
จีนกับรูปแบบใหม่การเซนเซอร์ข่าว
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
รู้ๆกันอยู่ว่ารัฐบาลแดนมังกรชุดปัจจุบันให้ความสำคัญมากขนาดไหนกับกลยุทธิ์การควบคุมสื่อและข้อมูลข่าวสารต่างๆในรูปของการเซนเซอร์สื่อในประเทศอย่างเข้มงวด พร้อมๆไปกับการคุมเข้มสื่อต่างประเทศ
แต่ปรากฎการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นช่วงที่ทหารใช้กำลังเข้าสลายจลาจลเชื้อชาติระหว่างชาวฮั่นกับชาวอุยกูร์ในเมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเกียง สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลแดนมังกรได้ศึกษาบทเรียนความผิดพลาดครั้งใหญ่จากคราวล้อมปราบจลาจลเลือดที่ทิเบตเมื่อปีที่แล้ว จากนั้นได้แก้ไขความผิดพลาดเหล่านั้น ตามด้วยการพัฒนากลยุทธิ์การปิดปากสื่อไม่ให้แพร่กระจายข่าวร้ายออกไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวางราวไฟป่าเหมือนในอดีต
จลาจลเชื้อชาติฮั่น-อุยกูร์ที่อุรุมชีจึงเป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลจะได้นำกลยุทธิ์การประชาสัมพันธ์ที่ทันสมัยและผ่านการเจียรไนจนแหลมคมมาทดลองใช้เป็นครั้งแรก
ระหว่างการประท้วงที่ทิเบตเมื่อปีที่แล้ว สิ่งแรกที่ทางการปักกิ่งรีบทำก่อนอะไรอื่นก็คือสั่งไล่นักข่าวต่างชาติให้พ้นจากพื้นที่นั้น คิดแค่ว่าถ้าไม่มีนักข่าวก็ไม่มีข่าว แต่ลืมคิดไปถึงคุณูปการณ์ใหญ่หลวงของโทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เนตว่าสามารถแพร่ข่าวได้รวดเร็วยิ่งกว่า กว่าจะคิดได้ก็สายเกินการณ์ข่าวการประท้วงได้แพร่พระจายออกไปทั่วโลกแล้ว ส่วนใหญ่มักจะอ้างอิงแหล่งข่าวชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยวผู้เห็นเหตุการณ์ ขณะที่สื่อกระแสหลักก็มุ่งโจมตีรัฐบาลว่าพยายามขัดขวางไม่ให้นักข่าวสามารถเดินทางเข้าพื้นที่ได้ ซึ่งเท่ากับปิดหูปิดตาประชาชนไม่ให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง นอกเหนือจากฟังแต่ข่าวโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล
พอมาถึงเหตุจลาจลเชื้อชาติฮั่น-อุยกูร์ในเมืองอุรุมชี สิ่งแรกที่ทางการทำก็คือสั่งปิดทวีตเตอร์ อันเป็นบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์หรือเป็นเครื่องมือสื่อสารใหม่ระหว่างบุคคล-บุคคล -กลุ่มคนที่ทรงพลังและคนทั่วโลกคลั่งไคล้มากที่สุด ซึ่งเคยแสดงให้เห็นถึงพลังยิ่งใหญ่นี้มาแล้วระหว่างที่ชาวอิหร่านลุกฮือประท้วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเร็วๆนี้
นอกจากนี้ ปักกิ่งก็รีบสั่งระงับการให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทันที ยิ่งกว่านั้น แทนที่จะไล่นักข่าวออกนอกพื้นที่เหมือนช่วงจลาจลที่ทิเบต ทางการกลับรีบพานักข่าวกลุ่มหนึ่งเดินทางไปยังเมืองอุรุมชีเพื่อดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้การจัดการของรัฐ โดยพยายามไม่ให้นักขาาวรู้สึกว่าถูกจูงจมูกมากไป
การกระทำเช่นนี้ ทำให้จีนได้รับคำชมว่าเปิดกว้างมากขึ้น และได้ผลมากพอที่จะตอบโต้ข่าวในแง่ลบตลอดการของนิวยอร์ก ไทมส์



