
'นายกฯคนนอก'ส่อสืบทอดอำนาจรัฐประหาร
27 ก.พ. 2558
'เพื่อไทย' ชี้ 'นายกฯ' ไม่ต้องเป็น ส.ส.ได้ เหมือนตั้งใจให้มีการสืบทอดอำนาจที่ได้มาจากการรัฐประหาร หวั่น 'รธน.ใหม่' ทำการเมืองไม่มีเสถียรภาพ
27 ก.พ. 58 นายไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดให้นายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. และ หาก ส.ส.ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ จะต้องลาออกจากการเป็น ส.ส. ว่า ถ้าใครก็สามารถเป็นนายกฯ ได้ ถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย เมื่อปี 2535 มีการต่อสู้กันในประเด็นนี้ จนมีผู้บาดเจ็บล้มตาย จากนั้น มีการเขียนรัฐธรรมนูญให้นายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. ซึ่งเป็นที่ยินดีไปทั่วโลกว่าประชาธิปไตยบ้านเราพัฒนาไปอีกขั้น การเขียนให้นายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาจาก ส.ส. เหมือนตั้งใจให้มีการสืบทอดอำนาจที่ได้มาจากการรัฐประหาร เพราะหากมีการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ประชาชนคงไม่เลือกพรรคการเมืองที่อิงแอบรัฐประหาร จึงต้องเขียนให้คนเป็นนายกฯ ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. เพื่อทำให้มั่นใจว่า คนที่จะสามารถรักษาอำนาจได้นั้น จะได้เป็นนายกฯ ถ้าเขียนกันแบบนี้ ก็เห็นว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ซึมซับจิตวิญญาณประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งเห็นว่า รัฐธรรมนูญควรจะยึดหลักสากลที่นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งมากกว่า
'รธน.ใหม่' ทำการเมืองไม่มีเสถียรภาพ
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากรัฐธรรมนูญวางกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ยึดโยงกับประชาชน ผลลัพธ์จะเท่ากับปิดประเทศโดยปริยาย ผู้ร่างฯ อาจคิดไม่ถึง และไม่ได้ตั้งใจ ว่าผลลัพธ์จะถึงขั้นปิดประเทศ แค่คิดเฉพาะหน้าว่าทำอย่างไรถึงจะลดความเข้มแข็งของพรรคการเมือง ทั้งนี้ การที่ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง และนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องเป็น ส.ส. มาจากคนนอกได้นั้น เห็นได้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญวางกติกาไม่ส่งเสริมพรรคการเมือง พรรคการเมืองอ่อนแอโดยปริยาย จะมีพรรคเล็ก พรรคน้อย กลุ่มการเมืองเกิดขึ้นมากมาย ทำให้การเมืองไม่มีเสถียรภาพ เมื่อการเมืองไม่มีเสถียรภาพ ทำนายได้เลย 1,000% ว่า จะไม่มีใครมาลงทุน ไม่มีใครมาค้าขาย หรือมาคบค้าสมาคมด้วย เราจะอยู่คนเดียวในโลกใบนี้ได้หรือไม่ ขอฝากไปยังผู้ที่ยังติดกับดักแห่งความขัดแย้งว่า การทำกติกาดังกล่าว อาจทำให้ชนะทางการเมือง แต่จะชนะท่ามกลางซากปรักหักพังทางเศรษฐกิจ ธุรกิจต่างๆ จะล้มระเนระนาดเพราะการเมืองไม่มีเสถียรภาพ คงไม่มีใครอยากเห็นภาพเช่นนี้ ยังหวังว่า ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนกับการทำคลอดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะไม่กำหนดกติกาที่จะส่งผลให้การเมืองไม่มีเสถียรภาพ ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ เพราะไม่มีใครที่อยากจะถูกจารึกชื่อว่าเป็นผู้ทำให้ประเทศย่อยยับทั้งๆ ที่มีการให้ข้อคิด ข้อเสนอแนะในทางสร้างสรรค์แล้ว
