ประยุทธ์ตักบาตรทางเรือถวายเป็นพระราชกุศลพระเทพฯ
25 ก.พ. 2558
"ประยุทธ์"ตักบาตรทางเรือถวายเป็นพระราชกุศล"สมเด็จพระเทพฯ"ผุดไอเดีย"เรือจ้างรับส่งนักท่องเที่ยว" ด้าน"สุขุมพันธุ์"เผยตลาดน้ำของไม่พอขาย สร้างรายได้วันละหมื่น
วันที่ 25 ก.พ.58 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ตลาดน้ำวิถีไทย คลองผดุงกรุงเกษม บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ข้างทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 61 รูป ทางเรือ โดยใช้เรือไม้โบราณจำนวน 31 ลำ เคลื่อนออกจากบริเวณท่าเรือวัดมกุฎกษัตริยารามราชวรวิหารมุ่งหน้าสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อรับบิณฑบาตจากนายกฯและประชาชนในคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสมหามงคลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ 60 พรรษา โดยมีคณะรัฐมนตรีและ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ข้าราชการ และประชาชน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือ เป็นไปอย่างคักคักโดยมีประชาชนให้ความสนใจร่วมตักบาตรเป็นจำนวนมาก ขณะนี้นายกฯและ ครม.ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โบกมือทักทายประชาชนที่เข้าร่วมอย่างเป็นกันเอง ซึ่งในพิธีดังกล่าวนี้ทาง กทม.ได้เชิญสมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะ 10 รูป นำประกอบพิธีสงฆ์และเจริญน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตร นายกรัฐมนตรี ได้มีการหารือกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ โดยเสนอแนวคิดให้มีการปรับปรุงคลองผดุงกรุงเกษมเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำ และจัดให้มีเรือรับจ้างเพื่อรับ-ส่งนักท่องเที่ยว
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เปิดเผยว่า แนวคิดเรื่องการจัดให้มีเรือรับจ้างสัญจรในคลองผดุงกรุงเกษมนั้น สามารถทำได้เฉพาะหน้าแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูฝนคลองผดุงกรุงเกษมมีวัตถุประสงค์หลักในการทำหน้าที่ระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม อย่างไรก็ตามแนวคิดดังกล่าวกทม.ไม่สามารถดำเนินการเองได้ จึงคาดว่าจะเปิดให้เอกชนที่สนใจมาดำเนินการร่วมกับกทม. ทั้งนี้เบื้องต้นกทม. อาจจัดเป็นโครงการนำร่องใน 3 เดือนแรกก่อน เพื่อประเมินผลตอบรับ ส่วนตลาดน้ำที่จะสิ้นสุดในวันที่ 1 มีนาคมนั้น ที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ทุกคนพึงพอใจ และคาดว่ากว่าจะถึงวันที่ 1 มีนาคม จะมีผู้ประชาชนเข้ามาเที่ยวยังตลาดน้ำฯไม่ต่ำกว่า 3.5 แสนคน ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้ให้แม่ค้าส่วนใหญ่ได้ถึงประมาณวันละ 10,000 บาท นอกจากนี้สินค้าต่างๆยังไม่พอต่อการจับจ่ายด้วย อย่างไรก็ตามพ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามาค้าขายจำเป็นต้องกลับพื้นที่ขายเดิมจึงไม่มีการขยายวันเวลาเพิ่มขึ้น แต่จะใช้พื้นที่ดังกล่าวเปิดเป็นตลาดขายสินค้าเกษตรที่มาจากเกษตรกรโดยตรง อาทิ ข้าวและผัก ซึ่งคาดว่าจะ
เปิดตลาดเป็นครั้งแรก ประมาณวันที่ 10 มีนาคมนี้ และจัดเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจให้ประชาชนทั่วไป แต่จะไม่ทำเป็นตลาดสำเร็จรูปอีก



