ได้ก็คือเกมรับของอาร์เซนอล เอง ที่มีปัญหาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจอกับเกมโต้กลับของ โมนาโก และเชื่อว่าการไปสตาด หลุยส์ เดอ ก็อาจจะยังเจอปัญหาแบบเดิมอีก
แต่ที่แน่ๆ คือเกมรับของโมนาโก และความผิดพลาดในเกมรับของตัวเองเป็นเหตุให้อาร์เซนอล แทบจะตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ไปแล้ว
ขณะที่เรื่องของเกมบิ๊กแมทช์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ทำท่าว่าจะไปไม่รอดอีกเหมือนเดิม เมื่อแพ้ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา คาบ้านตัวเอง 1-2 ซึ่งน่าจะเป็นเกมแรกที่ หลุยส์ ซัวเรซ ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในสีเสื้อของบาร์เซโลนา
จริงอยู่ที่ ซัวเรซ ได้ลงเล่นต่อเนื่องและยิงประตูไปบ้างแล้ว แต่เกมที่สนามอิติฮัด น่าจะเป็นเกมแรกที่ ซัวเรซ เล่นได้โดดเด่นกว่า ลิโอเนล เมสซี และ เนย์มาร์ อย่างเห็นได้ชัด การทำสองประตูในเกมดังกล่าวส่งให้ ซัวเรซ เป็นฮีโร่ตัวจริง ยิ่งเมื่อ เมสซี พลาดจุดโทษด้วยแล้ว กองหน้าอุรุกวัยยิ่งเด่นไปใหญ่
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ ซัวเรซ แจ้งเกิดในเกมนี้น่าจะมาจากการตัดสินใจของ มานูเอล เปเยกรินี ด้วย กุนซือชาวชิลี เลือกส่งสองกองหน้าอย่าง เอดิน เชโก กับ เซร์คิโอ อาเกโร ลงสนามมาพร้อมกัน ทำให้ผู้เล่นแดนกลางน้อยลงไป 1 คน และมีพื้่นที่ให้ 3 กองหน้าของบาร์ซา เล่นกันสบายไปหน่อย และสุดท้ายเป็นซัวเรซ ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกว่าใครๆ และมีความเป็นไปได้ที่ประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่บาร์เซโลนา ผ่าน แมนฯ ซิตี ด้วยสกอร์รวม 4-1
จากสถิติที่ผ่านมาการยิงได้ 7 ประตู และผ่านให้เพื่อนทำประตูอีก 12 ครั้ง ใน 22 เกมแรกที่เล่นให้บาร์เซโลนา ถือว่าไม่เลวเหมือนกัน



