
ไทยกรีน อะโกรก้าวอย่างมั่นคงของมนตรี บุญจรัส
จากชมรมสู่เจ้าของไทยกรีน อะโกร ก้าวอย่างมั่นคงของมนตรี บุญจรัส : คมคิดธุรกิจนิวเจนฯ โดยดลมนัส กาเจ
จากประสบการณ์ที่ได้คลุกคลีในแวดวงการเกษตรปลอดสารพิษอยู่กับนักวิชาการด้านจุลชีววิทยาผู้ล่วงลับไปแล้ว "ดีพร้อม ไชวงศ์เกียรติ" อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ในนามชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร มายาวนานกว่า 6 ปี ทำให้นักธุรกิจหนุ่มใหญ่จากที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา จ.อ่างทอง "มนตรี บุญจรัส" มองช่องทางธุรกิจด้านปัจจัยการผลิตภาคการเกษตรปลอดสารพิษ น่าจะตอบโจทย์กระแสคนรักสุขภาพได้เป็นอย่างดี
เป็นไปตามที่เขาคาดหมายไว้ หลังจากที่แยกตัวกับอาจารย์ดีพร้อมผู้มีพระคุณมาเปิดร้านเอง ปรากฏว่ากิจการก้าวไปอย่างมั่นคง เริ่มจากที่ซื้อมาขายไปในร้านเล็กๆ จนขยายตัวมาเป็นบริษัทผู้ผลิตเองในนาม "ไทยกรีน อะโกร จำกัด" และชมรมเกษตรปลอดสารพิษ มีสำนักงานตั้งอยู่ย่านถ.พหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โดยเขาเป็นประธานกรรมการบริษัทเอง ทำให้สามารถทำเงินเข้าบริษัทได้ปีละกว่า 80 ล้านบาท และเขามั่นใจว่าจะแตะปีละ 100 ล้านบาทในเร็วๆ นี้ โดยมีปัจจัยเสริมที่วางเป้าหมายตลาดใหม่ในประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีนั่นเอง
มนตรี เริ่มจับธุรกิจจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ตั้งแต่ปี 2541 เริ่มแรกๆ เปิดร้านเป็นตึกแถวย่านถนนพหลโยธินตรงกันข้ามโรงเรียนสารวิทยา บางเขน 2 คูหาเบื้องต้น รับของจากอาจารย์ดีพร้อมทั้งหมดในลักษณะซื้อมาขายไป ปรากฏว่าสามารถสร้างกำไรให้เขาได้ราว 30-40 เปอร์เซ็นต์ ต่อมาจึงจดทะเบียนร้านในนามชมรมเกษตรปลอดสารพิษ กระทั่งอาจารย์ดีพร้อมได้ล่วงลับไป ทำให้ มนตรี ต้องดิ้นรน เริ่มผลิตปัจจัยการผลิตทางการเกษตรเอง
18 ปีเต็ม มนตรี เก็บเงินได้ก้อนหนึ่งไปจดทะเบียนบริษัท ไทยกรีน อะโกร จำกัด โดยใช้ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท พร้อมกับซื้อทาวน์โฮมออฟฟิศซึ่งก็คือสำนักงานบริษัทในปัจจุบัน และนำเงินอีกจำนวนหนึ่งไปสร้างโรงงานที่บ้านเกิด อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ในพื้นที่ 12 ไร่ส่วนหนึ่งเป็นโรงงานผลิตปัจจัยการผลิตเองครบวงจร ทั้งหาวัตถุดิบที่ใช้การผลิต เทคโนโลยี การตลาด และการส่งเสริมความรู้ด้านวิชาการ โดยมีจุดกระจายสินค้าอยู่ทั่วภูมิภาคที่เป็นตัวแทนจำหน่ายกว่า 1,000 แห่ง และมีสาขาของบริษัทเอง 20 สาขาทั่วประเทศ มากที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง ส่วนพื้นที่อีกส่วนหนึ่งเป็นโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า
"วัตถุดิบที่เราใช้การผลิตร้อยละ 80 ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ที่นำเข้าคือหินภูเขาไฟ ที่ใช้สำหรับปรับปรุงและบำรุงดินพูมิชซัลเฟอร์ ตัวนี้ขายดีมากตกเดือนละ 300-400 ตัน ธาตุรอง 5-6 ตัน จุลินทรีย์ปราบเพลี้ยตกเดือนละ 6-10 ตัน" มนตรี กล่าว