“รสนา”ชน“กมธ.รธน.”เชื่อ“ส.ว.เลื่อกตั้งไปไม่รอด-สังคมต้าน
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ ในฐานะอดีตส.ว.กทม. ออกมาคัดค้านแนวคิดของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มต่าง ๆ โดยเชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมรับอย่างแน่นอน เพราะเป็นระบบที่ขาดการยึดโยงอำนาจจากประชาชน ขณะที่ให้อำนาจส.ว.มากมายทั้งออกกฎหมาย ตรวจสอบคุณสมบัติ ถอดถอนรัฐมนตรี แต่ที่มากลับไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ขอให้ย้อนไปดูส.ว.ชุดที่ผ่านมาขนาดมีการเลือกตั้งโดยตรงครึ่งหนึ่ง และสรรหาครึ่งหนึ่ง ยังถูกโจมตีว่าเป็นพวกลากตั้ง ฉะนั้น หากจะให้อำนาจส.ว.ถอดถอนนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ตัวเองไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สุดท้ายประชาชนจะไม่ยอมรับการใช้อำนาจนั้น
น.ส.รสนา เรียกร้องให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญย้อนไปดูบทเรียนของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สป.)ที่ให้เลือกกันเองแบบนี้ สุดท้ายล้มเหลวไม่เป็นท่ามีการซื้อเสียงกันภายใน มีผู้มีอิทธิพลกำหนดว่าใครจะได้หรือไม่ได้ นำไปสู่การฟ้องร้องเกือบร้อยคดี จนไม่สามารถแต่งตั้งสมาชิกสป.ได้ สุดท้ายก็ต้องยุบทิ้งไป เราไม่ควรเดินซ้ำรอยความล้มเหลวในอดีต
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ ในฐานะอดีตส.ว.กทม. ออกมาคัดค้านแนวคิดของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มต่าง ๆ โดยเชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมรับอย่างแน่นอน เพราะเป็นระบบที่ขาดการยึดโยงอำนาจจากประชาชน ขณะที่ให้อำนาจส.ว.มากมายทั้งออกกฎหมาย ตรวจสอบคุณสมบัติ ถอดถอนรัฐมนตรี แต่ที่มากลับไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ขอให้ย้อนไปดูส.ว.ชุดที่ผ่านมาขนาดมีการเลือกตั้งโดยตรงครึ่งหนึ่ง และสรรหาครึ่งหนึ่ง ยังถูกโจมตีว่าเป็นพวกลากตั้ง ฉะนั้น หากจะให้อำนาจส.ว.ถอดถอนนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ตัวเองไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สุดท้ายประชาชนจะไม่ยอมรับการใช้อำนาจนั้น
น.ส.รสนา เรียกร้องให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญย้อนไปดูบทเรียนของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สป.)ที่ให้เลือกกันเองแบบนี้ สุดท้ายล้มเหลวไม่เป็นท่ามีการซื้อเสียงกันภายใน มีผู้มีอิทธิพลกำหนดว่าใครจะได้หรือไม่ได้ นำไปสู่การฟ้องร้องเกือบร้อยคดี จนไม่สามารถแต่งตั้งสมาชิกสป.ได้ สุดท้ายก็ต้องยุบทิ้งไป เราไม่ควรเดินซ้ำรอยความล้มเหลวในอดีต
“ที่มาของส.ว.ต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน หากไม่ต้องการให้เลือกตั้งเหมือนส.ส.ก็สามารถเลือกตั้งแบบอื่นได้เช่นมีการสรรหาบุคคลตามกลุ่มอาชีพต่าง ๆ มามากกว่าสองหรือสามเท่าแล้วให้ประชาชนได้เลือกจากคนจำนวนนี้เข้าไปเป็นส.ว.ก็ยังถือว่ายึดโยงกับประชาชน แต่ถ้าตัดขั้นตอนการเลือกตั้งของประชาชนออกไปทั้งหมด ประชาชนจะไม่ยอมรับการใช้อำนาจ กมธ.จะเรียกวิธีการนี้ว่าเลือกตั้งทางอ้อมไม่ได้ เพราะมันคือการสรรหาอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น” อดีตส.ว.กทม.กล่าว
“สมชาย”ชี้นายกฯต้องมาจากส.ส.
