ข่าว

ไฟไหม้‘โรงไฟฟ้าชีวมวล’อยุธยา

ไฟไหม้‘โรงไฟฟ้าชีวมวล’อยุธยา

27 ก.พ. 2558

ไฟไหม้โรงไฟฟ้าชีวมวลอยุธยาคาดเกิดจากเศษซังข้าวโพดแกลบที่กองทับถมสะสมความร้อนประกอบกับสภาพอากาศช่วงกบลางวันร้อนระอุทำให้เกิดเป็นเปลวเพลิงไฟลุกไหม้ขึ้นมา

 
          วันที่ 27 ก.พ.58 เมื่อเวลา 03.00 น. นายวิฑิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกำลังทหาร จาก ม.พัน 17 รักษาพระองค์ ร่วมกันเข้าอำนวยการควบคุมเหตุเพลิงไหม้กองเชื้อเพลิง สำหรับใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ของโรงไฟฟ้าของบริษัทพาวเวอร์พอร์ตเทค ซึ่งเป็นโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าแบบชีวมวล ขนาด 9 เมกะวัตต์ ที่ใช้เชื้อเพลิงแกลบ เศษซังข้าวโพด และเศษเปลือกไม้ ต้นยูลาลิปตัส เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า
 
          โดยสถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้าชีวมวลดังกล่าว ตั้งอยู่ที่ ม.1 ต.ศาลาลอย อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อส่งป้อนไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าอำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ซึ่งขณะเกิดเหตุโรงไฟฟ้าอยู่ระหว่างปิดปรับปรุง โดยต้นเพลิงลุกลามมาจากกองแกลบและกองเศษซังข้าวโพด ที่เก็บไว้ในโกดัง กองทับถมอยู่นานกว่า 2 เดือน สูงกว่า 6 เมตร มีน้ำหนักรวมกันประมาณ 1,700 ตัน อยู่อยู่ได้เกิดติดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว คนงานประสบเหตุช่วยกันดับไฟ แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก
 
          เนื่องจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ เป็นกองแกลบสูง ระบบน้ำดับไฟของโรงไฟฟ้าไม่สามารถดับได้ ต้องขอสนับสนุนรถดับเพลิงจาก เทศบาลตำบลท่าเรือ เทศบาลตำบลอรัญญิก เทศบาลตำบลท่าหลวง อบต.ศาลาลอย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเทศบาลบ้านหมอ เทศบาลตำบลช่างเหล็ก เทศบาลบ้านหมอ จากจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกัน รวม 8 คัน เพื่อเข้าทำการฉีดน้ำสกัดเพลิง ไม่ให้ลุกลามไปติดตัวโรงไฟฟ้า แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามออกเป็นวงกว้างได้ ยังคงมีควันไฟ ครุกรุ่นออกมาจากชั้นกองเชื้อเพลิงอยู่ตลอดเวลา
 
          เจ้าหน้าที่ต้องขอสนับสนุนรถตักแบบล้อยางจำนวน 3 คัน เพื่อเข้าสนับสนุน เข้าทำการตักแกลบและเศษซังข้าวโพดในโกดังที่เป็นต้นเพลิง ออกให้พ้นตัวโรงไฟฟ้า ไม่ลุกลามติดกองแกลบด้านนอก โดยรถดับเพลิงต้องระดมฉีดน้ำ สลับกับใช้รถแทรกเตอร์ตักแบบล้อยาง เข้าทำการเคลียร์เชื้อเพลิง ฉีดน้ำดับไฟทีละจุด
 
          ล่าสุด สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้แล้ว แต่ยังคงให้เจ้าหน้าและรถดับเพลิง เฝ้าระวังควบคุมเพลิงกันตลอดทั้งคืน และจะถอนกำลังก็ต่อเมื่อไฟมอดหมดแล้ว ไม่มีกลุ่มควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาให้เห็นเท่านั้น
 
          ด้าน นายวิฑิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ ซึ่งเข้าอำนวยการดับเพลิง เปิดเผยว่า ไฟได้เริ่มลุกไหม้มาตั้งแต่หัวค่ำ ทางโรงไฟฟ้าช่วยกันควบคุมเพลิงเอง แต่ไม่สำเร็จ จึงได้ประสานขอสนับสนุนรถดับเพลิง จากเทศบาลและ อบต.ข้างเคียง ซึ่งสาเหตุไฟลุกไหม้ครั้งนี้ ทางโรงไฟฟ้า สันนิษฐานว่า เกิดจากการที่โรงไฟฟ้าหยุดปรับปรุงมานานกว่า 2 เดือน ทำให้แกลบและเศษซังข้าวโพด ที่กองรวมทับถมในโกดังอยู่นาน เกิดความร้อนสะสมประกอบ กับสภาพอากาศในช่วงเวลากลางวันร้อนระอุ ทำให้เกิดความร้อนและเป็นเปลวเพลิงไฟลุกไหม้ขึ้นมา
 
          “ค่าเสียหายมีเฉพาะในส่วนของแกลบ และเศษซังข้าวโพดที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น ส่วนตัวโรงไฟฟ้าไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ส่วนการหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้า ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชน เพราะอยู่ระหว่างปิดการปรับปรุง และการเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังจากเพลิงสงบจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบเหตุไฟไหม้ ครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง” นายอำเภอท่าเรือกล่าว




 
พิจิตร-เร่งดับไฟที่ลุกไหม้กลางบึงสีไฟ
 
          เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองพิจิตร นำเครื่องสูบน้ำใส่เรือเพื่อนำไปดับไฟที่ลุกไหม้อยู่ภายในบึงสีไฟ หลังจากที่เกิดเหตุไฟลุกไหม้ป่าสนุ่น ซึ่งเป็นพืชผิวน้ำ และน้ำภายในบึงแห้งขอด และมีชาวบ้านลักลอบจุดไฟเพื่อหาปลาและเต่า ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ลุกลามไปในหลายจุดโดยในขณะนี้ขยายวงกว้างกินพื้นที่กว่า 50 ไร่แล้ว และควันไฟก็เริ่มสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา บริเวณถนนรอบบึงสีไฟ รวมถึงบ้านเรือนประชาชนเนื่องจากบึงสีไฟอยู่กลางใจเมือง โดยเฉพาะเวลาเย็นและค่ำ ที่มีลมพัดเอาควันไฟ เข้าไปในเมืองจนสร้างความเดือดร้อน
 
          โดยการดับไฟคาดว่าต้องใช้เวลาหลายวัน เนื่องจากมีไฟลุกไหม้ เป็นวงกว้าง ประกอบกับมีกำลังเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำหน้าที่ไม่กี่นาย ซึ่งคาดว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อาจจะใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์จึงจะสามารถดับไฟได้หมด