กระนั้น เขายอมรับว่า การทำธุรกิจด้านปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรปลอดสารพิษที่เน้นเป็นเกษตรอินทรีย์ครบวงจร มีตั้งแต่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ ยาฆ่าแมลงศัตรูพืช เชื้อรา ฮอร์โมนเร่งทั้งทางรากและใบไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในขณะที่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังหลงใหลปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่มาจากสารเคมีจนคุ้นเคย ฉะนั้นต้องอาศัยความพยายามอย่างค่อยเป็นค่อยไป ก้าวอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ต้องทำให้เกษตรกรเห็น การยอมรับจึงจะตามมา
สิ่งหนึ่งที่ มนตรี เอาชนะใจลูกค้าได้คือนำแนวคิดอันสุดยอดของอาจารย์ดีพร้อม พยายามทำทุกอย่างที่เป็นเรื่องยาก มาเป็นเรื่องง่าย ต้องอธิบายแบบชาวบ้านที่เข้าใจง่าย ทำให้ดู ยกตัวอย่างการเพาะเห็ดฟาง เมื่อก่อนต้องพิถีพิถันมาก ต้องสร้างโรงเรือนขนาดเท่าโน้นเท่านี้ ต้องหาฟางเป็นองค์ประกอบ อาจารย์ดีพร้อมทำให้ดูง่ายทำโครงเล็กๆ ใช้พลาสติกดำคลุม หาวัสดุใกล้ตัว อาทิ ผักตบชวาตากแห้ง ใส่เชื้อเข้าไป ก็เพาะเห็ดได้
"ผมติดอาจารย์ดีพร้อม การดำเนินกิจการที่ทำด้วยอุดมการณ์ ที่ต้องการให้เกษตรเข้าใจทำการเกษตรอย่างถูกวิธี ต้นทุนการผลิตต่ำ แต่ผลผลิตต้องสูง นั่นคือใช้ปัจจัยการผลิตที่ธาตุอาหารที่ดินต้องการ ถ้าเราคลุกคลีอยู่กับเกษตรกร จะพบว่าพวกเขาเป็นคนที่น่าสงสารมาก เชื่อนายทุนจนเกินไป ทำให้การทำเกษตรมีต้นทุนที่สูงที่มาจากการใช้สารเคมีเกินจำเป็น อย่างการใช้สารเคมีที่เป็นยาฆ่าแมลงที่นำเข้าราคา 1,200 บาทแต่ของเราใช้บีทีชีวภาพไตรโคเดอร์มาเพียง 100 บาท ผมคิดเสมอว่าต้องช่วยให้เกษตรกรเข้าใจว่าการทำเกษตรในบ้านเราบางพื้นที่ไม่จำเป็นเลยที่จะใช้สารเคมี หรือปุ๋ยเคมีก็สามารถเพาะปลูกได้ เราต้องอธิบายให้เขาเข้าใจง่าย เราต้องทุ่มเทพอสมควร แต่ละวันผมต้องเดินสายไปบรรยายให้ฟรี เขียนบทความลงในหนังสือฝากข่าวให้พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นสื่อมวลชน จัดรายการวิทยุ เข้าร่วมรายการที่เป็นรายการเกษตรไม่ว่าจะเป็นวิทยุ มก.หรือมข.เอง ต้องไปคลุกอยู่กับเกษตรกรด้วย" เขา เล่าถึงกลยุทธ์ในการดึงลูกค้า
จากความพยายามของ มนตรี ทุกวิถีทางทั้งรุกแผนการตลาด การให้ความรู้แก่เกษตรกรในรูปแบบต่างๆ ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความนิยมสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น รวมถึงการออกฉลากควบคุมกลุ่มสินค้าเกษตรปลอดสารพิษของกรมอนามัย กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นโอกาสที่ดี ทำให้วันนี้ เขาสามารถขายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี ในแต่ละปีจะมียอดขายรวม 70-80 ล้านบาท และกำลังเจรจาเพื่อขยายพื้นที่ขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง กัมพูชา และหลังเออีซีแล้วเขามั่นใจว่า ยอดขายน่าจะถึงปีละ 100 ล้านบาท