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้นายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาจากส.ส. ว่า แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะเคยมีนายกฯ ที่มาจากคนนอกแล้วก็ตาม แต่เมื่อเราเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย ผ่านการพัฒนามาโดยลำดับ กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ก็ระบุให้นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แม้แต่รัฐธรรมนูญปี 2550 ก็ยังคงกำหนดให้นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งเหมือนเดิม ดังนั้นตนมองว่า ระบบที่นายกฯ ควรเป็นส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนนั้นดีอยู่แล้ว เพราะจะยึดโยงกับประชาชนมากกว่าบุคคลภายนอก ทั้งนี้ ตนเป็นแค่คนข้างเวที แต่อยากถามว่าประเทศไทยควรถอยหลังกลับไป โดยให้นายกฯ มาจากคนนอกอีกหรือ ถอยเข้าถอยออกกันอยู่แบบนี้ไม่ไปไหนกันเสียที นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อให้เจ้าของอำนาจอธิปไตยได้กำหนดตัวบุคคลที่พวกเขาต้องการผ่านการเลือกตั้ง เป็นบุคคลที่สัมผัสได้จริง ที่สำคัญคือ การร่างรัฐธรรมนูญจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นสากล และได้รับความยอมรับจากนานาชาติด้วย
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้นายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาจากส.ส. ว่า แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะเคยมีนายกฯ ที่มาจากคนนอกแล้วก็ตาม แต่เมื่อเราเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย ผ่านการพัฒนามาโดยลำดับ กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ก็ระบุให้นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แม้แต่รัฐธรรมนูญปี 2550 ก็ยังคงกำหนดให้นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งเหมือนเดิม ดังนั้นตนมองว่า ระบบที่นายกฯ ควรเป็นส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนนั้นดีอยู่แล้ว เพราะจะยึดโยงกับประชาชนมากกว่าบุคคลภายนอก ทั้งนี้ ตนเป็นแค่คนข้างเวที แต่อยากถามว่าประเทศไทยควรถอยหลังกลับไป โดยให้นายกฯ มาจากคนนอกอีกหรือ ถอยเข้าถอยออกกันอยู่แบบนี้ไม่ไปไหนกันเสียที นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อให้เจ้าของอำนาจอธิปไตยได้กำหนดตัวบุคคลที่พวกเขาต้องการผ่านการเลือกตั้ง เป็นบุคคลที่สัมผัสได้จริง ที่สำคัญคือ การร่างรัฐธรรมนูญจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นสากล และได้รับความยอมรับจากนานาชาติด้วย
พท.เชื่อเปิดช่องนายกฯคนนอกมีวาระซ่อนเร้น
นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากส.ส.ว่า การกลับไปใช้รูปแบบเดิมคือ ให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากส.ส.นั้น อยากทราบว่าทำไมไม่กล้ายืนยันในหลักการประชาธิปไตยที่ให้นายกรัฐมนตรีมาจากตัวแทนประชาชนคือส.ส. และทำไมไม่กล้ายืนยันว่าในอนาคตประเทศจะไม่เกิดวิกฤตอีก จึงต้องให้คนนอกมาเป็นนายกฯ ได้ หรือเป็นวาระซ่อนเร้นเพื่อต้องการสร้างเงื่อนไขให้เกิดวิกฤต เปิดช่องให้คนนอกมาเป็นนายกฯ ได้ เป็นการถอยหลังเข้าคลอง
"บิ๊กป๊อกโยน"สปช."ตัดสินนายกฯคนนอก
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร หรือ ส.ส. และสมาชิกวุฒิสภาในแบบแต่งตั้งว่า ในส่วนของการปฏิรูป เป็นไปตามโรดแม็พอย่างแน่นอน ยังไงกรณีดังกล่าวก็ต้องได้ข้อยุติ ถือเป็นเรื่องที่ถูกแล้ว ที่เขาต้องหาแนวทาง ตนเข้าใจว่า ไม่ว่าเรื่องอะไร คงไม่มีใครคิดเห็นตรงกันเป็นหนึ่งเดียว ก็ต้องไปว่า กันมาให้จบสิ่งไหนจะเกิดผลดีที่สุด แล้วออกมาเป็นผลการดำเนินการในฝ่ายปฏิรูป แต่ถ้าเมื่อไปถึงจุดนั้นแล้ว จะต้องมีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็นหรือไม่นั้น คงเป็นหน้าที่ของฝ่ายเกี่ยวข้อง ตนไม่อยากพูดให้เป็นประเด็น ถ้าไปออกความเห็น มันจะเข้าไปสู่กระบวนการตามที่สื่อเขียนข่าวอยู่ทุกวัน ขอยืนยันย้ำว่า ขอให้เป็นมติของฝ่ายปฏิรูปจะเป็นอย่างไรก็ตาม
ทีมทนาย“ยิ่งลักษณ์”ยังไม่เคาะค้านองค์คณะศาลฎีกาฯหรือไม่
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทีมทนายความยังไม่ได้หารือว่าจะมีการร้องคัดค้านองค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำนวน 9 คนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ในคดีรับจำนำข้าวหรือไม่ คงต้องรอหารือกันก่อนว่าจะมีการร้องคัดค้านหรือไม่ ซึ่งหากจะร้องคัดค้านก็ต้องดูข้อกฎหมายเป็นหลักว่า จะคัดค้านในเรื่องใดได้บ้าง
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร หรือ ส.ส. และสมาชิกวุฒิสภาในแบบแต่งตั้งว่า ในส่วนของการปฏิรูป เป็นไปตามโรดแม็พอย่างแน่นอน ยังไงกรณีดังกล่าวก็ต้องได้ข้อยุติ ถือเป็นเรื่องที่ถูกแล้ว ที่เขาต้องหาแนวทาง ตนเข้าใจว่า ไม่ว่าเรื่องอะไร คงไม่มีใครคิดเห็นตรงกันเป็นหนึ่งเดียว ก็ต้องไปว่า กันมาให้จบสิ่งไหนจะเกิดผลดีที่สุด แล้วออกมาเป็นผลการดำเนินการในฝ่ายปฏิรูป แต่ถ้าเมื่อไปถึงจุดนั้นแล้ว จะต้องมีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็นหรือไม่นั้น คงเป็นหน้าที่ของฝ่ายเกี่ยวข้อง ตนไม่อยากพูดให้เป็นประเด็น ถ้าไปออกความเห็น มันจะเข้าไปสู่กระบวนการตามที่สื่อเขียนข่าวอยู่ทุกวัน ขอยืนยันย้ำว่า ขอให้เป็นมติของฝ่ายปฏิรูปจะเป็นอย่างไรก็ตาม
ทีมทนาย“ยิ่งลักษณ์”ยังไม่เคาะค้านองค์คณะศาลฎีกาฯหรือไม่
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทีมทนายความยังไม่ได้หารือว่าจะมีการร้องคัดค้านองค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำนวน 9 คนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ในคดีรับจำนำข้าวหรือไม่ คงต้องรอหารือกันก่อนว่าจะมีการร้องคัดค้านหรือไม่ ซึ่งหากจะร้องคัดค้านก็ต้องดูข้อกฎหมายเป็นหลักว่า จะคัดค้านในเรื่องใดได้บ้าง



