ข่าว

สสส.จัดงานเวทีฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่นสู่อภิวัฒน์

สสส.จัดงานเวทีฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่นสู่อภิวัฒน์

26 ก.พ. 2558

สสส. จัดงานเวทีฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่นสู่การอภิวัฒน์ประเทศไทย ครั้งที่ 5 “พลังชุมชนท้องถิ่นปฏิรูปสังคม” ชูสร้างเมืองคุณธรรม แก้ 7 โจทย์ปัญหาสังคม

            26ก.พ.2558 น.ส.ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ร่วมกันจัดงานเวทีฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่นสู่การอภิวัฒน์ประเทศไทย ครั้งที่ 5  “พลังชุมชนท้องถิ่นปฏิรูปสังคม” ระหว่างวันที่ 1-5 มีนาคม 2558 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  โดยในปีนี้ เป็นการตอบโจทย์เชิงนโยบาย  ทั้งกระบวนการปฏิรูป ปัญหาสังคม และนวัตกรรม ที่เน้นประเด็นทางสังคมที่ชัดเจน สาระและกิจกรรมการ ประกอบด้วย3 ส่วน คือ 1 สนับสนุนการปฏิรูปสังคม 2 ร่วมแก้วิกฤตทางสังคมและลดปัจจัยทำลายสุขภาวะ และ 3 นวัตกรรมทางสังคม

            น.ส.ดวงพร กล่าวต่อว่า การสนับสนุนการปฏิรูปสังคม ได้แก่ 1. “เมืองคุณธรรม เมืองของแผ่นดิน” เป็นการรณรงค์ให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้เฝ้าระวังการทุจริตในพื้นที่ และร่วมรับฟังปาฐกถาพิเศษ จาก ศ.เกียรติคุณ น.พ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี 2.เวทีสมัชชาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูป โดยได้รับเกียรติจาก รศ.วุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะหัวหน้าคณะผู้วิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ, ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และคุณธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ สมาชิก สปช.ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่อง ระบบการเลือกตั้งท้องถิ่น และ 3.ปฏิรูประบบการเงินโดยใช้กลไกสถาบันการเงินชุมชน

            “ร่วมแก้วิกฤตทางสังคมและลดปัจจัยทำลายสุขภาวะ ประกอบด้วย 7 สาระ ได้แก่ 1.การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น  2.อาหารปลอดภัยที่เน้นกระบวนการผลิตด้วยตนเอง 3.พลังงานทางเลือกระดับชุมชน  4.การจัดการขยะภายในชุมชน โดยใช้Roadmap การจัดการขยะที่ คสช.ประกาศอย่างชัดเจนครั้งแรกของประเทศไทย) 5. พิบัติภัย กระตุ้นคนในชุมชนเป็นผู้จัดการแก้ไขด้วยตนเอง 6.ชุมชนลดอุบัติเหตุ โดยกระตุ้นให้ชุมชนมีกลไกจัดการอุบัติเหตุด้วยตนเอง และ 7.ลด ละ เลิก การบริโภคยาสูบในชุมชน” น.ส.ดวงพร กล่าว

            น.ส.ดวงพร กล่าวอีกว่า นอกจากการดำเนินงานของสำนัก 3 ในการขับเคลื่อนสุขภาวะชุมชนมาอย่างต่อเนื่องยังสะท้อนให้เห็นยุทธศาสตร์สำคัญการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง เกิดนวัตกรรมทางสังคม ประกอบด้วย 1.การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภายในชุมชน 2.การตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ การดูแล และการส่งเสริมอาชีพของผู้สูงอายุ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรให้ความสำคัญ ซึ่งโรงเรียนผู้สูงอายุจะมีส่วนช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยลงได้ เนื่องจากหลักสูตรได้นำองค์ความรู้สมัยใหม่ให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ รวมทั้งส่งเสริมให้เป็นผู้ทำนุบำรุงและเผยแผ่พระศาสนา ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนผู้สูงอายุอย่างน้อย 200 แห่ง และ 3. อาสาทำดี เป็นการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่เน้นแก้ปัญหาด้วยการลงมือปฏิบัติ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาเชิงระบบ  ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในชุมชน

            น.ส.ดวงพร กล่าวด้วยว่า ปีนี้ ยังเน้นเรื่องควบคุมยาสูบ โดยมุ่งหวังให้เกิดตำบลต้นแบบในการบังคับใช้กฎหมายบุหรี่ให้ได้ผล ชูแนวคิดการดื่มเหล้าเท่ากับเพิ่มพื้นที่อุบัติเหตุ และเร่งเพิ่มพื้นที่เมืองคุณธรรม โดยภายในงานได้จัดนิทรรศการจำลองเมืองคุณธรรมเมืองของแผ่นดิน ด้วยอุโมงค์เสียงชวนคิด นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรอีก 5 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม,  ฟิลิปปินส์,  อินโดนีเซีย,  อินเดีย และญี่ปุ่น มาร่วมบรรยายถึงแนวทางการบริหารจัดการของท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน ประมาณ 8,000 คน จากแกนนำชุมชนเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนน่าอยู่ ทั่วประเทศ

..........................

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก www.thaihealth.or.th)