จากเจ้าหน้าที่ชมรมสู่นักธุรกิจ
มนตรี บุญจรัส เป็นชาว อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง หลังจากที่เรียนชั้นมัธยมที่บ้านเกิดมุ่งหน้าสู่เมืองกรุงเลือกเรียนหนังสือสายอาชีพที่สถาบันสันติราษฎร์ กรุงเทพฯ จากนั้นเรียนระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม และมหาบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
ระหว่างที่มาเรียนหนังสือ มนตรีใช้เวลาว่างทำงานพิเศษเป็นพนักงานชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ที่มีอาจารย์ดีพร้อม ไชวงศ์เกียรติ ตั้งแต่ปี 2535 ถัดอีก 5 ปีในปี 2540 จับงานด้านธุรการ/จัดพิมพ์หนังสือ ชื่อ สมุนไพรใช้ในกุ้ง : ลูกใต้ใบ พญายอ ฟ้าทะลายโจร ของอาจารย์ดีพร้อม ไชวงศ์เกียรติ เช่นกันจากนั้นจัดพิมพ์หนังสือเฉพาะกิจด้านการเกษตรอีกหลายเล่ม
จนในปี 2541 ขยับเข้ามาอยู่ประจำกองบรรณาธิการ หนังสือพืชผักปลอดสารพิษด้วยภูไมท์ และในเวลาต่อมาล้วนเป็นหนังสือเกี่ยวกับการเกษตรปลอดสารพิษของอาจารย์ดีพร้อมทั้งนั้น และได้เริ่มเขียนบทตีพิมพ์ นิตยสารผักเศรษฐกิจ จัดพิมพ์โดยบริษัท มิเดีย ออฟ กรีน กรุ๊ฟ จำกัด
6 ปีเต็มๆ ที่อยู่กับอาจารย์ดีพร้อม พอเรียนจบระดับปริญญาตรีจึงขยับเปิดร้านเป็นของตัวเองและยกฐานะเป็นบริษัท ไทยกรีน อะโกร จำกัด มาถึงวันนี้
สูตรเด็ดอาหารจานเดียวสำหรับพืช
ปัญหาหนึ่งที่เกษตรกรมักจะพบบ่อยครั้ง คือพืชที่เราปลูกจะหยุดชะงัก มีสูตรง่ายที่ทำเองได้เรียกว่า "สูตรอาหารจานด่วน" สำหรับพืชที่ไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควรจะเป็น มีสูตรง่ายๆ ตามแบบฉบับของ "ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ"
1.น้ำ 20 ลิตร
2.โพแทสเซียมฮิวเมท 10 กรัม
3.ยูเรีย 20 กรัม
4.ไข่ไก่สด 1 ฟอง
วิธีทำ
ตวงน้ำครึ่งหนึ่งก่อน แล้วค่อยเทโพแทสเซียมฮิวเมทลงไปทีละน้อย พร้อมทั้งคนให้ละลายจนหมด จึงเติมยูเรียลงไป ตอกไข่ใส่ภาชนะต่างหากทั้งไข่ขาวไข่แดง ตีเนื้อไข่ให้ละเอียดอย่างเจียวไข่ ใส่รวมลงในถังเติมน้ำให้ครบ 20 ลิตร แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปใช้ได้
วิธีใช้
ราดรดอาหารจานด่วนรอบๆ ใต้ทรงพุ่มไม้ยืนต้น จากปลายพุ่มเข้าไปถึงกลางพุ่มให้ดินบริเวณนั้นเปียกชุ่มโดยไม่ต้องรดน้ำตาม หรือราดรดอาหารจานด่วนทับบนพืชผักไม้ล้มลุกพุ่มเตี้ย แล้วรดน้ำล้างอาหารจานด่วนให้ไหลลงดิน อย่าให้ตกค้างบนใบเพื่อสร้างราก แล้วคลุมหน้าดินทันทีด้วยขี้วัว (วัวกินหญ้า) หญ้าแห้ง ฟางแห้ง ใบไม้แห้ง เปลือกถั่ว เปลือกมันสำปะหลังหรือปุ๋ยคอกหมักเท่าที่หาได้ หนา 1-2 นิ้ว เพื่อรักษาหน้าดินให้มีความชุ่มชื้นตลอด รากจะแข็งแรงสมบูรณ์หาอาหารได้เก่ง
สำหรับอาหารจานด่วนแก้ปัญหาดินเหนียวแน่น ดินดาน ดินด่าง ดินทรายจัด ดินกรด ดินเค็ม และถอนพิษยาฆ่าหญ้า หรือสารตกค้างจากการบังคับพืชให้ออกดอกนอกฤดูได้ด้วย เห็นไม่แค่ก็ประหยัดได้อย่างมหาศาล



